นวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม
กรุงเทพฯ 21 มกราคม 2563 – งานประชุมเชิงวิชาการ SEED Symposium 2020 ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเยอรมันในการส่งเสริมธุรกิจเพื่อเศรษฐกิจสีเขียว ให้บรรลุเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน ผู้ประกอบการไทยได้รับรางวัลในสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 100% จากผลิตภัณฑ์กระดาษจากฟางข้าวโดยชุมชนท้องถิ่น จากผู้ประกอบการที่สมัครเข้าแข่งขัน จำนวน 906 ราย ใน 9 ประเทศ โดยมีผู้เข้าแข่งขันแบ่งเป็นผู้ประกอบการด้านเกษตร คิดเป็นร้อยละ 43% รองลงมา ผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมรีไซเคิล คิดเป็น ร้อยละ 21% ผู้ประกอบการด้านพลังงาน คิดเป็น ร้อยละ 16% และผู้ประกอบการอื่นๆ คิดเป็น ร้อยละ 20% พร้อมผลักดันให้เข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการเศรษฐกิจสีเขียว ดร.เลวิส อาเคนจิ ผู้อำนวยการบริหาร SEED กล่าวว่า SEED ได้ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาของผู้ประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ในการขับเคลื่อนวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและนวัตกรรมใหม่ๆ ในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม พร้อมผลักดันให้เข้าสู่การดำเนินธุรกิจแบบเศรษฐกิจสีเขียว โดยใน ปี 2019 มีผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการ 906 ราย จา
รศ.ดร.สัมพันธ์ สิงหราชวราพันธ์ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เปิดเผยว่า มช. เน้นใช้ความเป็นเลิศทางวิชาการและจุดแข็งด้านงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเพื่อตอบโจทย์ของประเทศในเชิงเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยได้กำหนดยุทธศาสตร์ด้านการวิจัยที่สอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ที่ 1 เชิงรุกนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน ยุทธศาสตร์ที่ 2 เชิงรุก นวัตกรรมด้านอาหารและสุขภาพและผู้สูงอายุ ยุทธศาสตร์ที่ 3 เชิงรุก นวัตกรรมล้านนาสร้างสรรค์ และยุทธศาสตร์ที่ 4 ตามพันธกิจ วิจัยที่เป็นเลิศและสร้างนวัตกรรม รศ.ดร.สัมพันธ์กล่าวอีกว่า ยุทธศาสตร์นวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานมีเป้าหมายสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยนำองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานไปใช้ประโยชน์ในเชิงประจักษ์ รวมถึงสร้างวัฒนธรรม พัฒนาสมรรถนะด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนให้แก่สังคมภายใน คือนักศึกษาและบุคลากร และสังคมภายนอก ส่วนยุทธศาสตร์นวัตกรรมด้านอาหารและสุขภาพและผู้สูงอายุ มีเป้าหมายเพื่อสร้างนวัตกรรมทั้งด้านผลิตภัณฑ์และบริการ ด้านอาหาร สุขภาพและ
