นมแพะ
หากพูดถึงนมแพะ นับเป็นนมอีกชนิดที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร มีปริมาณวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ไม่ต่างจากนมวัวนัก โดยมีแคลเซียม วิตามินเอ วิตามินบี 3 ทองแดง โพแทสเซียม และซีลีเนียม เป็นต้น นอกจากนี้ ยังรักษาโรคกระเพาะอาหาร โดยช่วยรักษาสมดุลของกรดในท้องของมนุษย์ให้ดีขึ้น ในนมแพะยังมีกรดนิโคตินิกช่วยในการย่อยอาหาร และยังเหมาะแก่ผู้ที่กำลังพักฟื้นและผู้ป่วยวัณโรค นมแพะจะช่วยในการเผาผลาญไขมันในร่างกายให้ดีขึ้น เพราะมีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และแร่ธาตุต่างๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย ยังช่วยเปลี่ยนแคโรทีน 100% เป็นวิตามินเอ ไม่มีสี ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง ระบบหมุนเวียนเลือดได้สะดวก และช่วยรักษาเนื้อเยื่อของร่างกาย สารอาหารจากนมแพะจะช่วยชดเชยการสูญเสียธาตุเหล็กในการมีประจำเดือน ช่วยบำรุงสตรีมีครรภ์และสตรีที่ตกเลือด รวมไปถึงช่วยรักษาแก่ผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง และยังเหมาะกับกลุ่มคนวัยกลางคนและผู้สูงอายุ เพราะในนมแพะมีแคลเซียมและโพแทสเซียมมาก จึงช่วยป้องกันโรคกระดูกผุและโรคกระดูกเปราะ และยังมีเอนไซม์ วิตามิน และแร่ธาตุที่ช่วยปรับระดับไขมันในเลือด คุณพลวิชช์ ชูรุจิพร หรือ คุณเป็ด อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5
เขตทุ่งครุหรือที่คนรุ่นเก่าจะคุ้นเคยในชื่อบางมด นอกจากจะมีส้มบางมดที่เลื่องชื่อ เป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในย่านนี้แล้ว ใครจะรู้บ้างว่าเขตทุ่งครุนั้นยังมีของดีที่ขึ้นชื่อไม่แพ้ส้มบางมดอีกสิ่งหนึ่ง นั่นคือ “แพะ” ซึ่งนับได้ว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ชาวชุมชนทุ่งครุนิยมเลี้ยง เนื่องจากบริเวณนี้ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ซึ่งตามความเชื่อของศาสนาอิสลาม ถ้าเด็กเกิดมาใหม่จะต้องรับขวัญเด็กโดยการแจกทานเนื้อแพะ ชาวบ้านจึงนิยมเลี้ยงทั้งแพะนมและแพะเนื้อ และนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนนี้อย่างมาก “แพะ” จึงเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับเกษตรกรในเขตทุ่งครุ เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในซอยพุทธบูชา 36 เขตทุ่งครุได้รวมตัวกันตั้งเป็น “กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ทุ่งครุ” มีบทบาทสำคัญและเป็นศูนย์กลางในการนำเสนอข่าวสาร รวมถึงให้ความรู้สำหรับผู้สนใจด้านการเลี้ยงแพะ สายพันธุ์ รวมถึงการจัดจำหน่าย ต่อมาในปี 2554 ได้มีการรวมกลุ่มสมาชิก 35 คนในนามกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์ พัฒนาและต่อยอดแปรรูปผลิตภัณฑ์จากนมแพะอีกหลายชนิด เช่น สบู่ ครีมอาบน้ำ โลชั่นบำรุงผิว น
กลุ่มชุมชนเกษตรกรที่นับถือศาสนาอิสลามในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในพื้นที่ตำบลปากกราน อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอเสนา และอำเภอวังน้อย ส่วนใหญ่มีอาชีพเลี้ยงแพะนม เกษตรกรได้มีการรวมตัวกันตั้งชื่อกลุ่มการเลี้ยงและแปรรูปน้ำนมแพะว่า “กลุ่มสหกรณ์ปศุสัตว์พระนครศรีอยุธยา จำกัด” ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมปศุสัตว์ โดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในการก่อสร้างโรงแปรรูปน้ำนม ซึ่งมีวัตถุดิบจากการผลิตน้ำนมแพะเฉลี่ยประมาณ 300 กิโลกรัม ต่อวัน