ตลาดนัดจตุจักร
โกสน (Croton) เป็นพรรณไม้พุ่มยืนต้นที่มีขนาดแตกต่างกันไป ซึ่งบางต้นสามารถสูงได้ถึง 15 ฟุต หากปลูกเลี้ยงปล่อยให้สูงมากจนเกินไปจะสูงไม่งามตา โกสนเป็นพันธุ์ไม้ในเขตร้อนที่มีถิ่นกำเนิดในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก ใบของโกสนมีด้วยกันหลากหลายสี เช่น เหลือง ส้ม ม่วง ขาว ชมพู คละปะปนอยู่ตามบนแผ่นใบ ซึ่งลักษณะของใบที่เกิดจะขึ้นอยู่กับการผสมของลูกผสมที่เกิดขึ้น ลักษณะใบจะแตกต่างกัน เช่น บางใบยาว ใบแฉก ใบกลม ใบขดเป็นเกลียว ใบป้อม ใบสองตอน หรือใบสั้น เป็นต้น โกสน เป็นพันธุ์ไม้ที่ผสมง่าย กลายพันธุ์ได้เร็ว ออกดอกเป็นพวงมีสีขาว ดอกออกติดกันเป็นพวงๆ ยาวประมาณ 6 นิ้ว ดอกมีลักษณะคล้ายดอกกระถิน คือเวลาที่ดอกบานเต็มที่จะเห็นเกสรตัวผู้เป็นเส้นฝอย จึงเป็นพรรณไม้ที่มีการผสมเกสรมากที่สุด ทำให้ผู้ปรับปรุงพันธุ์ต้องช่วยผสมเกสร เพื่อให้ได้มาซึ่งโกสนสายพันธุ์ใหม่ๆ เพื่อเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของผู้ซื้อ นอกจากนี้ หากไม่ต้องการพัฒนาพันธุ์ก็จะเน้นการขยายพันธุ์แบบง่ายๆ คือ วิธีการตอนและปักชำ เพราะโกสนเจริญเติบโตได้ง่ายหากดูแลรักษาดีๆ คุณประชา บุญยกิตานนท์ อยู่บ้านเลขที่ 9/1 หมู่ที่ 1 ตำบลบางคูเวียง อำเภอบางกรวย จังหวัดนน
ปลาหางนกยูง เป็นปลาที่มีขนาดเล็ก ความรู้โดยพื้นฐานของคนไทยโดยทั่วไป เข้าใจว่า เป็นปลาที่เลี้ยงง่าย ปล่อยตามอ่าง แอ่ง กาละมัง หรือถังน้ำ ก็เลี้ยงได้แล้ว ทั้งยังขยายพันธุ์ได้ง่าย เริ่มต้นจากแค่ไม่กี่ตัว ไม่นานก็ออกลูกออกหลานมากมาย คุณเดชา ฤทธิเดช ชาวมีนบุรี ก็เข้าใจเช่นนั้นมาตลอด ต่อเมื่อมาเริ่มลงมือเลี้ยงเอง และตั้งเป้าขยายพันธุ์ปลาหางนกยูงขาย ถึงได้รู้แจ่มแจ้งว่า การเลี้ยงปลาหางนกยูงที่ว่าง่าย ต้องเข้าใจวิธีการเลี้ยงด้วย จึงจะเรียกได้ว่าง่าย ไม่อย่างนั้นแล้ว ก็ไม่รอดเหมือนกัน แม้จะมีประสบการณ์จากการเลี้ยงปลามาก่อน ก็ไม่ได้ช่วยให้การเลี้ยงปลาหางนกยูงในระยะเริ่มแรกดำเนินไปด้วยดี เพราะเป็นการเลี้ยงปลากินเนื้อ เช่น ปลาดุก ปลาช่อน ปลาสวาย ซึ่งครอบครัวของคุณเดชาทำมานานก็จริง แต่ไม่ประสบความสำเร็จกับการเลี้ยงปลากินเนื้อกลุ่มนี้ การเลี้ยงปลาหางนกยูง จึงเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับคุณเดชา แรงกระตุ้นให้เริ่มเลี้ยงปลาหางนกยูง อยู่ที่การเห็นปลาหางนกยูงวางขายที่ตลาดปลาในตลาดนัดสวนจตุจักร นั่นหมายถึง ปลาหางนกยูงยังคงขายได้อยู่ตลอด แม้ว่าราคาขายค่อนข้างแพง “เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว หางนกยูงสายพันธุ์จากต่าง
แม้จะเลยฤดูการให้ลูกของเจ้าหนูจิงโจ้มาแล้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะนำความน่ารักมาเขียนถึงในตอนนี้ เพราะเชื่อว่า อาจมีผู้อ่านจำนวนหนึ่งที่สนใจพฤติกรรมและนิยมชมชอบเจ้าหนูจิงโจ้ไปเสาะแสวงหามาเลี้ยง ซึ่งแม้จะเลยฤดูการให้ลูกมาแล้ว ก็ยังคงหลงเหลือหนูจิงโจ้จำนวนหนึ่งให้ได้จับจองกัน หากให้นึกภาพตามชื่อของ “หนูจิงโจ้” สัตว์เลี้ยงสวยงามชนิดนี้ คงได้ภาพที่ไม่ผิดแผกจากความเป็นจริง เพราะขนาดของรูปร่างที่กะทัดรัดเหมือนหนู แต่มีขาหลังยาวและใช้การกระโดดแทนการเดินเหมือนจิงโจ้ ทั้งที่จริง หนูจิงโจ้ ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับจิงโจ้แม้แต่น้อย หนูจิงโจ้ ไม่ใช่สัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย แต่เป็นสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดในทะเลทรายแถบมองโกเลีย อียิปต์ แอฟริกาใต้ จึงไม่น่าแปลกใจหากนำมาเลี้ยงในบ้านเรา แล้วเขาสามารถปรับสภาพให้อยู่ได้อย่างปกติ ในประเทศไทย ยังไม่พบว่าสามารถขยายพันธุ์หนูจิงโจ้ได้ แต่ที่กลายเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงามกระจายอย่างกว้างขวาง เพราะหนูจิงโจ้ถูกนำเข้ามาจำหน่าย โดยผู้ค้าเพียงไม่กี่ราย และคุณปิยสิชฌ์ พัฒนะพราหมณ์ หรือ คุณโอ๊ต จัดอยู่ในผู้นำเข้าในระดับแถวหน้า คุณปิยสิชฌ์ บอกว่า ความนิยมของหนูจิงโจ้ในประเ
