ธุรกิจกล้วยไม้รูปแบบใหม่ กล้วยไม้เพื่อการจัดสวนและปรับภูมิทัศน์ (ตอนที่ 1) ระบบการผลิตและโอกาสของการตลาด
ปกติกล้วยไม้ในธรรมชาติเป็นไม้อิงอาศัยที่ถูกแบ่งออกเป็นสองชนิดตามสภาพพื้นที่ที่เขาขึ้นอยู่ นั่นคือขึ้นอยู่บนต้นไม้ใหญ่หนึ่ง และพวกขึ้นอยู่บนพื้นป่าหรือหินตามหน้าผาหรือลานหินอีกหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่จะขึ้นในที่มีแสงแดดลอดส่องมารำไร หรือรับแสงสะท้อนที่จ้าจากท้องฟ้า ด้วยอยู่ตามผาสูง จะพบว่าในธรรมชาติถ้ากล้วยไม้ขึ้นบนต้นไม้หรือบนพื้นที่ที่พุ่มต้นหรือเครือเถาวัลย์คลุมจนแสงลอดเข้ามาได้น้อยหรือค่อนข้างทึบ ต้นของเขาและใบจะมีสีเขียวเข้ม ออกดอกน้อยหรือไม่ค่อยออกดอก แต่ถ้าเป็นที่โปร่งได้รับแสงแดดส่องมาค่อนข้างมาก จนบางช่วงฤดูของปีโดนแสงแดดตรงๆ ตอนเที่ยงหรือบ่ายเป็นช่วงเวลานาน จะพบว่า ต้นกล้วยไม้จะมีใบสีออกเหลืองมากขึ้น และมักจะแกร็นๆ หรือต้นเล็กกว่าพวกที่อยู่ที่แสงรำไร แต่กล้วยไม้ที่ได้รับแสงมากกว่าก็จะออกดอกดีกว่า เป็นต้น นิสัยของกล้วยไม้แต่ละชนิดเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้สนใจจะปลูกกล้วยไม้บนต้นไม้ใหญ่เชิงจัดสวนหรือปรับภูมิทัศน์ควรที่จะต้องทำความเข้าใจ ต้นไม้ใหญ่ที่เหมาะกับการใช้งานติดกล้วยไม้ เคมีของเปลือกไม้ ในธรรมชาติ ในป่าที่เป็นแหล่งหรือที่มีกล้วยไม้ขึ้นอยู่มาก เราจะพบว่ากล้วยไม้ไม่ได้ขึ้นอยู่บนต้นไม้
ละอองฝนสายชลชโลมหยาด พฤกษชาติโปรยกลิ่นกลั้วดินหอม ในสวนศรีพี่หมายหทัยปอง ชวนนุชน้องพิศเพลินเดินชมดู เอื้องกุหลาบเหลืองโคราชมาตรเปรยเปรียบ ก็ทานเทียบนวลปรางสองข้างคู่ รูปละมุนกรุ่นกลิ่นระรินพธู รสสุคนธ์คุ้นอยู่มิรู้เลือน ช่อกระจะระย้าเฟื่องเรืองสีสุก นิรทุกข์ไร้คำพร่ำเอ่ยเอื้อน แม้นผ่านกาลนานที่กี่ปีเดือน ยังเสมือนเคยคุ้นกรุ่นกลิ่นงาม… บทกวีโดย คุณคมสัน ศรีตัน จังหวัดเชียงราย แต่งมอบให้สำหรับเป็นบทเปิดโรง สำหรับตอนอวสานของบทความชุดนี้ แต่งให้สดๆ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2565 ขอขอบคุณครับ และแล้วก็มาถึงกาลอำลากัน ก็จะขอฝากท่านผู้อ่านไว้ด้วยบทกวีที่สะท้อนภาพคู่รักที่ทอดน่องเดินตามทางที่ต้นไม้ใหญ่ทั้งสองฟากฝั่งที่ดารดาษด้วยเอื้องกุหลาบเหลืองโคราชที่ติดอยู่บนต้นมากมาย ออกดอกชูช่อห้อยไหวละลานตาด้วยสีเหลืองอ่อน เขียวอ่อน และกรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมเหมือนมะนาวปนตะไคร้หอม ที่หอมชื่นใจ จนต้องหลับตาสูดเข้าจนเต็มปอด เหมือนกับจะกักเก็บกลิ่นนี้ไว้ไม่ให้ลืม ที่ยกมาเป็นชื่อตอน ตอนนี้ว่า เสน่ห์ของกล้วยไม้สกุลกุหลาบ ก็เพราะส่วนใหญ่เขาจะมีช่อดอกที่ห้อยลงมาที่ดูอ่อนช้อย ไม่แข็งกระด้างเหมือนกลุ่มแวนด้าที่ส่
ในบทความตอนนี้จะได้นำภาพกล้วยไม้ที่ติดต้นไม้และรองเท้านารีที่ปลูกบนหินเป็นวัสดุปลูกแบบจัดสวนที่มีดอกบานช่วงเดือนเมษายน-ต้นพฤษภาคม มานำเสนอ และมีความเห็นเพิ่มเติมจากนักจัดสวนมืออาชีพมาศึกษากัน และปรับแนวคิดของธุรกิจการติดกล้วยไม้กับต้นไม้ใหญ่เพื่อปรับภูมิทัศน์ใหม่เล็กน้อย ได้มีศิษย์เก่าจากมหาวิทยาลัยแม้โจ้ที่สนิทสนมกันอยู่สองท่านที่ได้อ่านบทความชุดนี้ได้สื่อสารกลับมาด้วยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ท่านแรกมีธุรกิจอยู่ในวงการจัดสวนให้กับโรงแรมห้าดาว