ทับทิมสยาม
“ส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม” ต้นกำเนิดสายพันธุ์จากภาคใต้ เปลือกบาง มีเนื้อสีแดงเข้มเหมือนสีทับทิม รสชาติหอมหวาน เนื้อนุ่มน่ารับประทาน ซึ่งส้มโอพันธุ์นี้แตกต่างจากส้มโอพันธุ์อื่นอย่างชัดเจน มีลักษณะประจำพันธุ์ที่โดดเด่น คือ เนื้อผลมีสีชมพูเข้มจนถึงแดงเหมือนสีทับทิม ผิวผลส้มโอและหลังใบมีขนอ่อนนุ่มปกคลุมคล้ายกำมะหยี่ มีความเฉพาะเจาะจงกับสภาพพื้นที่ จึงปลูกกันไม่แพร่หลาย ปัจจุบันพบว่าส้มโอพันธุ์นี้เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง และจำหน่ายได้ในราคาสูง และเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ จนไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค คุณสุธาทิพธ์ อิ่มสำราญ อายุ 48 ปี และ คุณประดิษฐ อิ่มสำราญ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/2 หมู่ ที่ 9 ตำบลพักทัน อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เจ้าของสวนชื่อ “ส้มโอทับทิมสยาม ตามรอยพ่อ” ซึ่งปลูกต้นส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม จำนวน 16 ไร่ คุณสุธาทิพย์ ได้เล่าว่า เดิมตนทำงานอยู่ธนาคาร เพิ่งลาออกมาได้ประมาณ 8 เดือน เป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วน คุณประดิษฐ ทำงานอยู่ที่การไฟฟ้านครหลวง และเป็นคนจังหวัดสิงห์บุรี และยังคงทำงานอยู่ ตนมีคุณพ่อเป็นเจ้าของสวนส้มโอพันธุ
ส้มโอทับทิมสยาม ถือเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่เป็นของดีขึ้นชื่อของจังหวัดนครศรีธรรมราชในเวลานี้ ที่สามารถปั่นรายได้เข้าสู่กระเป๋าเกษตรกร เนื่องจากความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค คุณปรเมศวร์ วัลดาว เกษตรตำบลคลองน้อย เล่าว่า คุณเสริม แขดวง ถือเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จทั้ง 2 ด้าน ทั้งด้านการเงิน เศรษฐกิจ หรือพูดง่ายคือความเก่ง ความรอบรู้ ต่อมาด้านศีลธรรม คือเรื่องของการแบ่งปันความรู้ การช่วยเหลือผู้อื่น รวมไปถึงส่งมอบโอกาสดีๆ ให้แก่เกษตรกร โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีพืชผลเศรษฐกิจทำรายได้ดีอย่างส้มโอทับทิมสยาม ด้วยสาเหตุที่ว่า ยังไม่มีคู่แข่งผลิตส้มโอทับทิมสยามที่ได้คุณภาพ และผ่านการรับรองจาก GI ถึงแม้อาจจะมีเกษตรกรนอกอำเภอ นอกจังหวัด เอากิ่งพันธุ์ไปปลูก แต่ก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของรสชาติ ความหวาน ได้ดีกว่าส้มโอทับทิมสยามของตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช “ผมมองว่าในพื้นที่นี้ มันก็เป็นส้มโอทับทิมสยาม และถ้าให้พูดกันตรงๆ พืชที่ทำรายได้ดีที่สุดของอำเภอปากพนัง คือส้มโอทับทิมสยาม แต่ว่า
แต่ละท้องถิ่นของไทย มีพืชแปลกๆ ให้ได้พบเห็น เดิมทีอาจจะซ่อนลึกอยู่ในหลืบ เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนนำมาปัดฝุ่น ประกอบกับการสื่อสารทันสมัย คนจึงรู้จัก พร้อมทั้งพัฒนา จนมีค่า มีราคาดี มะไฟกา ของ คุณโอสถ นราพงค์ เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ของการเก็บสิ่งที่มีอยู่มารักษาไว้ ต่อมากลายเป็นสิ่งมีคุณค่า ปัจจุบัน คุณโอสถ อยู่บ้านเลขที่ 385 หมู่ที่ 1 ตำบลช้างกลาง อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช มะไฟกา…คืออะไร มีญาติใกล้ชิดเป็นมะไฟ มะไฟกา มีชื่ออื่นๆ เช่น มะไฟแดง มะไฟแดงทับทิมสยาม ภาคใต้ แถบจังหวัดระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช จะเรียกว่า มะไฟป่า ส้มไฟแดง ส้มไฟดิน เป็นไม้ผลพื้นเมืองของภาคใต้ รสชาติจะออกหวานอมเปรี้ยว ถือเป็นผลไม้มงคล ปลูกไว้สำหรับเพื่อกินผลสดและปลูกเป็นไม้ประดับสีสันสวยงาม สามารถนำไปปรุงเป็นซอสรสเปรี้ยว แทนส้มและมะนาว ทำส่วนผสมของไอศกรีมเชอร์เบท เนื่องจากมีผลสีแดง จึงเหมาะสำหรับใช้ไหว้เจ้าและเป็นของขวัญของกำนัล ด้วยเป็นผลไม้สีแดงทับทิม ตามคำภาษาชาวจีนเรียกว่า “อั่ง” เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี มีความสุขและความเจริญเติบโตรุ่งเรืองมั่นคง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบคร
“สับปะรด” ผลไม้รสชาติหวานอมเปรี้ยวนิดๆ นับเป็นผลไม้มหัศจรรย์มากคุณค่าอย่างคาดไม่ถึง สับปะรดเป็นผลไม้ที่ดีสำหรับดวงตา เพราะมีวิตามินมากมาย สารเบต้าแคโรทีนในสับปะรดช่วยทำให้ดวงตามีสุขภาพดีขึ้น หากใครรู้สึกอ่อนเพลีย ขอแนะนำให้กินสับปะรดสักชิ้น เพราะเนื้อสับปะรด มีน้ำตาลจากธรรมชาติ ช่วยเพิ่มระดับพลังงานแล้ว เนื้อสับปะรดยังมีปริมาณเส้นใยสูง ช่วยย่อยอาหาร ลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยลดน้ำหนักอีกด้วย สับปะรด อยู่ในกลุ่มพืชใบเลี้ยงเดี่ยว สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ดี เมื่อเจริญเป็นผลแล้วจะเจริญต่อไปโดยตาที่ลำต้นจะเติบโตเป็นต้นใหม่ได้อีก และสามารถดัดแปลงเป็นไม้ประดับได้อีกด้วย ปัจจุบัน สับปะรด ที่ใช้บริโภคในปัจจุบันมีระบบรากหาอาหารอยู่ในดิน จัดเป็นไม้ดิน แต่ยังคงลักษณะบางประการของไม้อากาศเอาไว้ คือสามารถเก็บน้ำไว้ตามซอกใบได้เล็กน้อย มีเซลล์พิเศษสำหรับเก็บน้ำเอาไว้ในใบ ทำให้ทนทานในช่วงแล้งได้ พันธุ์สับปะรดที่ปลูกในประเทศไทยมีหลากหลายสายพันธุ์ ส่วนใหญ่ที่นิยมปลูกเชิงการค้า คือ “พันธุ์ปัตตาเวีย” เรียกว่า สับปะรดศรีราชา นิยมปลูกทั่วไป ผลใหญ่ ฉ่ำน้ำ เนื้อสีเหลืองอ่อน “พันธุ์ภูเก็ต หรือ พันธุ์สวี” นิย
