ทุเรียนตะนาวศรี
นางสาวศิริพร จูประจักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 ราชบุรี (สศท.10) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตทุเรียนในพื้นที่ภาคตะวันตก ปี 2565 ซึ่งมีพื้นที่การผลิตทุเรียน อยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี โดยทั้ง 4 จังหวัดจะเรียกทุเรียนในพื้นที่ว่า “ทุเรียนตะนาวศรี” เนื่องจากลักษณะของสภาพภูมิศาสตร์มีเทือกเขาตะนาวศรีพาดผ่าน ทำให้ได้รับความอุดมสมบูรณ์จากดินตะกอนภูเขาหลังจากฤดูน้ำหลากของทุกปี ด้วยระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล และความชื้นสัมพัทธ์ที่เหมาะสม ส่งผลให้ผลผลิตทุเรียนมีลักษณะเฉพาะ เนื้อหนา แห้งเนียน เมล็ดลีบ รสชาติหวาน มัน สศท.10 ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตทุเรียนตะนาวศรี ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ และเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกมากที่สุดในภาคตะวันตก (ข้อมูลพยากรณ์ สศก. ณ เดือนมิถุนายน 2565) พื้นที่ปลูกจำนวน 16,550 ไร่ ครอบคลุมทั้ง 8 อำเภอ ผลผลิตรวม 12,159 ตัน เกษตรกรผู้ปลูก 1,367 ครัวเรือน เกษตรกรนิยมปลูกพันธุ์หมอนทอง ซึ่งเป็นพันธุ์ทางการค้า เป็นที่นิยมของผู้บริโภค ตลาดทั้
ได้ยินมาแต่เด็กว่า “ทุเรียน” เปรียบประดุจ “ราชาแห่งผลไม้” เนื่องด้วยลักษณะเฉพาะอันเป็นเอกลักษณ์ของเปลือกนอก ที่มีหนามแหลมคล้ายมงกุฎของพระราชา อีกทั้งเนื้อในเนียนละมุนหอมเย้ายวน กลิ่นรัญจวน เจือรสชาติแสนอร่อย ยากจะหาผลไม้หวานจัดอื่นใดมาเทียบได้ แต่ที่เคยรับรู้มานั้นทุเรียนเมืองนนท์มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ราคาลูกละอย่างต่ำ 5,000 บาท หรือเป็นหมื่นๆ บาทก็มี ขนาดราคาลูกละ 25,000 บาท ยังถูกจองคาต้นซะหมดเกลี้ยง ครั้นเมื่อได้ข้ามด่านสิงขร ชายแดนไทย-พม่า ตระเวนตามสวนหมากในเมืองตะนาวศรี และล่องเรือทวนแม่น้ำตะนาวศรีขึ้นไปเรื่อยๆ สองฝั่งน้ำที่เห็นสวนหมากแน่นครึ่ดนั้น ที่เชิดก้าน ชูยอดใบสลอนอยู่ตลอดเขตสวนหมาก เป็นที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง เพราะทั้งหมดนั้นที่ชาวสวนตะนาวศรี ปลูกแทรกสวนหมากอยู่ คือ “ทุเรียน” ทุเรียนตะนาวศรีที่เห็นกะๆ เอาด้วยสายตา เพียงไม่กี่กิโลเมตรทอดยาวขนาบไปตามสายน้ำทั้งสองฝั่ง คะเนดูแล้ว มีเป็นหมื่นๆ ต้น ทำไมจึง “ดกสาหัส”, “มากสาหัส” ขนาดนี้ แล้วเมื่อขึ้นฝั่งมา สองข้างถนนยังมีเพิงไม้ขายทุเรียนสุกลูกเล็ก ฉีกเปลือกออกเห็นเนื้อในเหลืองจัด กลิ่นอบอวลยิ่งๆ กองเบ้อเริ่มหลายลูก ชาวบ้านตะนาวศ
