ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง
“พร้อมกันนี้ ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดศรีสะเกษ ยังเป็นหน่วยตรวจรับรองมาตรฐานแปลงเกษตรที่ดีเหมาะสม (GAP : Good Agricultural Practices) อีกด้วย” นายสมชาย เชื้อจีน ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวถึงบทบาทหน้าที่ของศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งมีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลัก โดยนอกจากจะทำหน้าที่ในการศึกษา ทดลอง เพื่อหาแนวทางในการทำการเกษตรในพื้นที่ภาคอีสานในด้านต่างๆ แล้ว ยังเป็นหน่วยตรวจรับรองมาตรฐานแปลงเกษตรที่ดีเหมาะสม (GAP : Good Agricultural Practices) “GAP คือ แนวทางในการทำการเกษตร เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี และปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด โดยกระบวนการผลิตจะต้องปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภค ปราศจากการปนเปื้อนของสารเคมีไม่ทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม มีการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ได้ผลผลิตสูงคุ้มค่าการลงทุน” นายสมชาย กล่าว ดังนั้น เพื่อให้กระบวนการผลิตพืชอาหารมีความปลอดภัยได้มาตรฐานเดียวกับการส่งออก ทางศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ฯ ได้จัดส่งเจ้าหน้า
“วันๆ หมกมุ่นอยู่แต่ในบ้านไม่ได้นาน ใจมันอยู่ที่สวน ต้องใช้ชีวิตอยู่กับสวน มันเงียบดี อากาศก็บริสุทธิ์ สดชื่น เดินดูโน่น…นั่น…นี่ เห็นใบไม้สีเขียวเป็นมัน เห็นดอกไม้ผลสวยงาม มีกลิ่นหอม รอดูผล แม้ได้เวลาเก็บผลก็ยังเสียดาย อยากให้ติดผลอยู่บนต้นนานๆ มันเป็นชีวิตที่มีความสุข” คำปรารภของ ร.ต. ประเสริฐ ชอบธรรม อดีตทหารผ่านศึก ทำเกษตรไม้ผล ที่แพร่ ร.ต.ประเสริฐ ชอบธรรม ภรรยา คุณไฉน ชอบธรรม มีบุตร 2 คน คนหนึ่งทำงานประจำ อีกคนกำลังศึกษาระดับปริญญาโท ครอบครัวนี้อยู่บ้านเลขที่ 106/1 หมู่ที่ 9 ตำบลห้วยอ้อ อำเภอลอง จังหวัดแพร่ 54150 โทรศัพท์ 081-299-4674 ร.ต. ประเสริฐ เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวคือ พ่อ-แม่ ทำอาชีพเกษตรกรรมอยู่ก่อนแล้ว เมื่อปี พ.ศ. 2527 ตนเองต้องไปเข้ารับการคัดเลือกเป็นทหารเกณฑ์ สังกัด ม.พัน 12 ค่ายพระยาไชยบูรณ์ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ได้ออกสนามรบที่อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ปะทะกับผู้ก่อการร้ายทหารลาวได้รับบาดเจ็บ อวัยวะบางส่วนพิการ จึงเป็นอดีตทหารผ่านศึกได้รับพระราชทานยศ ร้อยตรี อยู่ในการดูแลขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินเลี้ยงชีพ เงินผดุงเกี
