ดอกสะแล
กับข้าวคราวนี้อาจดูแปลกสักหน่อย สำหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ เพราะว่า ดอกต้าง (Trevesia palmata) หรือ ต้างหลวง ที่จะเอามาแกงกินนี้ ตามความรับรู้โดยทั่วไป เชื่อว่าพบแต่ในกาดล้านนาช่วงฤดูหนาวเท่านั้น แถมพลอยคิดกันไปอีกว่า มีแต่เฉพาะคนเหนือเท่านั้นที่กินแกงดอกต้างใส่ปลาย่างกัน แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ เพราะดอกต้างที่ผมได้มานี้ มาจากป่าตะวันตกในเขตอุทัยธานี ขายกันใน “ตลาดซาวไฮ่” ที่ขายของพื้นบ้านแปลกๆ อยู่ที่ตัวอำเภอบ้านไร่ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตลาดนี้รองรับคนมาเที่ยวพักค้างแรมที่ตำบลแก่นมะกรูด พื้นที่สูงซึ่งมีอากาศหนาวเย็น จนตัวตลาดเองขยายขึ้นมากในช่วงปีที่ผ่านมา นอกจากดอกต้างแล้ว ของที่ดู “เหนือๆ” ก็ยังมีดอกสะแลด้วย ส่วนพืชที่สูงอย่างฟักทอง ฟักหอม พริกกะเหรี่ยงดีๆ สมุนไพรสารพัดอย่าง ก็มีให้เลือกมากมายสำหรับคนชอบซื้อหาของกินดีๆ แปลกๆ ครับ ที่บ้านไร่ยังมีของแปลกมาก (ตามสายตาคนนอกวัฒนธรรม) อีกอย่าง คือ “หมูร้า” โดยเขาใช้เนื้อหมูมาหมักแบบปลาร้านั่นเอง เป็นของขึ้นชื่อที่ทำอะไรกินได้แบบปลาร้าเป๊ะเลยครับ ผมซื้อของที่ตลาดซาวไฮ่มาหลายอย่าง แล้วก็คิดออกว่า มีประเด็นจะมาชวนคุยชวนทำกับข้าวแล้วแหล
ปัจจุบันมีผักพื้นบ้านหลายชนิดที่ได้รับการส่งเสริมให้ปลูกเพื่อการค้า และนำมาขายในซุปเปอร์มาร์เก็ต และตลาดสดในเมือง เช่น ผักหวาน ผักปลัง ยอดฟักแม้ว ยอดฟักทอง คนเมืองทั้งหลายที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับผักพื้นบ้านก็พลอยได้ลิ้มรสผักทางเลือกชนิดใหม่ๆ มากขึ้น บังเอิญที่ผู้เขียนได้มีโอกาสผ่านไปแถวๆ ทางภาคเหนือในช่วงนั้นพอดี จึงได้พบเห็นกับผักชนิดหนึ่งที่ดูแปลกและน่าสนใจ ด้วยเพราะไม่เคยเห็นและไม่เคยรู้จักมาก่อน จึงได้สอบถามแม่ค้า ทำให้รู้จักผักชนิดนี้ ที่ชื่อว่า ดอกสะแล จากคำบอกเล่าของแม่ค้า ผักชนิดนี้แม้จะยังไม่มีปลูกเป็นการค้า แต่ก็พอหาซื้อมากินกันได้ไม่ยากนัก ลักษณะทั่วไป ดอกสะแล หรือบางท้องถิ่นเรียกว่า ดอกสาแล เป็นไม้เลื้อยยืนต้น พบได้ทั่วไปทางภาคเหนือ มักขึ้นตามชายป่า ตามเรือกสวนที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ สะแล จะออกดอกมากช่วงเดือนธันวาคมถึงมีนาคม สำหรับผักชนิดนี้ชาวบ้านนั้นไม่ต้องปลูกไว้กินเองหรือต้องซื้อหาเหมือนผักอื่นๆ แค่เดินออกไปชายป่าก็เก็บดอกสะแลได้พอแกงแล้ว แถมยังเหลือนำมาขายให้เราได้กินอีกด้วย สะแล มีดอกเพศผู้กับเพศเมียอยู่คนละต้น ลักษณะของดอกเพศผู้ ยาว รี คล้ายก้านพริกไทยสด ชาวเมืองเรียกว่า สะแ
