ทิศทางเกษตร
ประเทศไทย ตั้งอยู่ในเขตมรสุม มีอากาศร้อนชื้น ฝนตกชุกในฤดูฝน จึงเหมาะสำหรับการประกอบอาชีพเกษตรกรรม อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารายได้มวลรวมของประเทศ หรือ จีดีพี ระหว่างปี พ.ศ. 2554-2558 มีอัตราเพิ่มขึ้นจาก 8.3 ล้านล้านบาท เป็น 9.5 ล้านล้านบาท ก็ตาม แต่เมื่อมองลึกลงไปในภาคการเกษตร จีดีพี กลับลดลงที่ระดับ 6.2 แสนล้านบาท เนื่องมาจากมีปัญหาการส่งออกสินค้าเกษตรโดยรวม เริ่มจาก ข้าว พืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ในแต่ละปีส่งออกนำเงินตราเข้าประเทศ มีมูลค่า 1.5-1.7 แสนล้านบาท จากปริมาณการผลิต 21-22 ล้านตันข้าวสาร ในจำนวนนี้ใช้บริโภคภายในประเทศ 9.8 ล้านตัน และส่งออกอีก จำนวน 10.0 ล้านตัน ในรอบปีที่ผ่านมาประเทศคู่ค้าของไทยผลิตข้าวได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ก็ตาม และขณะเดียวกันประเทศเวียดนาม พม่า และอินเดีย มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าไทย สามารถส่งออกได้ราคาถูกกว่า ตันละ 900-1,000 บาท ทำให้ประเทศคู่ค้าหันไปซื้อข้าวที่มีราคาถูกกว่า ข้าวไทยจึงเกิดปัญหาในเรื่องราคา ยางพารา ไทยเคยส่งออก 3 ล้านตัน แต่ที่ผ่านมาสหภาพยุโรปเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ จีนก็มีปัญหาคล้ายคลึงกัน ส่วนญี่ปุ่นยังไม่ฟื้นตัวจากผลของสึนามิถล