ณ ห้วงเวลาไม่กี่ปีมานี้ เกิดกระแสทุเรียนฟีเวอร์ และถือว่าเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกไปยังต่างประเทศมากกว่ามูลค่าขายภายในประเทศ ส่งผลให้ราคาขายทุเรียนในประเทศสูงตามขึ้นไปด้วย ราคาจึงเป็นที่หมายตาหมายใจของเกษตรกร ในการแสวงหากิ่งพันธุ์ทุเรียนมาปลูก ทั้งมีการปรับเปลี่ยนพืชเดิมหันมาปลูกทุเรียนกันมากขึ้น จนมีผู้ที่ปริวิตกว่าปริมาณทุเรียนจะล้นตลาด ก็มีข้อน่าพิจารณาว่าทุเรียนเป็นพืชที่ปลูกได้ทุกพื้นที่ในประเทศไทยหรือไม่ คนที่ปลูกทุเรียนมีประสบการณ์องค์ความรู้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะการรู้ลึก รู้จริง ในเรื่องลักษณะนิสัยของทุเรียนเรื่องความชอบหรือไม่ชอบเกี่ยวกับสภาพอากาศหรือลมฟ้าอากาศ (ลักษณะอากาศแบบใด และอุณหภูมิที่เหมาะสม) ความชื้นในอากาศ (สัมพัทธ์มากน้อยเพียงใด) ดินหรือชนิดของดิน (ดินชนิดใด มีความเป็นกรด ด่างเท่าไร) น้ำ (มีน้ำเพียงพอตลอดฤดูกาลหรือไม่) กับการดำรงชีวิตของต้นทุเรียนก็ควรจะรู้ด้วย เกษตรกรที่ปลูกทุเรียนมีทั้งที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนและไม่ได้ขึ้นทะเบียน จึงยากต่อการแนะนำส่งเสริมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญปลูกไปแล้วที่ประสบความสำเร
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ นายวันชัย นิลวงศ์ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ส่งเสริมการปลูกทุเรียนพันธุ์ทองบางสะพาน หลังจาก นายธวัชชัย เทศรำลึก เกษตรกรในพื้นที่ ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน นำกิ่งพันธ์ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง จาก จ.นนทบุรี มาปลูกในสวนตั้งแต่ปี 2526 แต่หลังจากปลูกในระยะแรกยอดของต้นทุเรียนหัก แต่ต้นตอจากการเพาะเมล็ดทุเรียนไม่ทราบพันธุ์แตกยอดใหม่ขึ้นมา จากนั้นได้ปล่อยให้ต้นเจริญเติบโตจนกระทั่งออกดอกและติดผลในปี 2533 จึงพบว่าเกิดการกลายพันธุ์ เนื่องจากผลมีลักษณะที่แตกต่างไปจากต้นพันธุ์เดิม โดยมีเนื้อละเอียด เหนียว สีเหลืองเข้ม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รสชาติมันอมหวาน น้ำหนักผลประมาณ 2.0–5.4 กิโลกรัม “จากนั้นเกษตรกรได้ติดตามความคงตัวของลักษณะประจำพันธุ์นานกว่า 25 ปี จึงตั้งชื่อพันธุ์ว่าทองบางสะพานและยื่นจดทะเบียนรับรองพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตร ปัจจุบันเกษตรกรเจ้าของสวนได้ขยายพันธุ์ทุเรียนทองบางสะพานด้วยการเสียบยอดและจำหน่ายกิ่งพันธุ์ให้กับเกษตรกรรายอื่นที่สนใจนำไปเพาะขยายพันธุ์ ในราคากิ่งละประมาณ 400 บาท เนื่องจากผู้บริโภคนิยมรสชาติและกลิ่นต่างจากทุเรียนทุกสายพันธ์ุดั้งเดิมทั้ง
ประวัติ : เพาะจากเมล็ดก้าปั่น แหล่งที่ค้นพบ : จ.จันทบุรีจ.ระยอง ลักษณะประจำพันธุ์ : ทรงผลรี ปลายผลแหลม น้ำหนักผลเฉลี่ยประมาณ 4 กก. รูปร่างหนามผลแหลม ลักษณะสีเนื้อเหลืองอ่อน มีกลิ่นอ่อน รสชาติของเนื้อหวานมันพอดี ลักษณะเนื้อหยาบ มีเส้นใยในเนื้อ ปริมาณน้ำในเนื้อปานกลาง อายุเก็บเกี่ยว 130 วัน แหล่งที่มา : ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี อ.ขลุง จ.จันทบุรี โทร. 0-3939-7030, 0-3939-7146
