ตลาดปลา
แม็คโครตอกย้ำนโยบายเคียงข้างเกษตรกรไทย เดินหน้าสนับสนุนการกระจายสินค้าสู่ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งเป้ารับซื้อปลากะพงทั่วไทยปีนี้รวมกว่า 3,600,000 กิโลกรัม ล่าสุดรับซื้อปลากะพงกว่า 30,000 กิโลกรัมจากเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเทพา และอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เริ่มจำหน่ายที่แม็คโคร 19 สาขาทั่วภาคใต้ ตั้งแต่วันนี้จนถึงเดือนตุลาคม 2566 พร้อมลงพื้นที่เยี่ยมชมแหล่งเลี้ยงปลา คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากแหล่งผลิตถึงมือผู้ประกอบการและผู้บริโภค บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่ง “แม็คโคร” เดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดและสำนักงานประมงจังหวัดสงขลา วางแผนรับซื้อปลากะพงกว่า 30,000 กิโลกรัม จากเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในพื้นที่อำเภอเทพา และอำเภอจะนะ เพื่อแก้ปัญหาราคาปลากะพงตกต่ำ โดยจำหน่ายผ่านแม็คโคร 19 สาขาทั่วภาคใต้ นำร่อง 3 สาขาแรก ได้แก่ หาดใหญ่ พัทลุง และสตูล ถือเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้เกษตรกร และสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ด้านนางสาวฉัตร์สุดา ชุมแสง พาณิชย์จังหวัดสงขลา กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวเกิดจากการที่สำนักงานพาณิชย์จ
ปัจจุบัน การทำเกษตรเป็นเรื่องที่ให้ความสนใจจากประชากรหลากหลายกลุ่มในหลายอาชีพ เพราะจะเห็นได้จากสื่อโซเชียลต่างๆ ที่มีผู้คนในอาชีพต่างๆ กลับบ้านเกิดของตนเองมาใช้พื้นที่บริเวณบ้านให้เกิดประโยชน์ ด้วยการทำการเกษตรที่ครบวงจรและสร้างรายได้อยู่กับบ้าน ทำให้ไม่ต้องจากถิ่นฐานบ้านเกิดไปไกลเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว คุณสมร พรหมมา อยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ที่ 6 ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่เริ่มแรกเดิมที่ไม่ได้ยึดอาชีพทางการเกษตรเลยแม้แต่น้อย เมื่อต้องการกลับมาอยู่บ้านเกิดจึงได้กลับมาทำการเกษตรบนพื้นที่ของตนเอง ระหว่างทำบ่อน้ำจึงเกิดความคิดที่อยากจะเลี้ยงปลาหมอ จึงได้เรียนรู้วิธีการต่างๆ จากสื่อโซเชียลเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ พร้อมกับลองผิดลองถูกด้วยตัวเองจนประสบผลสำเร็จ สามารถเกิดเป็นรายได้เลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี คุณสมร เล่าว่า เมื่อเริ่มต้นมาทำเกษตรใหม่ๆ ในพื้นที่ไม่ได้มีแหล่งน้ำสำหรับใช้ในพื้นที่มากนัก จึงได้ทำการขุดบ่อเพื่อไว้กักเก็บน้ำไว้ใช้ภายในสวน เมื่อได้ปลูกพืชหลายๆ ชนิดแล้วเห็นว่าบ่อน้ำยังสามารถใช้ประโยชน์ได้อยู่จึงได้เกิดความคิดที่อยากจะนำปลาหมอมาเลี้ยง
