ด้านตลาด
ที่ผ่านมา เกษตรกรส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการปลูกพืชไร่ทางเลือกหลักเพียง 3 ชนิด คือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และอ้อย ซึ่งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่จะใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ส่วนมันสำปะหลัง นำไปผลิตเป็นแป้งมัน เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ และส่งออกเป็นบางส่วน สำหรับอ้อย นำไปผลิตเป็นน้ำตาลสูงได้ถึง 11.3 ล้านตัน และใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ประมาณ 2.5 ล้านตัน ส่วนที่เหลือถูกส่งออกไปขายต่างประเทศ ปัจจุบัน เมืองไทยมีพืชไร่ตัวเลือกใหม่ คือ “หญ้าเนเปียร์” ซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองของหลายฝ่ายว่า หญ้าเนเปียร์ น่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่สร้างความร่ำรวยให้แก่เกษตรกไทยได้ในอนาคต เพราะ เกษตรกรสามารถขายหญ้าเนเปียร์ได้ถึง 2 ช่องทาง คือ เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ในกลุ่มสัตว์บก สัตว์ปีก สัตว์น้ำได้แล้ว ยังใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมพลังงานได้อีก โดยใช้หญ้าเนเปียร์หมักร่วมกับมูลสัตว์ทำให้เกิด “พลังงานชีวภาพ” นำไปใช้เป็นก๊าซหุงต้ม และผลิตกระแสไฟฟ้า ตลาด “หญ้าเนเปียร์” อาจารย์สันติ เหลืองทวีผล เจ้าของกิจการ “สันติฟาร์ม” ฟาร์มบราห์มันมาตรฐานของเมืองโคราช ตั้งอยู่เลขที่ 197/1 หมู่ 3 ต.ลาดบัวขา
อบเชย เป็นสมุนไพรและเครื่องเทศที่คนไทยคุ้นเคยกันมานาน จนนำมาตั้งชื่อให้ลูกสาวก็มี ในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผนก็มีการกล่าวถึงไม้ชนิดนี้ “…อบเชยเผยกลิ่นกลั้วสุกรม วันนี้ได้เชยชมสมสุขพี่ สายหยุดกุหลาบอาบอวลดี ขอหยุดชมจูบทีเถิดสาวน้อย… “ หลายคนจะคุ้นเคยกับกลิ่นอบเชยในพะโล้ แต่คนรุ่นใหม่ไม่น้อยที่ไม่รู้จัก แต่กลับคุ้นเคยกับคำว่า Cinnamon ที่เป็นส่วนประกอบหรือปรุงกลิ่นรสในเค้ก ซินนามอนโรลล์ ลูกอม ยาสีฟัน หรือในหมากฝรั่ง หลายคนที่สนใจเรื่องสุขภาพจะทราบสรรพคุณของอบเชยในการรักษาเบาหวาน ชนิดที่ไม่พึ่งอินซูลินซึ่งกำลังเป็นที่สนใจทั่วไป อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหน้าตาของต้นอบเชยเป็นอย่างไร อบเชยมาจากไหน มีปลูกหรือไม่ และการผลิตและตลาดอบเชยทำอย่างไรนั้น จะเป็นที่น่าสนใจเช่นกัน วิธีการปลูกและพันธุ์ อบเชย เป็นเปลือกต้นของพืชในสกุล Cinnamomum ในวงศ์ Lauraceae หลายชนิด สามารถแบ่งตามแหล่งผลิตและคุณภาพของอบเชยได้ คือ – อบเชยศรีลังกา (Cinnamomum verum J. Presl) หรืออบเชยเทศ (True Cinnamon) ปลูกมากในประเทศศรีลังกา ตอนใต้ของอินเดีย หมู่เกาะซิซิลี และบ
