ดงขี้เหล็ก
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมงาน “แลกเปลี่ยนเรียนรู้ รอดพ้น วิกฤตทรัพยากร และ วิกฤตเศรษฐกิจ ในยุคโควิด” ณ ชุมชนตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี พร้อมทั้งเยี่ยมชมจุดดำเนินงานพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ชุมชนตำบลดงขี้เหล็ก จังหวัดปราจีนบุรี และบรรยาย “สรุปแนวทาง รอดพ้น วิกฤตทรัพยากร และ วิกฤตเศรษฐกิจ” โดยมี ดร.รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมบรรยายพิเศษหัวข้อ “วิกฤตทรัพยากร และ วิกฤตเศรษฐกิจ ในยุคโควิด” นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ บริหารจัดการดิน น้ำป่า สู่ความมั่นคงเศรษฐกิจชุมชน โดย ผู้แทนจากภาคเอกชน เพื่อหารือแนงทางขับเคลื่อนดำเนินงานอย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อรอดพ้นวิกฤตร่วมกัน ชุมชนตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 35,189 ไร่ ชาวบ้านประกอบอาชีพทำสวนไม้ผลและปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่งเป็นรายได้หลักที่สำคัญของชุมชน โดยอาศัยแหล่งน้ำจากคลองธรรมชาติ คือ คลองเ
มะสัง เป็นไม้ยืนต้นแผ่กิ่งก้านจำนวนมาก ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลมยาว แข็ง ใบประกอบแบบขนนก แผ่นใบโค้งขึ้นด้านบนเล็กน้อย สีเขียวเข้ม เป็นมันวาว ตามผิวใบมีต่อมน้ำมัน ดอกออกเป็นช่อแยกแขนงที่ซอกใบ คล้ายดอกกระถิน เป็นปุยๆ มีสีขาว มีลักษณะผลทรงกลมสีเขียวคล้ายผลมะนาว ผิวเปลือกของผลมีลายเป็นคลื่น เปลือกแข็งและหนามาก ผลอ่อนเปลือกสีเขียว เมื่อแก่จัดสีน้ำตาล มีเมล็ดจำนวนมาก การนำมาใช้ประโยชน์หลักๆ แล้วจะนิยมมาทำเป็นไม้ประดับ โดยเฉพาะการดัดเข้ากับลวดเพื่อให้เกิดเป็นทรงต่างๆ ตามที่ต้องการ พร้อมทั้งนำมาจัดในสวนถาดหรือปลูกลงกระถาง สร้างเป็นไม้แคระหรือบอนไซก็เกิดความสวยงามไม่น้อยทีเดียว คุณประเสริฐ ศรีสุข อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 6 ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ได้ปลูกต้นมะสังเป็นอาชีพมากว่า 30 ปี พร้อมทั้งพัฒนาการปลูกมาเรื่อยๆ โดยนำมาจัดเป็นไม้ในสวนถาดสร้างมูลค่าเพิ่มเกิดเป็นรายได้มากขึ้น ส่งผลให้เป็นอาชีพมาจนถึงทุกวันนี้ คุณประเสริฐ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนนั้นยึดอาชีพทำสวนไผ่และไม้ผลสร้างรายได้ ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนมาทำไม้ประดับเพื่อให้สอดรับกับความต้องการของตลาดคือ การปลูกต้นมะสัง เพราะตล
