นกป่าชายเลน
สถานการณ์นกน้ำ นกป่าชายเลนหลายชนิดมีสถานภาพที่น่าเป็นห่วงไม่น้อย สาเหตุหนึ่งคือ พื้นที่อาศัยเดิมเปลี่ยนไป ความเจริญก้าวหน้าทางของเทคโนโลยีเข้ามา เมืองเปลี่ยนไป บั่นทอนต่อการดำรงอยู่ ส่งผลให้จำนวนประชากรลดลงอย่างรวดเร็ว สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme: UNDP) ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility: GEF) ให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์ถิ่นอาศัยของพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ที่มีความสำคัญระดับโลกในพื้นที่ภาคการผลิต (Conserving Habitats for Globally Important Flora and Fauna in Production Landscapes) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์ชนิดพันธุ์และถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์ที่มีความสำคัญระดับโลก และอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ โดยให้ความสำคัญกับชนิดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์จำนวนรวม 3 ชนิด ได้แก่ นกชายเลนปากช้อน (Spoon-billed Sandpiper) พลับพลึงธาร (Water Onion) และนกกระเรียนพันธุ์ไทย (Eastern
วันที่ 23 เมษายน นส.วรัทยา พรมชู นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)เปิดเผยว่า สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน ได้ สำรวจความหลากหลายของนกในป่าชายเลนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 ถึง พ.ศ 2559 ในพื้นที่ป่าชายเลนบริเวณอ่าวไทยตัว ก ซึ่งประกอบด้วย จ.ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรี พบว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 90 ชนิด พบเรื่องที่ไม่น่าสบายใจนัก เพราะปริมาณนกป่าชายเลนลดปริมาณลงเรื่อยๆ ล่าสุดนั้นพบว่า ลดลงจากเดิมที่สำรวจปี พ.ศ. 2557 ถึงร้อยละ 30 “สาเหตุหลักของการลดปริมาณของนกป่าชายเลน เกิดจากแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารถูกรบกวน เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของอากาศที่เกิดจากภาวะโลกร้อน ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นทุกๆปี ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงของพรรณพืชและสัตว์น้ำซึ่งเป็นแหล่งอาหารของนก อีกทั้งพื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของนกเสื่อมโทรมลง ถูกเปลี่ยนสภาพไปเป็นอย่างอื่น เช่น ที่อยู่อาศัย โรงงานอุตสาหกรรม พื้นที่เกษตรกรรม การประมง นากุ้ง น
