ทะเลสาบ
บรรพบุรุษชาวประมงริมทะเลสาบสงขลา ฝั่งจังหวัดพัทลุง หมู่ที่ 8 ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตออกเรือหาปลาเป็นอาชีพหลัก หารายได้มาเลี้ยงครอบครัว บ้านเรือนก็ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบ ซึ่งแต่ละรายมีที่ดินบนฝั่งเพื่อประกอบอาชีพเพาะปลูกน้อยมาก จึงคิดค้นหาวิธีการเพาะปลูกพืชในทะเลสาบ หรือริมฝั่งริมทะเลสาบเพื่อเป็นผลผลิตเลี้ยงครอบครัว บรรพบุรุษของชาวประมงนับร้อยปี จึงได้ทำนาข้าวในทะเลสาบ โดยใช้พื้นที่ริมชายฝั่งทะเลสาบที่ทอดยาวกว่า 9 กิโลเมตร และถ่ายทอดความรู้วิธีการปลูกข้าวในทะเลสาบมาจนถึงยุคปัจจุบัน คาดว่าการทำนาข้าวแบบนี้มีแห่งเดียวในประเทศไทย คุณหนูวาด นิยมแก้ว อายุ 71 ปี บ้านเลขที่ 139 หมู่ที่ 8 ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้จากบรรพบุรุษวิธีการทำนาข้าวในทะเลสาบ บอกว่า ตนทำนาข้าวจำนวน 4 ไร่ บริเวณแห่งนี้มาเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้ว และยังมีเพื่อนบ้านอีกจำนวนหลายครัวเรือนทำนาข้าวบริเวณแห่งนี้รวมแล้วเกือบ 200 ไร่ ตามแนวยาวริมฝั่งทะเลสาบของหมู่บ้านประมาณ 3 กิโลเมตร แต่ตลอดแนวริมทะเลสาบ ที่ทำนาข้าวยาวประมาณ 9 กิโลเมตร โดยหนึ่งปีสามารถทำนาข้า
ในห้องมีตู้ปลาหลายใบ ผมเลือกนั่งลงหน้าตู้ปลาใบโปรด เป็นตู้ขนาด 48 นิ้ว ข้างในมีปลาหมอทะเลสาบมาลาวีกลุ่มเอ็มบูน่าสีสดๆ ว่ายไปมาหลายสิบตัว พื้นตู้นั้นปูด้วยทรายละเอียด มีหินก้อนน้อยใหญ่วางทับซ้อนกันเป็นกลุ่มเป็นกอง ปลาหลายตัวเข้าจับจองตามซอกโพลงหิน ปลาบางคู่บ้างก็ว่ายคลอเคล้าเกี้ยวพาราสี บ้างก็โรมรันต่อสู้กันเองเป็นที่ชุลมุน แต่โดยรวมตู้นี้สวย ดูสนุก สีสันที่หลากหลายของปลาหลากสายพันธุ์ เมื่อรวมเข้ากับสีสว่างๆ ของผืนทราย สีที่ทั้งเข้มทั้งอ่อนของโขดหิน แสงและเงาที่ทอดตกลงตามพื้น กลายเป็นความงามสุดพิเศษ เป็นเอกลักษณ์ เป็นความยุ่งเหยิงวุ่นวายอันแสนสงบ เป็นความสว่างท่ามกลางบรรยากาศขมุกขมัวของฤดูกาล เป็นความกระจัดกระจายขัดแย้งที่รวมเป็นหนึ่งเดียว ผมมองภาพปลาในตู้ใบนี้แล้วนึกถึงภาพเขียนยุคอิมเพรสชันนิสม์ ที่ศิลปินใช้วิธีการแต้มสีหรือป้ายด้วยแปรงหยาบๆ ด้วยสีสดแบบไม่ต้องผสม ปล่อยให้ภาพนั้นกลมกลืนกันไปเองด้วยการมองแบบองค์รวม ตู้ปลาของผมสุกสว่าง ฝูงปลาหมอสีกลุ่มเอ็มบูน่าที่สดฉูดฉาดหลากสีว่ายพล่านสลับกันไปมา ทรายละเอียดที่ปูพื้นดูเนียนนวลตัดกับสีของปลาได้อย่างมีเสน่ห์ลงตัว ผมนั่งดูปลาเพลิดเพลิน กระท
