ตาล
พื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี มีต้นตาลจำนวนไม่น้อย ส่วนใหญ่ไม่ได้ปลูก แต่เป็นตาลที่ขึ้นตามธรรมชาติ และธรรมชาติของต้นตาลจะมีอายุยืนยาวเกินร้อยปี ให้ผลผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องบำรุงรักษาเหมือนพืชชนิดอื่น ตำบลกะมิยอ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ขึ้นชื่อในเรื่องของการทำตาลแว่น และ น้ำตาลเหลว ตำบลกะมิยอ มีทั้งสิ้น 7 หมู่บ้าน ในทุกหมู่บ้านมีชาวบ้านที่อาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่น เก็บน้ำตาลจากตาลโตนด นำมาแปรรูปเป็นตาลแว่น และน้ำตาลเหลว สร้างรายได้ พื้นที่ปลูกตาลโตนดในอำเภอเมืองมีมาก และมีการเก็บน้ำตาลโตนดมาแปรรูปเป็นตาลแว่น น้ำตาลเหลว ก็มากเช่นกัน แต่กรรมวิธีการผลิตจะต่างกัน ขึ้นกับภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่น แต่ละท้องถิ่นก็ผลิตน้ำตาลออกมาตามสูตรของแต่ละบ้าน แต่ละครัวเรือน แต่ครั้งนี้ต้องขอแนะนำเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จอย่างชัดเจน และผลิตน้ำตาลแว่น รวมถึงน้ำตาลเหลว ออกมาได้อย่างมีคุณภาพ 100 เปอร์เซ็นต์ คุณปาตีเมาะ มีฮะ เจ้าของผลิตภัณฑ์น้ำตาลโตนด และวิทยากรทำน้ำตาลแว่น หมู่ที่ 4 ตำบลกะมิยอ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เล่าว่า เธอและสามี มีลูกทั้งหมด 14 คน ซึ่งทั้งคู่มีอาชีพเพียงการทำนา 10 ไร่ และการ
ตาล หรือต้นตาลโตนด เป็นปาล์มต้นเดี่ยวที่มีความสูงชะลูด มีลำต้นใหญ่และเนื้อแข็งแรงมาก มีลำต้นขนาดประมาณ 30-60 เซนติเมตร มีความสูงของต้นได้ถึง 25-40 เมตร ลำต้นเป็นเสี้ยนสีดำและแข็งมาก เดิมที ต้นตาลจัดเป็นพืชดั้งเดิมของทวีปแอฟริกา ต่อมาตาลได้ขยายแพร่พันธุ์ไปเรื่อยๆ จนมีอยู่ทั่วไปในเอเชียเขตร้อน รวมทั้งประเทศไทยด้วย โดยพบว่าต้นตาลมีอยู่ทั่วไปในทุกภาคของประเทศไทย ซึ่งแต่ละพื้นที่จะเรียกชื่อแตกต่างกันออกไป เช่น บักตาล ตาลโตนด ตาล ตาลใหญ่ ตาลนา โหนด เป็นต้น จังหวัดอุบลราชธานี เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีต้นตาลอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่อำเภอตระการพืชผล จะพบมากที่สุด ซึ่งในปัจจุบันนี้ ตาลมีประโยชน์มากกว่าที่คิด เพราะว่าชาวบ้านในอำเภอตระการพืชผลได้รับประโยชน์จากต้นตาล ด้วยการนำลูกตาลมาเฉาะขายกันสดๆ ข้างถนน จนสามารถสร้างรายได้เดือนละ 100,000 บาท ในแต่ละปีเมื่อถึงช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน ลูกตาลจะออกสู่ท้องตลาด และในบางปีจะมีลูกตาลขายไปจนถึงเดือนกรกฎาคม หากใครผ่านไปทางจังหวัดอุบลราชธานี จะพบคนขายลูกตาลแทบทุกอำเภอ บ้างก็ใส่ตะกร้าหาบขาย บ้างก็นั่งขายตามตลาด หรือตามสถานีขนส่ง แต่จุดขายลูกตาลเฉาะที
