ซินเจนทา
เกษตรกรในพื้นที่บ้านห้วยตอง ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ยึดอาชีพปลูกผักสลัดส่งขายโครงการหลวง ภายใต้ชื่อ “กลุ่มวิสาหกิจผักปลอดภัยบ้านห้วยตอง” มานานหลายปีแล้ว แต่การปลูกผักสลัดซ้ำๆ ในพื้นที่เดิมเสี่ยงปัญหาโรคแมลงรบกวน พวกเขาจึงตัดสินใจปลูกพริกเม็กซิกันเป็นพืชทางเลือกสลับกับการปลูกผักสลัดเพื่อลดปัญหาโรคและแมลงรบกวน รู้จัก “พริกเม็กซิกัน” พริกเม็กซิกัน หรือที่รู้จักในชื่อ ต้นพริกจาลาปิโน (Jalapeno Chili ) มีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโก ลักษณะลำต้นเหมือนกับพริกโดยทั่วไป ลักษณะผล ผิวมีสีเขียวเข้มเป็นมันวาว เนื้อแน่นหนา มีความกรอบ เนื้อมีรสหวานปนเผ็ด ส่วนที่ติดเมล็ดมีรสเผ็ดมาก พริกชนิดนี้มีกลิ่นเฉพาะตัว เต็มเปี่ยมไปด้วยรสชาติ ความกรอบ และความเผ็ดร้อนระดับ 3,500-3,600 SHU เป็นวัตถุดิบหลักในการปรุงอาหาร สไตล์เม็กซิกัน นิยมนำไปแปรรูปเป็นพริกดอง ซอสพริกทาบาสโก ซอสซัลซ่า ทานสดคู่กับผักสลัดหรือ ทำเมนูยัดไส้ชีสทอด ฯลฯ “พริกเม็กซิกัน” พืชทำเงินตัวใหม่ ของเกษตรกรอำเภอแม่วาง คุณพิสมัย พฤกษาฉิมพลี สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจผักปลอดภัยบ้านห้วยตอง ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ที่ผ่า
ภาคการเกษตรกำลังเผชิญความท้าทายจากการระบาดของศัตรูพืชที่รุนแรงขึ้น และข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพในการจัดการศัตรูพืช ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผลผลิต คุณภาพ และต้นทุนของเกษตรกร การรักษาประสิทธิภาพในการจัดการศัตรูพืชจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพผลผลิต และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ภาคเกษตรไทยจึงกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ต้องเร่งปรับตัวด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซินเจนทา ประเทศไทย ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตรระดับโลก เปิดตัว “ซิโมดิส” (Simodis) นวัตกรรมสารอารักขาพืชที่ใช้เทคโนโลยี พลินาโซลิน (Plinazolin™) ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์กลุ่มใหม่ (IRAC Group 30) ที่มีกลไกการทำงานเฉพาะตัว ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเปลี่ยนเกมการจัดการศัตรูพืชในยุคเกษตรสมัยใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พร้อมสนับสนุนการทำเกษตรที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญของเกษตรกรไทย นายพิษณุ อภิราชกมล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จํากัด กล่าวว่า “ซิโมดิส (Simodis) ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของการจัดการศัตรูพืชในปัจจุบัน โดยใช้เทคโนโลยี พลินาโซล
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของภาคเกษตรไทย เกษตรกรยุคใหม่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงผู้ผลิต แต่กำลังรวมตัว ระดมความคิด และติดอาวุธทางความรู้เพื่อยกระดับทักษะและมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พื้นที่อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีประวัติการทำเกษตรสืบทอดต่อเนื่องมายาวนานหลายทศวรรษ และเป็นหนึ่งในพื้นที่ปลูกผักสำคัญของภาคเหนือ กำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ของการเป็นต้นแบบเกษตรปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม ซินเจนทา ประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย ชุมชน และภาคีเครือข่าย จัดพิธีเปิด “ศูนย์การเรียนรู้บ้านห้วยตอง เพื่อเกษตรปลอดภัยและการพัฒนาที่ยั่งยืน” อย่างเป็นทางการ ณ สนามกีฬาโรงเรียนบ้านห้วยตอง ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ควบคู่กับการจัดงาน “มหกรรมเกษตรปลอดภัย เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม” โดยมีเกษตรกร นักเรียน เครือข่ายพันธมิตร และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมกว่า 500 คน โครงการ “เพาะดี กินดี” คือกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพเกษตรกรด้านการวางแผนการผลิต การจัดการทรัพยากร การใช้สารอารักขาพืชอย่างรับผิดชอบ และการยกระดับสู่ม