จากสภาวะเศรษฐกิจไม่กี่ปีมานี้ ส่งผลให้สินค้าเกษตรหลายชนิดราคาตกต่ำ จึงทำให้เกษตรกรมีการปรับตัวมากขึ้น โดยทำเกษตรแบบผสมผสานที่ไม่เน้นทำเป็นเกษตรเชิงเดี่ยวมากเกินไป เพราะนอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของราคาที่ผันผวนแล้ว ยังสามารถมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรบางชนิดทดแทน จึงช่วยเสริมรายได้สลับไปมาในแต่ละช่วงการผลิต จึงเกิดรายได้หลากหลายส่งผลให้ไม่มีหนี้สิน คุณขาว เสมอหัต อยู่บ้านเลขที่ 58/3 หมู่ที่ 8 ตำบลคลองควาย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี มีอาชีพหลักทำนาด้วยราคาข้าวที่ผลิตได้ไม่แน่นอน จึงได้หาอาชีพเสริมเข้ามาช่วย คือการเลี้ยงปลาดุก โดยใช้บ่อน้ำที่มีอยู่เดิมจากการขุดไว้ใช้ภายในสวน มาเลี้ยงปลาให้เกิดประโยชน์มากขึ้น พร้อมทั้งใช้เหยื่อสดต้นทุนต่ำมาเป็นอาหารให้ปลากิน ทำให้ปลาเติบโตดีตลาดต้องการ จำหน่ายได้ราคา อาชีพหลักทำนา เลี้ยงปลาดุกเสริมรายได้ คุณขาว เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ประกอบสัมมาอาชีพมาถึงปัจจุบัน รายได้หลักของครอบครัวคือเกษตรกรรมเพียงอย่างเดียว โดยยึดการทำนามานานหลายสิบปี แต่ด้วยบางปีราคาข้าวที่ได้ไม่แน่นอน จึงเกิดความคิดที่อยากจะเสริมรายได้ เห็นบ่อน้ำที่อยู่บริเวณบ
ปลาหางนกยูง เป็นปลาที่มีขนาดเล็ก ความรู้โดยพื้นฐานของคนไทยโดยทั่วไป เข้าใจว่า เป็นปลาที่เลี้ยงง่าย ปล่อยตามอ่าง แอ่ง กาละมัง หรือถังน้ำ ก็เลี้ยงได้แล้ว ทั้งยังขยายพันธุ์ได้ง่าย เริ่มต้นจากแค่ไม่กี่ตัว ไม่นานก็ออกลูกออกหลานมากมาย คุณเดชา ฤทธิเดช ชาวมีนบุรี ก็เข้าใจเช่นนั้นมาตลอด ต่อเมื่อมาเริ่มลงมือเลี้ยงเอง และตั้งเป้าขยายพันธุ์ปลาหางนกยูงขาย ถึงได้รู้แจ่มแจ้งว่า การเลี้ยงปลาหางนกยูงที่ว่าง่าย ต้องเข้าใจวิธีการเลี้ยงด้วย จึงจะเรียกได้ว่าง่าย ไม่อย่างนั้นแล้ว ก็ไม่รอดเหมือนกัน แม้จะมีประสบการณ์จากการเลี้ยงปลามาก่อน ก็ไม่ได้ช่วยให้การเลี้ยงปลาหางนกยูงในระยะเริ่มแรกดำเนินไปด้วยดี เพราะเป็นการเลี้ยงปลากินเนื้อ เช่น ปลาดุก ปลาช่อน ปลาสวาย ซึ่งครอบครัวของคุณเดชาทำมานานก็จริง แต่ไม่ประสบความสำเร็จกับการเลี้ยงปลากินเนื้อกลุ่มนี้ การเลี้ยงปลาหางนกยูง จึงเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับคุณเดชา แรงกระตุ้นให้เริ่มเลี้ยงปลาหางนกยูง อยู่ที่การเห็นปลาหางนกยูงวางขายที่ตลาดปลาในตลาดนัดสวนจตุจักร นั่นหมายถึง ปลาหางนกยูงยังคงขายได้อยู่ตลอด แม้ว่าราคาขายค่อนข้างแพง “เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว หางนกยูงสายพันธุ์จากต่าง
คุณศักรินทร์ สินทะสุทธิ์ คุณศักรินทร์ สินทะสุทธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 118 หมู่ที่ 3 ตำบลท่าราบ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เป็นเกษตรกรที่ยึดอาชีพเพาะพันธุ์ปลาแฟนซีคาร์พมามากกว่า 10 ปี โดยมีการพัฒนาสายพันธุ์และสร้างลูกพันธุ์ให้มีความแข็งแรงมากขึ้น จนสามารถเกิดเป็นอาชีพเลี้ยงครอบครัวของเขาได้เป็นอย่างดี คุณศักรินทร์ เล่าให้ฟังว่า หลังจบการศึกษา ปวช. สาขาอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี ได้ยึดการร้องเพลงและเล่นดนตรีเพื่อเป็นอาชีพทำเงิน ต่อมาเมื่อมีโอกาสได้ย้ายกลับมาอยู่บ้านเกิด และได้แต่งงานจึงได้รู้สึกอยากจะอยู่กับที่ ไม่อยากเดินทางเหมือนเช่นสมัยก่อน ทำให้ตัดสินใจมองหาอาชีพใหม่สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว “พอได้มีโอกาสกลับมาบ้านเกิด ก็ได้แต่งงานมีครอบครัว ทีนี้ก็ไม่อยากเดินทางไปเล่นดนตรีเหมือนสมัยก่อนแล้ว เพราะรู้สึกว่าอิ่มตัว ทีนี้บ้านของภรรยาได้เพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดอยู่แล้ว ทีนี้ก็มองเห็นถึงโอกาส จึงได้มาศึกษาเกี่ยวกับวิธีการเพาะพันธุ์ปลา เพื่อเป็นการหาประสบการณ์ พร้อมทั้งช่วยครอบครัวของภรรยาเลี้ยง เพื่อเราจะได้เรียนรู้และมีประสบการณ์มากขึ้น ก็สามารถทำจนประสบผลสำเร็จและยึดเป็นอาชีพของตนเองได้”
กาฬสินธุ์ – นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เผยว่า จากกรณีปลานิลที่เลี้ยงในกระชังบริเวณเขื่อนลำปาวล้นตลาด และมีบางส่วนน็อกตาย เสียหายและสร้างภาระหนี้สินให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชัง จึงได้มอบหมายให้ประมงจังหวัด ประสานห้างสรรพสินค้าในจังหวัด เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังนำปลามาจำหน่าย เพิ่มช่องทางการตลาด ระบายปลาสดจากกระชังสู่ผู้บริโภคโดยตรง รับความร่วมมือจากห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี เปิดพื้นที่บริเวณหน้าห้างให้วางจำหน่ายปลานิลสด ปลาทับทิมมาร่วมจำหน่ายด้วย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาปลากระชังล้นตลาด ในส่วนของการแก้ปัญหาระยะยาว หากการเปิดตลาดขายปลากระชังสดได้รับความนิยม และเป็นหนทางช่วยให้เกษตรกรผ่านพ้นวิกฤตได้ จะดำเนินการจัดให้ต่อเนื่อง ในช่วงวันที่ 7-9 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ จะจัดเทศกาลกินกุ้งปลากาฬสินธุ์ ให้ทราบถึงแหล่งผลิตปลานิลกระชังและกุ้งก้ามกรามแห่งใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน เมื่อ 2 เดือนก่อนมีปลากระชังค้างรอจำหน่ายประมาณ 200 ตัน ปัจจุบันเหลือปลาในกระชังรอจำหน่ายประมาณ 100 ตัน เป็นช่องทางการจำหน่ายที่ง่ายและสะดวก ผลตอบรับดี จำหน่าย 1 ตัน 30 นาทีขายหมด ด้าน นายคา
นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เตรียมเสนอ พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำแผนยกระดับองค์การสะพานปลา (อสป.) เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อของบประมาณปรับปรุง หลังแผนพัฒนา อสป. เสร็จในเดือนมีนาคม 2560 อสป. มีท่าเรือ จำนวน 14 แห่งทั่วประเทศ จะยกระดับตลาดสะพานปลากลางเมือง (Fish market) รูปแบบเหมือนตลาดปลาที่ประเทศญี่ปุ่น ทั้งเร่งพัฒนาท่าเทียบเรือประมงของจังหวัดภูเก็ต ให้ขึ้นเป็นศูนย์กลางนำเข้า-ส่งออกทูน่า (ฮับทูน่า) ของอาเซียน เนื่องจากประเทศในอาเซียนมองว่าไทยมีศักยภาพมากที่สุด เนื่องจากนำเข้าและส่งออกทูน่า อันดับ 1 ของโลก “ไทยถือว่ามีความเข้มแข็งเรื่องอุตสาหกรรมประมง เป็นผู้ส่งออกสินค้าประมง อันดับ 1 ของโลก อาทิ การเป็นผู้นำส่งออกทูน่า อันดับ 1 ของโลก จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาท่าเรือและเชื่อมสัมพันธ์กับอาเซียนยกระดับท่าเรือของ อสป. สำหรับการท่องเที่ยว โมเดลเดียวกับญี่ปุ่น อสป. เป็นกลไกสำคัญของห่วงโซ่การผลิตสินค้าประมง” นางสาวชุติมา กล่าว ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