เดิมเกษตรกรจะใช้กรรมวิธีการแปรรูปแบบดั้งเดิม โดยการต้มในครัวเรือนแล้วนำมาบรรจุถุงจำหน่ายกันเองในชุมชน ซึ่งมักจะประสบปัญหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ถูกสุขลักษณะ นมที่แปรรูปได้จำหน่ายไม่หมด ส่งผลกระทบต่อการผลิตและรายได้ของเกษตรกร เป็นอย่างมาก การสร้างและพัฒนาการบริการวิชาการเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน สังคม ประเทศ และนานาชาติ เป็นอีกหนึ่งพันธกิจของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) สุวรรณภูมิ ที่จะสร้างสรรค์ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมกิจกรรม เพื่อส่งเสริมและพัฒนาชุมชน สังคม ให้เข้มแข็งมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น จากปัญหาดังกล่าว ผศ.ทศพร นามโฮง อาจารย์จ
จากอดีตข้าราชการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ที่ทำงานคลุกคลีกับเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง “วาสนา กุญชรรัตน์” ชาวจังหวัดนครราชสีมา ตัดสินใจครั้งใหญ่ โดยน้อมนำแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในเรื่องการทำการเกษตรและอยู่อย่างพอเพียง ผันชีวิตมายึดอาชีพเลี้ยงแพะ ผลิตนมแพะจำหน่ายก่อนขยายเป็นศูนย์เรียนรู้ ถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์แนวทางต่างๆ ให้ผู้สนใจ “วาสนา กุญชรรัตน์” เล่าว่า ช่วงเริ่มต้นประมาณปี 2545 ได้ตัดสินใจซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างบ้านใน ต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จังหวัดราชบุรี ด้วยความชอบธรรมชาติ จึงมีแนวคิดทำฟาร์มแพะนม “TT GARDEN AND GOAT FARM” เพื่อผลิตน้ำนมไว้จำหน่าย โดยใช้เงินลงทุนครั้งแรกประมาณ 5-6 แสนบาท สร้างโรงเรือนไม้ยกพื้นให้แพะอยู่อาศัย จากนั้นต่อเติมขยายโรงเรือนขยายถึงปัจจุบันมีพ่อแม่ และลูกแพะที่เลี้ยงดูแลนับร้อยตัว ทั้งสายพันธุ์ซาแนน และเริ่มขยายพันธุ์ท็อกเก้นเบิร์กด้วย ซึ่งในฟาร์มต้องเน้นความเข้มงวดเรื่องความสะอาด ปลอดเชื้อโรค โดยเฉพาะโรคบลูเซลโลซีส การเข้า-ออกฟาร์มทุกครั้งจึงต้องสวมรองเท้าผ่านน้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อความปลอดภัยของฟาร
นายเฉลิมพงษ์ ชาติวัฒนา เจ้าของฟาร์มแพะนม หมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งหมอ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา กล่าวว่า หลังประสบปัญหาราคานมแพะตกต่ำ แต่น้ำนมมีปริมาณมาก จึงหันมาแปรรูปน้ำนมแพะผลิตไอศกรีมนมแพะ โดยศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ให้แนวทางแผนการตลาด ออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นสินค้ามาตรฐาน มี 3 รส คือ รสนม สตรอเบอรี่ และช็อกโกแลต รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์นมแพะพาสเจอไรซ์บรรจุขวด ส่งจำหน่ายในร้านค้าสะดวกซื้อพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดสงขลา จนเป็นสินค้าขายดี ทำให้ชาวบ้านที่เลี้ยงแพะนมมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มขยายกิจการให้กว้างขวาง นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดส่งเสริมการทำไอศกรีมนมแพะ นวัตกรรมใหม่นำนมแพะสดจากฟาร์มมาผลิตไอศกรีมมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ เนื้อไอศกรีมเข้มข้นอุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุสำคัญ ผลิตด้วยกรรมวิธีที่ได้มาตรฐานจนได้รับการคัดสรรเป็นผลิตภัณฑ์ระดับ 4 ดาว ขอบคุณข้อมูลจากมติชนรายวัน