“โตนด” ราคาพุ่ง รับเดือน “รอมฎอน” ไทยมุสลิมรุมบริโภค-เกษตรกรรวมกลุ่มเร่งแปรรูป ความต้องการมาก ราคาดี นายมงคล หาญณรงค์ เกษตรกรสวนตาลโตนด อ.สิงหนคร จ.สงขลา เปิดเผยว่า การเก็บเกี่ยวตาลโตนดในปี 2561 นี้ล่าช้ากว่าปกติ เนื่องจากฝนตกชุก ทำให้น้ำตาลโตนดหดตัว ส่งผลต่อปริมาณน้ำตาลโตนด โดยมีระยะเวลาเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 3 เดือน จากปกติ 5-6 เดือน ทำให้ได้ผลผลิตลดลงเหลือ 50-75% จากปกติ โดยลูกตาลโตนดสดจะเป็นที่ต้องการในช่วงเดือนรอมฎอน หรือเดือนบวชถือศีลอดของชาวไทยมุสลิม มีแนวโน้มราคาทยอยขยับสูงขึ้นจากเดิมถุงละ 15 บาท เป็น 20-25 บาท นอกจากนี้ น้ำตาลโตนด ยังเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วไป ผ่านการนำไปแปรรูปเป็นน้ำตาลปี๊บ เพราะประชาชนในพื้นที่นิยมใช้น้ำตาลปี๊ปทำขนมพื้นบ้าน เพราะได้รสชาติของอาหารที่อร่อยกว่าน้ำตาลทราย รวมไปถึงการนำไปกลั่นเป็นสุราพื้นบ้านหรือสุราชุมชน นางพูนทรัพย์ ชูแก้ว เจ้าของสวนตาลโตนด และหัวหน้าศูนย์เรียนรู้ วิถีโหนด นาเล ต.ท่าหิน อ.สทิงพระ จ.สงขลา เปิดเผยว่า ต้นตาลโหนดในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ จ.สงขลา มีประมาณ 300,000-500,000 ต้น และมีเกษตรกรกว่า 250 ครัวเรือน ทั้งนี้ศูนย์เรียนรู้ฯ ได้ให้สม
เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครราชสีมารายงานว่า ที่บริเวณริมถ.สายประทาย-พุทไธสง ต.นางรำ อ.ประทาย พบว่ามีชาวบ้านนำลูกตาลแกะใส่ถุงวางขายเป็นจำนวนมากบริเวณสองข้างทาง โดยจากการสอบถามนายสมาน แทนสีทา อายุ 42 ปี ชาวบ้านในต.นางรำ อ.ประทาย ได้ทราบว่าชาวนาได้ไปเก็บลูกตาลมาจากทุ่งนา โดยนำลูกตาล มาใช้มีดผ่าแกะเอาเฉพาะลูกตาลสดที่อยู่ข้างใน นำมาใส่ถุงวางขาย โดยขายในราคาถุงละ 20 บาท โดยแต่ละวันชาวนาจะแกะลูกตาลได้วันละ 40-50 ถุง ทำให้มีรายได้เฉลี่ยจากการแกะลูกตาล ขายวันละ 500-1,000 บาท บางวันลูกตาลก็มีไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า เนื่องจากในช่วงนี้ลูกตาลตามทุ่งนาเพิ่งออกผลจึงมีปริมาณน้อย โดยปกติแล้วลูกตาลจะออกผลมากในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากลูกตาลที่ออกลูกในช่วงนี้ มีรสชาติหวานอร่อย จึงเป็นที่ต้องการของตลาดและประชนชนที่สัญจรไปมาบริเวณถนนสายดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านในอ.ประทายมีรายได้เสริมจากการเก็บลูกตาลขายในช่วงนี้เป็นอย่างดี ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 24 มกราคม 2561 บริเวณริมถนนสายอ่างทอง – สิงห์บุรี (สายใน) หมู่ที่ 4 ตำบลราชสถิตย์ อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง พบชาวนารวมกลุ่มกันกำลังเฉาะลูกตาลขายบริเวณริมถนน หลังจากเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูกรอต้นข้างเจริญเติบโตรอการเก็บเกี่ยว ซึ่งใช้เวลาว่างจากการ เตรียมพื้นที่นาในการเพาะปลูกหารายได้เสริมให้กับครอบครัว โดยการนำลูกตาลมาเฉาะขายริมถนน ซึ่งมีทั้งลูกค้าขาประจำและขาจรแวะเวียนกันมาอุดหนุนจนขายหมดทุกวัน เพื่อนำไปทำเป็นขนมอาหารคาวหวาน เนื่องจากส่วนประกอบของตาล อย่างเช่น ลอนตาลและหัวตาล นำไปประกอบอาหารได้หลายอย่าง นาย พิชัย หาญกล้า อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/1 หมู่ที่ 4 ตำบลราชสถิตย์ อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า ตนเองและเพื่อน ๆ ชาวนา หลังจากว่างจากการเตรียมเพาะปลูกข้าวในฤดูกาลใหม่ ได้รวมตัวกันนำลูกตาลมาเฉาะขายสร้างรายได้ให้กับครอบครัวก่อนที่จะรอให้ต้นข้าวในนาเจริญเติบโตจนสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตนำไปขาย โดยลูกตาลที่ได้มาตนเองและเพื่อนชาวนา ได้เช่าต้นตาลที่ขึ้นอยู่บริเวณคันนาจากเจ้าของนา ในราคา 100 บาท ต่อปี นำลูกตาลที่ขึ้นมาได้มาเฉาะขาย ซึ่งช่วงนี้ผลผลิตจากลูกตาลมีจำนวนน้อย เนื่องจาก