ซินเจนทา กรุ๊ป คว้าตำแหน่ง “นายจ้างชั้นนำด้านเกษตรกรรมของโลก” เป็นปีที่ 9 ติดต่อกัน จากผลการสำรวจ Science Careers Top Employers Survey 2025 ของนิตยสาร Science ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นผู้นำในวงการวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมระดับโลก นอกจากนี้ ซินเจนทายังได้รับการจัดอันดับให้เป็น “นายจ้างระดับโลก อันดับที่ 6” ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม ตอกย้ำความน่าเชื่อถือและชื่อเสียงในฐานะองค์กรชั้นนำที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม นางสาวกล้วยไม้ นุชนิยม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซินเจนทา (ประเทศไทย) กล่าว่า “พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับการยกย่องให้เป็นนายจ้างด้านเกษตรกรรมอันดับหนึ่งของโลกมาอย่างต่อเนื่อง เพราะวัฒนธรรมองค์กรของซินเจนทาขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือและมุมมองที่หลากหลาย เราสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างให้ความใฝ่รู้เป็นพลังในการขับเคลื่อนนวัตกรรม ส่งเสริมให้พนักงานกล้าท้าทายกรอบความคิดเดิมและเติบโตไปด้วยกัน โดยมี ‘คน’ เป็นหัวใจของการทำงาน ควบคู่กับความรับผิดชอบและความยืดหยุ่น ภายใต้พันธกิจเดียวกันในการสนับสนุนความสำเร็จของเกษตรกรทั่วโลก” ซินเจนทา มุ่งมั่นใ
นวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพพลิกโฉม “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไทย” จากพืชอาหารสัตว์ทั่วไป ให้กลายเป็น “พืช เศรษฐกิจแห่งอนาคต” ที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ เกษตรกรรม พลังงาน สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงทางอาหารของประเทศ โดยเฉพาะในยุคที่การเกษตรต้องเผชิญกับความท้าทายจากสภาพอากาศที่แปรปรวน การเสื่อมโทรมของดิน และแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีชีวภาพจึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูเกษตร และสร้างความยั่งยืนให้กับทั้งระบบการผลิตอาหาร ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รายใหญ่ของภูมิภาคอาเซียน โดยมีพื้นที่ปลูกกว่า 6-7 ล้านไร่ และผลผลิต 4-5 ล้านตันต่อปี ซึ่งกว่า 90% ของผลผลิตทั้งหมดถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ส่งผลให้อุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่าแสนล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ตาม เกษตรกรยังต้องเผชิญกับความท้าทายสำคัญ เช่น ศัตรูพืชอย่างหนอนกระทู้ลายจุดที่สร้างความเสียหายกว่า 40% ต่อฤดูกาล และปัญหาฝนทิ้งช่วงที่ทำให้ผลผลิตลดลง 15-25% ขณะเดียวกัน วัชพืชที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพยังแย่งสารอาหารและน้ำจากพืชหลัก ส่งผลให้ต้นข้าวโพดอ่อนแอและคุณภาพผลผลิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ การเกษ
อ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ไม่เพียงเพราะเป็นวัตถุดิบหลักของอุตสาหกรรมน้ำตาล แต่ยังมีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมปลายน้ำหลายด้าน ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ยา พลังงาน รวมถึงอุตสาหกรรมต้นน้ำ เช่น การเกษตร บริการทางการเกษตร และการผลิตปุ๋ย การปลูกอ้อยจึงมีบทบาทสำคัญต่อรายได้และเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องด้วยเกษตรกรบางกลุ่มปลูกอ้อยเป็นแหล่งรายได้หลัก แม้ในปีนี้ ไทยยังครองอันดับ 2 ของโลกด้านการส่งออกน้ำตาล รองจากบราซิล แต่ถ้าดูในมุมมองด้านผลผลิตต่อไร่ พบว่ายังต่ำกว่าคู่แข่งอยู่มาก เนื่องจากเกษตรกรต้องเผชิญทั้งสภาพดินเสื่อม โรค แมลง ต้นทุนสูง แรงงานขาดแคลน และสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันกระแสผู้บริโภคทั่วโลกต่างหันมาให้ความสำคัญกับ “อาหารปลอดภัยและการผลิตที่ยั่งยืน” นี่คือโอกาสของเกษตรกรไทยในการยกระดับการผลิตอ้อยด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สารกระตุ้นทางชีวภาพและการจัดการไร่อ้อยแบบครบวงจรมาประยุกต์ใช้ พร้อมยกระดับทักษะเกษตรกรและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อเป็นทางเลือกที่ช่วยเพิ่มผลผลิตและคุณภาพน้ำตาล ทำให้ไทยไม่เพียงแต่รักษาอันดับแต่ยังมีโอกาสก้าวสู่
ซินเจนทาปักธงไทย ศูนย์กลางบรรจุผลิตภัณฑ์ชีวภาพ (Biological Products) ระดับภูมิภาค อย่างเป็นทางการ ณ โรงงานผลิตสารอารักขาพืช บางปู จังหวัดสมุทรปราการ นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการผลิตและการกระจายสินค้าชีวภาพในภูมิภาคเอเชีย พร้อมตอกย้ำบทบาทของซินเจนทาในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางชีวภาพระดับโลกที่เดินหน้าขับเคลื่อนการเกษตรสู่ความยั่งยืน ผลิตภัณฑ์ทางชีวภาพ (Biological Product) นับเป็นหนึ่งในนวัตกรรมเกษตรยุคใหม่ ที่เสริมศักยภาพของพืช ทำให้พืชเจริญเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เกษตรกรได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นางสาวกล้วยไม้ นุชนิยม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด กล่าวว่า “การลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของซินเจนทาในการนำเทคโนโลยีการผลิตระดับโลกที่ทันสมัยมาใช้ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ทุกขวดเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ พร้อมตอบโจทย์เกษตรกรยุคใหม่ที่มุ่งเน้นผลผลิตปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” “ผลิตภัณฑ์ชีวภั
