ชัยภูมิโมเดล
พริกเหลืองอินโด เป็นสายพันธุ์ที่นิยมปลูกในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อจำหน่ายให้กับผู้บริโภคในท้องถิ่น โดยการแปรรูปทำเป็นเครื่องแกงปรุงอาหารชนิดต่างๆ รสชาติถูกปากของคนใต้และเพื่อนบ้านมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เพราะดูได้จากกลุ่มลูกค้าผู้สั่งซื้อผลผลิตพริกเหลืองอินโดเข้ามาต่อเนื่องและมีความต้องการบริโภคทั้งปี พริก เป็นพืชผักทางเศรษฐกิจโลก เพื่อการบริโภคและใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมต่างๆ มากมาย ได้แก่อุตสาหกรรมอาหารทั้งคนและสัตว์ ผลิตภัณฑ์ยาและเวชสำอาง จึงทำให้ความต้องการใช้พริกทั่วโลกจำนวนมาก มีการพัฒนาพันธุ์พริกหลากหลาย เพื่อใช้ประโยชน์แตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมการกินอยู่ของแต่ละประเทศ ประเทศไทย เป็นผู้ผลิตพริกในระดับต้นๆ ของโลก เป็นพริกเขตร้อน เช่น พริกขี้หนู พริกสวน พริกชี้ฟ้า พริกหนุ่ม ส่วนใหญ่จะผลิตเพื่อการบริโภคภายในประเทศทั้งในรูปของพริกสด พริกแห้ง และพริกป่น รวมทั้งพริกแปรรูปต่างๆ ได้แก่ ซอสพริก พริกแกง น้ำพริก เป็นต้น พริก เป็นพืชวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนไทยอย่างมาก เป็นพืชที่อยู่คู่ครัวคนไทยมาช้านาน และยังเป็นพืชสมุนไพรใกล้ตัวที่ปลูกกินเองได้ทุกครัวเรือน จะเห็นได้ว่าจะมี
ดอกดาวเรือง คนทั่วไปต่างรู้จักกันดี มีการปลูกจำหน่ายเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่สดสวยอร่ามตา ด้วยคุณค่าของดอกดาวเรืองที่ถูกนำมาแปรรูปสู่นวัตกรรมอาหาร และได้นำสารสีจากดอกดาวเรืองอันมากล้นด้วยสรรพคุณ เมื่อนำมาใช้ต่อยอดอาชีพ จึงเป็นที่มาของ โครงการผลิต “ไข่สมุนไพรสารสกัดจากดอกดาวเรือง” ที่เพิ่มมูลค่าจากไข่ปกติ ได้ทั้งคุณค่าโภชนาการและได้อาหารเป็นยาไปพร้อมๆ กัน กระทั่งมีผู้สนใจเรียกซื้อหา ไข่สมุนไพรที่ใครๆ ก็อยากรับประทาน ไข่สมุนไพรสารสกัดจากดอกดาวเรือง เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิกับเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนตลาดเกษตรลอยฟ้าอำเภอบ้านแท่น ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพปลูกดอกดาวเรืองจำหน่ายดอกสด แต่เนื่องจากภาวะตลาดแปรปรวน อันเกิดจากผลกระทบของโรคระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา จึงได้ร่วมกันหาวิธีแปรรูปเป็นสารสีผสมอาหารสัตว์ โดยเฉพาะไก่ไข่ มีการนำกลีบดอกดาวเรืองสายพันธุ์ลูทีน ดอกสีส้มเข้ม ที่ได้จากการคัดสายพันธุ์ดาวเรืองที่มีปริมาณสารแซนโทฟิลล์สูงกว่าสายพันธุ์ทั่วไป มาใช้เพื่อเติมสีในไข่แดงด้วยการผสมกับอาหารไก่ไข่ที่ได้จากวัตถุดิบในท้องถิ่น อาทิ ปลายข้าว ข้าวโพด มันเส้น กากถั่วเหลืองและใบกระถินที
ทุกวันนี้ สินค้าเกษตรอินทรีย์ทั่วโลกมีมูลค่ารวม 3 ล้านล้านบาท มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงปีละ 20% อันเป็นผลมาจากการที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพมากขึ้น การผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ช่วยให้เกษตรกรผู้ผลิตมีรายได้เพิ่มมากขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จูงใจให้เกษตรกรทั่วโลกหันมาปลูกสินค้าเกษตรอินทรีย์กว่า 318 ล้านไร่ ใน 183 ประเทศ ในขณะที่ประเทศไทยมีพื้นที่ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ประมาณ 3 แสนไร่ ตัวเลขพื้นที่ปลูกมากเป็น อันดับที่ 8 ของเอเชีย และเป็นอันดับที่ 60 ของโลก สินค้าเกษตรอินทรีย์สำคัญของไทย ได้แก่ กะทิ เครื่องแกง ซอส มูลค่า 1,201 ล้านบาท ข้าว 552 ล้านบาท และอื่นๆ เช่น มะพร้าวน้ำหอม ชา กาแฟ และสมุนไพร 558 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวม 2,310 ล้านบาท มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ของไทยเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี ไม่ต่ำกว่าปีละ 10% ดังนั้น “ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์” จึงเป็นโอกาสและความหวังของเกษตรกรและรัฐบาลไทย ในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ พัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในอนาคต รัฐบาลจึงกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ เพื่อผลักดันปร
