นโยบาย BCG MODEL
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ผลักดัน โครงการ Sandbox ในการวางระบบการควบคุมโรคและฟื้นฟูฟาร์มสุกร ที่ได้รับผลกระทบจากโรคปากและเท้าเปื่อยและโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร นำร่องพื้นที่จังหวัดราชบุรีเป็นเมืองต้นแบบ มุ่งเน้นพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหาร ด้วยนโยบาย BCG MODEL พร้อมเป็นตัวอย่างการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ โดยประยุกต์ใช้หลักการ คอมพาร์ทเมนท์ในพื้นที่ต้นแบบเพื่อเลี้ยงสุกรให้ปลอดโรค ทดสอบวัคซีนและชุดตรวจสอบโรคที่พัฒนาขึ้นจากงานวิจัยของ สวก. เป็นเครื่องมือเฝ้าระวัง และควบคุมป้องกันโรคจากผลการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งเขตคอมพาร์ทเมนท์การเลี้ยงสุกรปลอดโรคปากและเท้าเปื่อย ซึ่งได้รับงบประมาณจาก สวก. เมื่อปี 2561 พบว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะจัดตั้งคอมพาร์ทเมนท์เพื่อเลี้ยงสุกรปลอดโรคปากและเท้าเปื่อยในประเทศไทย แต่ต้องเริ่มทำในระดับเล็ก อาทิ Integrated compartment หรือ Partially integrated/ single compartment และต้องควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อย่างเคร่งครัด เช่น ต้องไม่นำเชื้อไวรัสโรคปากและเท้าเปื่อยที่มีพันธุกรรมแตกต่างจากวัคซีนที่ใช้ป้องกันโรคเข้ามาในพื้นที่อย่างเ
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เดินหน้าสนับสนุนการทำเกษตรชีวภาพ ปรับแนวทางใช้ปุ๋ยปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดีใหม่ ลดปริมาณปุ๋ยเคมี ใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพิ่ม โดยไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง ลดต้นทุนการผลิต ตามนโยบาย BCG โมเดลของกระทรวงเกษตรฯ พร้อมรับมือวิกฤตการขาดแคลนปุ๋ยเคมีและราคาที่เพิ่มสูงขึ้น นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาปุ๋ยเคมีที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการขาดแคลนเคมีที่นำมาเป็นส่วนผสม ทำให้ราคาแม่ปุ๋ยสูตรต่างๆ ปรับราคาสูงขึ้นจากเดิม เพื่อลดผลกระทบดังกล่าว กยท.ได้มีแนวทางการบริหารจัดการปุ๋ยในปีรอบต้นฤดูฝนปี 2565 ดำเนินการจัดหาปุ๋ยให้เกษตรกรผู้รับการปลููกแทนด้วยยางพันธุ์ดี ส่วนปัญหาปุ๋ยเคมีขาดแคลน แก้ไขโดยปรับลดอัตราการใส่ปุ๋ยเคมีลงครึ่งหนึ่งเพื่อให้สามารถจัดหาปุ๋ยได้ง่ายขึ้นและเพียงพอกับความต้องการ ร่วมกับใส่ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานตามหลักวิชาการในอัตรา 2 กิโลกรัม/ต้น/ปี จากเดิมที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในอัตรา 1 กิโลกรัม/ต้น/ปี ซึ่งมีหลักฐานทางวิชาการยืนยันว่า จะไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง สำหรับปุ๋ยอินทรีย์ที่มีค