ผมคิดว่า ต้องมีคนแบบผมอีกไม่น้อย ที่เคยเข้าใจไขว้เขวกับผลผลิตที่มาจากต้นตาลโตนด โดยเฉพาะเรื่องหวานๆ ทั้งหลายทั้งปวง ตั้งแต่เข้าใจว่าลูกตาลอ่อนที่ปอกเปลือกผลตาลออกมากินเนื้อใสๆ หวานๆ นุ่มๆ นั้นแหละที่เอาไปเชื่อมจนแข็งๆ กินกันเป็นของหวาน แล้วก็เชื่อว่า น้ำในลูกตาลอ่อนรสหวานเย็นชื่นใจนั้นเองที่เอาไปเคี่ยวทำน้ำตาลปึก น้ำตาลหม้อ หรือน้ำตาลผง แม้กระทั่งทำต่อเป็นเหล้ากลั่นน้ำตาลโตนดรสดีได้ด้วย เพราะอย่าว่าแต่ผมเลย ขนาดเพื่อนที่เป็นนักปรุงอาหารที่คร่ำหวอดบางคนก็ยังเผลอเข้าใจแบบนี้อยู่เลยล่ะครับ ชื่อคำว่าต้น “ตาล” (sugar palm) นี้ น่าจะเป็นคำภาษาบาลี ยังมีใช้เรียกกันในศรีลังกา เดิมบ้านเมืองเก่าแก่ที่ใช้ภาษาบาลีก็เรียกใช้คำนี้ เช่นที่ปรากฏในจารึกสุโขทัยหลักที่ 1 (จารึกพ่อขุนรามคำแหง) เล่าถึงว่า พ่อขุนรามคำแหงนั้นโปรดฯ ให้ “…ปลูกไม้ตาลนี้ได้สิบสี่เข้า จึ่งให้ช่างฟันขดานหินตั้งหว่างกลางไม้ตาลนี้…” ส่วน “โตนด” เป็นชื่อเรียกในภาษาเขมร ถ้าดูจากชื่อบ้านนามเมือง เราพบชื่อ “บ้านโตนด” ไล่ตั้งแต่ที่บุรีรัมย์มาจนถึงชัยนาท ซึ่งน่าจะแสดงถึงความแพร่หลายของวัฒนธรรมการทำตาลในกลุ่มคนที่ใช้ภาษาเขมรสืบ
ตาลโตนด เป็นไม้วงศ์ปาล์ม และมะพร้าว แต่มีลำต้นแข็งแรง และอายุยืนยาวมาก อายุยืนประมาณ 80-100 ปี โตเต็มที่สูงได้กว่า 18- 25 เมตร หรือมากกว่า เริ่มให้น้ำตาลและลูกได้เมื่ออายุประมาณ 10-15 ปี เป็นพืชที่ขึ้นได้บนดินทุกชนิด ทนแล้ง และน้ำท่วมได้ดี ไม่มีผลต่อพืชอื่นๆ รอบข้าง เช่น นาข้าว สวนผัก มีประโยชน์ในหลายด้าน อาทิ ลูกตาลอ่อน น้ำตาลสด ผลแก่ใช้ทำขนมตาล แก่นไม้ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงหน้าแล้งชาวนา จ.สุรินทร์ ที่ว่างเว้นจากงานหลักต่างพากันหาอาชีพเสริมเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว ซึ่งในหลายพื้นที่ก็มีอาชีพเสริมที่แตกต่างกันไป โดยพื้นที่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เกษตรกรใช้เวลาว่างเก็บผลตาลสดมาปาดขาย ภาษาเขมรท้องถิ่นสุรินทร์เรียกว่าตะหนอด ข้างถนนสายปราสาท-ช่องจอม บริเวณด้านหน้าบ้านบัลลังก์ ต.กังแอน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ พบว่ามีพ่อค้ารายหนึ่งได้นำผลตาลสดติดเครือมาเต็มกระบะหลังรถยนต์ปิกอัพ และกางร่มขนาดใหญ่บังแดด สมาชิกในครอบครัวใช้มีดปาดตาลกันแบบสดๆ ส่วนลูกค้าก็จะเป็นผู้ที่สัญจรผ่านไปมา และมีลูกค้าประจำที่ชอบแวะซื้อ เพราะหากินยาก นางสุภาพร ดาศรีทอง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 479 หมู่ 10 ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ลูกค้าขาประจำ กล่าวว่า ตนมาซื้อไปทำลูกตาลลอยแก้ว และนำไปปอกกินธรรมดาก็ได้ ผ่านมาจะแวะซื้อเป็นประจำ ขาย 3 ถุง 100 บาท ปกติถุงละ 35 บาท ถ้าซื้อเยอะก็จะลดเหลือ 3 ถุง 100 บาท เมนูเด็ดส่วนมากจะเอาไปทำของหวาน เป็นลูกตาลลอยแก้ว ช่วยดับกระหายและดับร้อน ด้านนายจักรภูมิสิทธิ์ วรรณบันเทิงกูล อายุ 35 ปี พ่อค้าตาลโตนด กล่าวว