และศูนย์การค้ากลุ่มเซ็นทรัลหลายแห่ง ในสมุย ภูเก็ต และกรุงเทพฯ คุณจุก พงศกร ชูพงศ์ (แม่โจ้ 65) ได้โทรศัพท์มาแสดงความคิดเห็นที่มีสาระและเป็นประโยชน์พอสรุปได้ 3 ประเด็น ดังนี้ ในการจัดสวนโปรเจ็กต์ใหญ่ตามแบบ ต้นไม้ใหญ่ที่มาลงจะเป็นไม้ล้อมขุด ถูกตัดแต่งทรงพุ่มออก เพื่อลดการคายน้ำและการขนย้าย จึงไม่มีความพร้อมที่จะติดกล้วยไม้ในระยะแรกนี้ อีกทั้งการทำงานติดกล้วยไม้ถ้าทำในระยะเริ่มจัดสวนนี้ จะไม่ค่อยสะดวกในการทำงาน ด้วยต้องมีการจัดแต่งปลูกไม้พื้น จะกีดกันและมีการเหยียบย่ำเกิดความเสียหายได้ ดังนั้น งานติดกล้วยไม้เสริมเข้าไปกับต้นไม้ใหญ่ที่อาจารย์ดำรงแนะนำและ
ด้วยท่านที่เคยไปงานประกวดกล้วยไม้ใหญ่ๆ เช่น งานลานนาพฤกษาชาติ 12 สิงหามหาราชินี ที่จัดโดยเทศบาลนครเชียงใหม่ และสมาคมกล้วยไม้เชียงใหม่ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ที่จัดเป็นปกติทุกปี (เว้นปีที่ผ่านมาเพราะโควิด) จะได้รับชมการประกวดกล้วยไม้นานาชนิดจากสวนกล้วยไม้ทั่วประเทศที่ถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของประเทศ ที่นอกจากมีการประกวดกล้วยไม้ที่มีดอกงามสะพรั่งหลายหลากพันธุ์แล้ว ในงานยังมีการประกวดการจัดสวนกล้วยไม้เลียนแบบธรรมชาติในพื้นที่ที่กำหนดให้ เช่น 2×2 หรือ 3×2 เมตร ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับงบประมาณที่มี ด้วยการจัดประกวดจัดสวนนี้ ทางผู้จัดจะต้องมีเงินสนับสนุนค่าจัดสวนให้แต่ละสวนจำนวนหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่ถือเป็นค่าต้นกล้วยไม้ติดดอกที่ต้องจัดหาหรือซื้อมา ส่วนหิน ทราย ขี้เลื่อย หญ้าสำหรับปู ตอไม้ กิ่งไม้บางส่วนทางเจ้าภาพมักเตรียมไว้ให้ การจัดสวนที่ประดับประดาด้วยกล้วยไม้ที่กำลังมีดอกนี้ จะเป็นการนำกล้วยไม้มาติดหรือผูกด้วยลวดตามตอหรือส่วนของกิ่งไม้ใหญ่ที่นำมาจัดตกแต่งให้ดูคล้ายสภาพป่าจำลอง บางครั้งผู้จัดจะจัดให้มีน้ำตกเล็กๆ ประกอบ นอกจากกล้วยไม้แล้ว ตามกติกาจะกำหนดให้ใช้ไม้ชนิดอื่
ในช่วงเกือบ 2 ปีของโควิด-19 มีผลกระทบต่อตลาดกล้วยไม้ของไทยสูงมาก ที่ชัดเจนคือการส่งออกวูบ ผู้ผลิตกล้วยไม้เพื่อส่งออกโดยเฉพาะไปอเมริกาและยุโรปกระทบหนักมาก อีกทั้งการซื้อเพื่อใช้งานในประเทศก็ลดน้อยลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ลดลง ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมถดถอยจนแทบไม่มีการซื้อกล้วยไม้มาใช้งาน การซื้อตามร้านหรือตลาดต้นไม้ของคนทั่วๆ ไปก็ลดน้อยลงมาก ในกรณีลูกค้าที่ซื้อกล้วยไม้แบบซื้อปลีกในประเทศพอจะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ 1. ซื้อให้คนอื่นเป็นของขวัญ ส่วนใหญ่ผู้รับไม่เข้าใจธรรมชาติของกล้วยไม้ หลังดอกโรยก็จะปลูกไปตามยถากรรม ส่วนใหญ่ตายหรือโทรมไป 2. ซื้อมาปลูกเลี้ยงเอง มีทั้งที่เข้าใจและศึกษาหาความรู้ที่เพิ่มทักษะให้เป็นมือสมัครเล่น ไปจนถึงนักกล้วยไม้ที่เข้ากลุ่มเข้าชมรมหรือเป็นสมาชิกสมาคมกล้วยไม้ แต่ก็มีอีกพวกหนึ่งที่ส่วนมากชอบ สนใจ อยากเลี้ยง แต่ซื้อมาเลี้ยงแล้วไม่นานก็ตายไปเพราะไม่เข้าใจธรรมชาติของกล้วยไม้ จากข้อมูลใน 2 ข้อข้างบนนี้จะเห็นได้ว่า เราสามารถที่จะเพิ่มยอดขายต้นกล้วยไม้ให้มากขึ้นได้ถ้าผู้ซื้อทั้ง 2 ข้อมีความพอใจที่กล้วยไม้ที่ซื้อไปได้ถูกใช้ประโยชน์ได้มากขึ้นและนานขึ้น นั่นค
