ชาวประมงพื้นบ้าน
28 พฤศจิกายน 2567 – นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เป็นประธานเปิด “การประชุมสัมมนาชาวประมงพื้นบ้านประเทศไทย ครั้งที่ 10 (ประจำปี 2567)” มอบนโยบายการดำเนินงานที่มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งในการประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน พร้อมตั้งโต๊ะเสวนาระหว่างภาครัฐและชาวประมงเพื่อร่วมกันวางแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวประมงพื้นบ้าน ขานรับนโยบายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอัครา พรหมเผ่า ที่เร่งผลักดันและขับเคลื่อนการพัฒนาประมงพื้นบ้าน ส่งเสริมและต่อยอดด้านความมั่นคงทางอาหารอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยภายในงานมี นายปิยะ เทศแย้ม นายกสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย ชาวประมงพื้นบ้าน รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมอานนท์ กรมประมง นายบัญชา เปิดเผยว่า “การประมงพื้นบ้าน” มีความสำคัญต่อภาคสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากเป็นอาชีพที่เกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมากและเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของผู้บริโภค กรมประมงจึงมุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง โดยส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในกา
“เกาะพิทักษ์” ตั้งอยู่บริเวณอ่าวท้องครกฝั่งอ่าวไทย และอยู่ในพื้นที่บ้านเกาะพิทักษ์ หมู่ที่ 14 ตำบลบางน้ำจืด อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร อยู่ห่างจากชายฝั่งบ้านท้องครก หมู่ที่ 13 ตำบลบางน้ำจืด ประมาณ 1 กิโลเมตร ในช่วงที่เกิดปรากฏการณ์น้ำลง จะมีระดับน้ำสูงประมาณข้อเท้าถึงหัวเข่าเท่านั้น สามารถเดินข้ามทะเลจากฝั่งบ้านท้องครกไปยังบ้านเกาะพิทักษ์ได้ จึงเกิดกิจกรรม “วิ่งแหวกทะเล” ทุกปี แต่เดิมคำว่า “เกาะพิทักษ์” มีชื่อเรียกว่า “เกาะผีทัก” เนื่องจากมีเรื่องเล่าว่า ในสมัยก่อนมีชาวประมงที่ออกเรือหาปลามาถึงบริเวณเกาะแห่งนี้ เมื่อมองขึ้นไปบนเกาะก็พบเงาคนกำลังกวักมือเรียก แต่เมื่อนำเรือเข้าไปใกล้ๆ เกาะกลับไม่พบใครอยู่บนเกาะ ทำให้ชาวประมงพากันเรียกเกาะแห่งนี้ว่า “เกาะผีทัก” จนเริ่มมีชาวบ้านขึ้นไปอาศัยอยู่บนเกาะมากขึ้นๆ ชื่อเกาะจึงถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “เกาะพิทักษ์” เพื่อความเป็นสิริมงคล ปัจจุบัน เกาะพิทักษ์มีประชากรจำนวน 46 ครอบครัว ส่วนใหญ่เป็นญาติพี่น้องหรือเครือญาติกันที่สืบเชื้อสายมาจาก “พ่อปู่เดช” ผู้ที่ขึ้นไปบุกเบิกผ้าถางสร้างบ้านพักอยู่บนเกาะพิทักษ์คนแรก และชาวบ้านได้มีการสร้างรูปเคารพของพ่อปู่เดชอ
สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ชื่นชมการขับเคลื่อนงานด้วยกลไกของสภาฯ เพื่อยกระดับการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรอย่างเข้าถึง เข้าใจ ยกเคสตัวอย่างการทำงานของสภาเกษตรกรจังหวัดปัตตานี ผลักดันประมงพื้นบ้านตำบลปะนาเระ สู่ชมรมประมงฯ อย่างบูรณาการ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้ชุมชน ควบคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมย้ำ 19 มีนาคมนี้ เกษตรกรทั่วประเทศใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร 1 เขต 1 เบอร์ เพื่อเลือกตัวแทนภาคเกษตรกรที่มาจากการเลือกตั้ง โดยเกษตรกร และเพื่อเกษตรกร คุณนิชานันท์ คำฝั้น หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ในอดีตชาวบ้านปะนาเระมีทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะปูม้าที่มีปริมาณมาก ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านมีทั้งแหล่งอาหารและสร้างรายได้จากการทำประมง แต่ต่อมาเมื่อมีนายทุนเข้ามาในพื้นที่เพิ่มขึ้น ก็ส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลถูกรุกรานมากขึ้น กระทบกับการทำการประมงท้องถิ่น สภาเกษตรกรจังหวัดปัตตานีจึงเข้ามาช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมการทำประมงด้วยเครื่องมือประมงพื้นบ้านที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ตลอดจนผลั
