ตลาดอาเซียน
บริษัท เก้าดาวฟาร์ม (2005) จำกัด ผู้ผลิตปูนิ่มแช่แข็ง ถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ที่ประสบความสำเร็จภายใต้โครงการ “แพลตฟอร์มแห่งโอกาส” ที่แม็คโครสนับสนุน จากการทำงานร่วมกันมากว่า 15 ปี วันนี้เก้าดาวฟาร์มมีสินค้าวางจำหน่ายที่สาขาของแม็คโครทั่วประเทศ และส่งออกไปยังประเทศกัมพูชา และเมียนมา สร้างรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง “ธัญวิทย์ ธรรมสุนทร” รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เก้าดาวฟาร์ม (2005) จำกัด กล่าวว่า ได้เป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับแม็คโครมานานกว่า 15 ปี ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ ที่ต้องการทำตลาดสินค้าปูนิ่มให้คนไทยได้กินกัน ประจวบกับช่วงนั้นแม็คโคร ต้องการสินค้าปูนิ่มมาวางจำหน่ายที่สาขาของแม็คโครในประเทศไทย จึงเริ่มทำงานร่วมกันมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งแม็คโครได้เข้ามาช่วยดูแลเรื่องมาตรฐานต่างๆ ทั้งเรื่องคุณภาพ การทำตลาด ตลอดจนเปิดโอกาสให้นำเสนอสินค้าเข้าสู่สาขาของแม็คโครในต่างประเทศ ทั้งที่กัมพูชา และเมียนมา “คุณภาพและมาตรฐาน คือหัวใจสำคัญของสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่เราวางจำหน่ายในแม็คโคร กระบวนการผลิตปูนิ่มแช่แข็งของเราจึงต้องใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกพันธุ์ปูดำตามขนาดที่เหมาะสม ให้มีความ
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เชิญชวนผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมโคแปรรูปสมัครเข้าร่วมโครงการ “จัดทัพโคนมไทย บุกตลาดต่างประเทศด้วย FTA” หวังดึงผู้ประกอบการเป้าหมายที่ผลิตสินค้านมโคแปรรูป ให้ใช้ความตกลง เอฟทีเอเป็นเครื่องมือลดต้นทุนการทำธุรกิจส่งออกสินค้าไทยสู่ตลาดต่างประเทศ และใช้ประโยชน์จากการที่คู่ค้าลดภาษีโดยเฉพาะประเทศคู่ค้าในอาเซียน โดยเป็นโครงการปีที่ 2 หลังจากประสบความสำเร็จในปี 2561 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมเจรจาฯ ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินโครงการ “จัดทัพโคนมไทย บุกตลาดต่างประเทศด้วยเอฟทีเอ” ซึ่งเป็นโครงการในปีที่ 2 จากความสำเร็จของโครงการ “จับมือผู้ประกอบการโคนมไทยบุกตลาดต่างประเทศ โดยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ” เข้าสู่ตลาดจีน ในปี 2561 ซึ่งเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการพอใจเมื่อประเมินผลความคุ้มค่าและประโยชน์ที่ได้รับ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จึงได้ดำเนินโครงการต่อในปี 2562 โดยเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์นมโคแปรรูปโดยมีความตั้งใจที่จะกระตุ้นให้ผู้ประกอบการนมโคแปรรูปได้ใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี โดยเฉพาะเอฟทีเอระหว่างอาเซียน ขยายช่องทางการจำ
นายบุญฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวการเป็นประธานเปิดงาน 50 ปีอาเซียน ภายใต้แนวคิด “เดินหน้าสู่ AEC 2025” ว่า การสำรวจความคิดเห็นเรื่องอาเซียน พบว่าคนไทยมีความรู้เรื่องอาเซียนน้อยกว่าคนกัมพูชา ซึ่งการรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนมี 3 ด้าน การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ที่คุ้นเคยมากที่สุดคือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ภายในอีก 8 ปี ข้างหน้า หรือปี 2568 ตามแผนพัฒนาประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint 2025) จะทำให้อาเซียนเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าโลก สนับสนุนให้อาเซียนตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ของโลก ยกระดับขีดความสามารถ ในการแข่งขันของภูมิภาค ส่วนการพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ การค้าออนไลน์ ด้านนวัตกรรม มองว่าในอนาคตนี้การค้าของโลกจะไม่กระจุกตัวอยู่ที่แค่ประเทศหลักๆ อย่าง จีน สหรัฐ ญี่ปุ่น แต่จะกระจายไปยังประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน มีประชากรกว่า 630 ล้านคน ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมการพัฒนาชุมชน(พช.) ได้จัดทำโครงการสร้างนักธุรกิจโอทอป สู่การตลาดการค้าอาเซียน โดยมีกิจกรรมหลัก 2 กิจกรรม คือ พัฒนาคณะกรรมการบริหารศูนย์จำหน่ายและกระจายสินค้าโอทอปต้นแบบ 6 แห่ง ให้มีความพร้อมในการบริหารด้านการตลาดรูปแบบ Trader จะเน้นให้มีความรู้กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับและข้อควรรู้ในการดำเนินธุรกิจการค้ากับประเทศในประชาคมอาเซียน หรือ AEC นอกจากนั้น อีกกิจกรรมคือ การสร้างนักธุรกิจ OTOP สู่การค้าการตลาดอาเซียน หรือ OTOP Trader อย่างน้อยจังหวัดละ 1 คน ซึ่ง OTOP Trader จะเป็นกลไกสำคัญที่จะเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ให้เข้าถึงตลาด และการบริหารการขายได้ครบวงจร โดยต้องสามารถสร้างเครือข่ายผลิตภัณฑ์ในระดับจังหวัด ภาค หรือข้ามภาค รวมถึงเข้าใจกลไกตลาดตลาดในต่างประเทศ นายอภิชาต กล่าวถึงความจำเป็นที่ต้องสร้าง OTOP Trader ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายอย่างชัดเจนในการยกระดับโอทอปทั้งระบบ ต้นทาง กลางทาง ถึงปลายทาง สู่ “โอทอปประชารัฐ” โดยได้ออกมาตรการต่าง ๆ มาสนับสนุน เช่น มาตรการส่งเสริมการลงทุนท้องถิ่นใน
