ถ้ำหลวง
ถือเป็นภารกิจครั้งประวัติศาสตร์ในการช่วยเหลือ ค้นหาทีมหมูป่า ในถ้ำหลวง -ขุนน้ำนางนอน โดยล่าสุด ศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหาย ได้แถลงปิดภารกิจการช่วยเหลือค้นหา โดยทีมช่วยเหลือทั้งหมดได้ทยอยเดินทางกลับจาก จ.เชียงราย ส่วนเด็กๆ อาการเริ่มดีขึ้น พล.ร.ต. อาภากร อยู่คงแก้ว ผบ.หน่วยซีล ได้เปิดเผยกับ BBC ถึงประเด็นการเอาตัวรอดภายในถ้ำของเด็กๆ ว่า ระหว่างที่อยู่ด้านในถ้ำ ต้องยอมรับความเก่งในการเอาชีวิตรอดของทั้ง 13 ชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัว “โค้ชเอก” หรือ เอกพล จันทะวงษ์ เพราะทุกคนอยู่ในสภาพที่ดีมาก เท่าที่ฟังดูก็คือ ได้มีการขุดเป็นอุโมงค์เข้าไปประมาณ 5 เมตร โดยใช้หิน ขุดเป็นอุโมงค์เพื่อป้องกันความหนาว เพราะอยู่ในอุโมงค์ มันอบอุ่น โดยมีการทำสมาธิจากที่โค้ชเคยบวชเรียนมา และแบ่งปันอาการกัน ทำให้รอดมาได้ “ในปฏิบัติการ ต้องปลุกใจกำลังพลอยู่เสมอ “เราต้องสู้กับน้ำ น้ำมาเราต้องสู้ คิดได้แค่นั้นเอง” เราไม่ใช่ฮีโร่นะครับ เราทำงานตามขีดความสามารถที่เรามี ที่เราสามารถทำได้ แต่ผมว่าสิ่งหนึ่งที่ กองทัพเรือบอกว่า กองทัพเรือจะไม่ทิ้งประชาชน ในส่วนของเราเอง เวลาเราทำงาน ถ้าภารกิจไม่สำเร็จ เราจะไม่ยกเลิก เป็น
ธนาคารน้ำใต้ดิน อีกหนึ่งเบื้องหลังที่ช่วยทำให้ระดับน้ำในถ้ำหลวงลดลงอย่างรวดเร็ว จนเจ้าหน้าที่สามารถช่วยกันนำ 13 หมูป่า ออกจากถ้ำ เผยช่วยพร่องน้ำได้ในรัศมี 50 กิโลเมตร เผยเทคนิคการขุด จากกรณีภารกิจช่วยชีวิต 13 ชีวิต ทีมหมูป่า ซึ่งติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา กระทั่ง เจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือ หน่วยซีล ได้ค้นหาจนพบตัวทั้งหมดอยู่บริเวณเนินนมสาว ต่อมาเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร อดีต ผวจ.เชียงราย ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหาย ได้แถลงเริ่มต้นภารกิจสำคัญ คือการนำตัวทั้ง 13 ชีวิต ออกจากถ้ำ ธนาคารน้ำ / หลังจากหลายหน่วยงานระดมสรรพกำลังช่วยกันสูบน้ำ เบี่ยงทางน้ำ และหาแนวทางเพื่อให้ระดับน้ำในถ้ำหลวงลดลง จนช่วง 3 วันที่ผ่านมา ระดับน้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถวางแผนนำตัวน้องๆ ทีมหมูป่า พร้อมโค้ช ออกมาจากถ้ำได้สำเร็จ และยังคงทยอยนำตัวน้องๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องนั้น เบื้องหลังส่วนหนึ่งที่ทำให้ระดับน้ำในถ้ำลดลงอย่างรวดเร็วนั้น มาจากวิธีการสร้างช่องลมขนาดใหญ่ 9 หลุม โดยใช้หลั
การค้นหานักฟุตบอลทีมหมูป่า รวม 13 คน ที่เข้าไปติดอยู่ภายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตั้งอยู่ในตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่ช่วงบ่ายเมื่อวานนี้ ล่าสุดการค้นหาผ่านมาแล้วกว่า 24 ชั่วโมง ก็ยังไร้วี่แววของทั้ง 13 ชีวิต โดย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนับร้อยนาย เข้าค้นหาผู้สูญหายอย่างต่อเนื่องท่ามกลางบรรดาผู้ปกครองและญาติของผู้สูญหายมารอด้วยความโศกเศร้า ที่ได้มาร่วมกันทำพิธีตามความเชื่อด้วยการไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ประจำถ้ำและตีกลองตามความเชื่อแต่โบราณ รวมทั้งนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธี ขอเจ้าแม่นางนอนให้ปกปักษ์รักษาทั้ง 13 คน ให้ปลอดภัย และให้ค้นหาทั้ง 13 คน พบโดยเร็ว ซึ่งการค้นหาของนักประดาน้ำตลอดทั้งวันที่ผ่านมาแม้ฝนจะไม่ตกแต่ปัญหาอุปสรรคในการค้นหาคือ น้ำในถ้ำยังสูงและมีสีขุ่นมองไม่เห็นและด้วยความยาวของถ้ำกว่า 6 กิโลเมตร และมีหินงอกหินย้อยบางช่วงแคบมาก อากาศภายในถ้ำมีน้อยและปัญหาความมืดทำให้การค้นหาเป็นไปอย่างยากลำ
จากข้อเขียนของ อาจารย์แสนประเสริฐ ปานเนียม ที่ลงพิมพ์ในหนังสือ เพชรนิวส์ ฉบับเดือนกันยายน พ.ศ. 2557 กล่าวว่า ถ้ำหลวงเป็นสถานที่ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองเพชร มีรอยพระพุทธบาทจำลองประดิษฐานอยู่และเป็นที่ชุมนุมผู้คนจำนวนมากที่มานมัสการพระพุทธบาทในเทศกาลตรุษสงกรานต์ สอดคล้องกับเนื้อความที่ปรากฏในนิราศเขาหลวงของขุนวรการ ซึ่ง ศาสตราภิชานล้อม เพ็งแก้ว นำมาบันทึกไว้ใน ประชุมนิราศเมืองเพชรบุรี สันนิษฐานว่าน่าจะแต่งขึ้นในราวปี พ.ศ. 2448-2470 ความว่า “พอถึงประตูคูหาพนาสาณฑ์ เย็นสำราญคนผู้ดูหนักหนา เดินเบียดเสียดเยียดยัดอัดกันมา เข้าคูหาห้องแก้วแล้วสำราญ แล้วลงจากเชิงบันไดใหญ่มหันต์ ไม่ช้าพลันถึงเขาทำพระกรรมฐาน ปั้นเป็นผีนอนตายขึ้นใหญ่กราน นัยน์ตาปานใหญ่ยาวราวกับจริง พี่เป็นเข้าเกล้าพองสยองเศียร ให้วนเวียนบ่นธรรมกรรมมาสิง พอคิดถึงอนิจจาน่าประวิง เราคงกลิ้งตายยับกับพสุธา พี่คิดได้แต่หากปากสนอง น้ำจิตต์หมองถึงนวลเฝ้าครวญหา แม้น้องมาช่วยกันคิดอนิจจา สังขาราคงกระจ่างทางนิพพาน พี่ตั้งจิตต์ปลงคนเดียวยังเหล