ซินเจนทา ประเทศไทย เดินหน้าสนับสนุนการดูแลสุขอนามัยและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน โดยทีมผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงรบกวนและแมลงพาหะ จาก ซินเจนทา โปรเฟสชันแนล โซลูชันส์ (Syngenta Professional Solutions) มอบผลิตภัณฑ์กำจัดแมลง “ไซร๊อกซ์” จำนวน 500 ขวด มูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท ให้กับกองทัพไทย โดยมี พลเอก ณัฐวุฒิ นาคะนคร รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้แทนรับมอบอย่างเป็นทางการ ณ กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อช่วยเหลือกำลังพลในพื้นที่ปฏิบัติการที่กำลังประสบปัญหาแมลงรบกวนอันนำมาซึ่งพาหะนำโรค นายวิกาส โซนี หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจและฝ่ายขายเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซินเจนทา โปรเฟสชันแนล โซลูชันส์ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด กล่าวว่า “ซินเจนทามุ่งมั่นในการสนับสนุนชุมชนและสังคมไทยมาโดยตลอด การมอบผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจของเราในการช่วยดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีความท้าทาย เพื่อป้องกันปัญหาจากแมลงและพาหะนำโรค ซึ่งอาจกระทบต่อสุขภาพ เราหวังว่าสิ่งนี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้อย่างมั่น
ซินเจนทา ประเทศไทย ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์การเกษตรระดับโลก ด้วยการร่วมเป็นพันธมิตรในโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (OTOD#2) และกิจกรรม Digital Agriculture Final Pitching Day ที่จัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมดิจิทัลในภาคการเกษตรจากกลุ่มชุมชนและธุรกิจชุมชนจาก 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ พร้อมคัดเลือกทีมที่มีศักยภาพสูงเพื่อรับทุนสนับสนุนต่อยอดธุรกิจ มุ่งลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร สู่เกษตรอัจฉริยะ นางสาววรรณภร วัฒนาเกษมสัตย์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนและบรรษัทสัมพันธ์ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด เปิดเผยว่า “ซินเจนทาให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคเกษตรไทยอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการผลักดันนวัตกรรมให้ถึงมือเกษตรกรอย่างแท้จริง ซึ่งกิจกรรม Digital Agriculture Final Pitching Day ภายใต้โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (One Tambon One Digital: OTOD#2) ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ ที่จะสร้างพื้นที่ให้แนวคิดสร้างสรรค์ของชุมชนท้องถิ่นและเทคโนโลยีการเกษตรได้มาบรรจบกัน เราเชื่อว่าการพัฒนาเกษต
“ซินเจนทา” ขานรับความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและความปลอดภัยของอาหารมากยิ่งขึ้น เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “เพาะดี กินดี” ผ่านกิจกรรม “Grow Well, Eat Well: กระบวนการผลิตที่ดี และการบริโภคที่ปลอดภัย มีคุณภาพ สู่อนาคตที่ยั่งยืน” ที่จัดขึ้นโดยมูลนิธิรักษ์ไทย และภาคีเครือข่าย โดยได้รับเกียรติจาก นายเสกสรรค์ วรรณกรี ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร เป็นประธานพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ เพื่อตอกย้ำความสำคัญของการพัฒนาระบบอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ จากต้นทางของกระบวนการผลิตสู่ปลายทางของผู้บริโภค และฉลองวันความปลอดภัยอาหารโลก (World Food Safety Day 2025) ที่ผ่านมา ณ ลานกิจกรรมวันนิมมาน โซนวันศาลา จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่สำคัญที่มีบทบาททั้งด้านเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว ด้วยภูมิประเทศที่หลากหลายและอุดมสมบูรณ์ ทำให้สามารถผลิตพืชอาหารคุณภาพได้ตลอดปี อีกทั้งยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติ โดยผลผลิตจากเกษตรกรในพื้นที่ไม่เพียงรองรับผู้บริโภคในท้องถิ่น แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างภาพลักษณ์ด้านอาหารปลอดภัยให
