ตลาดกาแฟ
MILKLAB เครื่องดื่มแพลนต์เบส (Plant-Based Beverages) อันดับหนึ่งจากออสเตรเลียที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อบาริสต้าโดยเฉพาะ เผยทิศทางกลยุทธ์ปี 2026 ในงาน World of Coffee Bangkok 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) โดยมุ่งขับเคลื่อนอนาคตของวัฒนธรรมกาแฟผ่านนวัตกรรม การมีส่วนร่วมของบาริสต้าและคอมมูนิตี้ และการสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ภายใต้แนวคิด “Made With Baristas. Made for You” ตอกย้ำบทบาทของ MILKLAB ในการยกระดับประสบการณ์กาแฟให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ของผู้บริโภคชาวไทย และสะท้อนถึงการก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการกาแฟสเปเชียลตี้ในประเทศไทย MILKLAB สร้างนิยามใหม่ให้กับเครื่องดื่มแพลนต์เบส ผ่านวัฒนธรรมกาแฟร่วมสมัย MILKLAB ก่อตั้งขึ้นในปี 2558 โดย บริษัท นูมิ ลิมิเต็ด (Noumi Limited) ประเทศออสเตรเลีย เพื่อตอบโจทย์ข้อจำกัดด้านเทคนิค รสชาติ และเนื้อสัมผัสของเครื่องดื่มแพลนต์เบสในบริบทของการชงกาแฟระดับมืออาชีพ ด้วยเป้าหมายในการยกระดับประสิทธิภาพการใช้งานสำหรับบาริสต้าโดยเฉพาะ ตอบโจทย์การใช้งานของบาริ
แน่นอนว่าใครที่อยู่ในแวดวงกาแฟช่วงนี้ คงสัมผัสได้ถึงแรงกระเพื่อมสำคัญของตลาด โดยเฉพาะกระแสการบริโภคที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ข้อมูลล่าสุดพบว่าคนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 340 แก้วต่อคนต่อปี ดันความต้องการใช้เมล็ดกาแฟในประเทศพุ่งแตะ 100,000 ตันต่อปี แต่ปริมาณผลผลิตในประเทศ สามารถผลิตได้จริงเพียงประมาณ 16,000-17,000 ตันต่อปี เท่านั้น (ข้อมูลปี 2568/69 จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) สาเหตุหลักมาจากพื้นที่ปลูกที่ลดลง สภาพอากาศที่ผันผวนจากสภาวะโลกร้อน รวมถึงธรรมชาติของต้นกาแฟที่ให้ผลผลิตไม่คงที่ในแต่ละปี ส่งผลให้ไทยต้องนำเข้ากาแฟจากต่างประเทศสูงถึง 80,000 ตัน เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ จึงเรียกได้ว่าเป็นโอกาสทองบนความท้าทาย ของทั้งเกษตรกรที่ต้องการยกระดับสู่กาแฟคุณภาพ และผู้ประกอบการที่สนใจเข้ามาจับธุรกิจนี้ เพราะในวันที่ของขาดตลาดแต่คนอยากกินเพิ่มขึ้น ราคาย่อมพุ่งสูงขึ้นตามกลไกตลาด อย่างไรก็ตาม…วงการนี้ “ไม่ได้ง่าย” อย่างที่คิด คนที่รู้ไม่จริง…อาจอยู่ไม่ได้ แม้ตลาดจะดูหอมหวาน แต่กาแฟคือพืชที่อาศัยความประณีตสูง ตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ การดูแลแบบเกษตรแม่นยำ ไปจนถึงทั
ในวันที่เส้นทางชีวิตหลังเรียนจบไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง หลายคนอาจเลือกเดินต่อไปข้างหน้าเพื่อหาคำตอบใหม่ แต่สำหรับ คุณแม็ก-กิตติวัฒก์ วัฒกกิตติวงศ์ การหยุดทบทวนและกลับบ้านคือคำตอบที่ใช่ที่สุด เพราะการทำงานในหลายบริษัทไม่อาจเติมเต็มความรู้สึกภายในได้ จึงเลือกกลับมายังบ้านเกิดและเริ่มต้นชีวิตอีกครั้งกับ “งานเกษตร” ที่คุ้นเคยมาตั้งแต่วัยเด็ก เส้นทางที่ไม่เคยอยู่ในแผน แต่กลับเป็นหนทางที่พาไปพบความหมายของงานที่รักอย่างแท้จริง เมื่อชีวิตไม่ใช่อย่างที่คิด กลับบ้านสร้างคุณค่ากาแฟ หลังจากเรียนจบจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ คุณแม็ก เล่าให้ฟัง เคยออกไปลองสมัครงานและทำงานกับหลายบริษัท ด้วยความหวังว่าจะเจอเส้นทางที่ใช่ แต่เมื่อได้ลองทำกลับรู้สึกว่ายังไม่ตอบโจทย์ชีวิต จึงตัดสินใจกลับบ้านและตั้งใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการทำเกษตร ครอบครัวของคุณแม็กปลูกกาแฟไว้บริเวณพื้นที่ว่างใกล้บ้าน ซึ่งเดิมทีปลูกเพื่อขายส่งให้พ่อค้าเท่านั้น แต่นั่นกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดสำคัญที่ทำให้เส้นทางชีวิตเปลี่ยนไปความคิดที่ว่าถ้านำกาแฟมาคั่วเอง จะเพิ่มมูลค่าได้หรือไม่ “จากความสงสัยเล็กๆ ผมขอเมล็ดกาแฟจากตาเพื่อนำมาลอ
