น้ำบูดู
ข้าวยำ เป็นอาหารที่เชื่อว่า ทุกคนน่าจะรู้จัก และเคยลิ้มลองมาแล้ว หรือบางคนเคยได้ยินชื่อ แต่ยังไม่เคยลิ้มลอง ถ้าเป็นคนใต้หรือเคยผ่านไปทางใต้ เมื่อพบอาหารชนิดนี้แล้ว เชื่อว่า ต้องรีบสั่งมาชิมทันที เพราะด้วยสีสันหน้าตาที่สวยงาม รสชาติกลมกล่อมจากเครื่องปรุงนานาชนิด จึงทำให้ ข้าวยำ กลายเป็นสัญลักษณ์อาหารปักษ์ใต้พื้นเมืองอีกเมนูหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาก ข้าวยำ ทำจากข้าวที่เรารับประทานอยู่ทุกวันนี่เอง แต่เพิ่มการปรุงแต่งเล็กน้อย เพื่อให้ข้าวเหล่านั้นมีสีสันและรสชาติที่น่ารับประทาน การทำข้าวยำปักษ์ใต้ให้อร่อย ต้องมีส่วนประกอบที่สำคัญ เริ่มแรกต้องเลือกซื้อบูดูดิบ โดยน้ำบูดูที่ดีต้องมีสีน้ำตาลแดง มีกลิ่นหอมไม่เหม็นคาว เมื่อนำมาทำน้ำข้าวยำจะได้น้ำบูดุที่ดี รสไม่หวานหรือไม่เค็มเกินไป และไม่เหม็นคาว การทำข้าวยำของคนใต้จะอร่อยหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับน้ำบูดู (น้ำบูดู เป็นเครื่องปรุงรสชนิดหนึ่งของอาหารใต้ มีรสเค็ม ทำมาจากเครื่องในปลาหมักกับเกลือ เนื่องจากน้ำบูดูมีรสเค็ม คนใต้จึงนำมาใส่อาหารแทนน้ำปลา) รสชาติของน้ำบูดูดิบจะมีรสเค็ม แหล่งที่มีการทำน้ำบูดูมาก คือจังหวัดยะลาและปัตตานี เวลานำมาใส่ในข้าวยำต้องเอ
กลุ่มแม่บ้านผลิตน้ำบูดูข้าวยำ เลขที่ 5 หมู่ที่ 15 บ้านดินลาน ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ผลิตอาหารสุขภาพที่มีสารอาหารที่มีคุณค่าเหมาะกับคนทุกวัย พกพาสะดวก ตอบสนองวิถีชีวิตของกลุ่มผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็ว จากภูมิปัญญาท้องถิ่นบวกกับแนวคิดในการต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับยุคสมัย ข้าวยำม้วนซูชิจึงได้รับความสนใจจากตลาด ผลิตส่งจำหน่ายในร้านค้าสะดวกซื้อ ร้านค้าชุมชน ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าคลองหอยโข่ง ห้างเทสโก้ โลตัส สงขลา และร้านภูฟ้า ซึ่งนอกจากจะสร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้ชุมชนแล้ว ชาวบ้านดินลานยังภาคภูมิใจกับข้าวยำม้วน ที่มีเพียงแห่งเดียวในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นนวัตกรรมด้านอาหารที่มีปรับรูปโฉมใหม่ แต่ยังคงคุณค่าของความเป็นอาหารพื้นบ้านปักษ์ใต้ไว้อย่างเหนียวแน่น ข้าวยำน้ำบูดู เป็นเมนูเด็ดที่ผสมผสานระหว่างอาหารพื้นบ้านปักษ์ใต้กับกรรมวิธีการทำซูชิ รูปแบบอาหารญี่ปุ่น ซึ่งกลุ่มผลิตน้ำบูดูข้าวยำ ได้คิดค้นสูตรขึ้นเพื่อให้เป็นอาหารสุขภาพที่รับประทานได้สะดวก และเอาใจกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิดเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยและเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิ
ครั้งหนึ่งที่โรงเรียนสายบุรี “แจ้งประชาคาร” อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี มีโอกาสนำบูดูอัดแท่งสำเร็จรูปและผง ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินลงพื้นที่ อำเภอสายบุรี และเสด็จเยี่ยมโรงเรียนสายบุรี “แจ้งประชาคาร” เมื่อปี 2553 ซึ่งได้พระราชทานคำแนะนำให้ปรับปรุงรสชาติ ด้านบรรจุภัณฑ์ การเก็บรักษา และกำหนดวันหมดอายุ อาจารย์เสรี ยีดอรอแม ผู้อำนวยการโรงเรียนสายบุรี “แจ้งประชาคาร” เล่าถึงเหตุการณ์สำคัญและที่มาว่า จากครั้งนั้นทางเราน้อมนำรับสั่งได้ปฏิบัติตามพระราชกระแสอย่างครบถ้วน โดยการรวบรวมปัญหาในขั้นตอนการผลิตและปรับปรุงพัฒนาอยู่หลายครั้ง ผลิตภัณฑ์นี้มาจากการแปรรูปการผลิตน้ำบูดู ไปอีกขั้นตอนหนึ่งเป็นการทำให้เป็นบูดูก้อน หรือ อัดแท่ง ซึ่งถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ และได้สร้างชื่อเสียงให้กับทางโรงเรียนมานานแล้ว อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เป็นแหล่งทรัพยากรทางทะเลที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของชายแดนภาคใต้ ด้วยความเป็นแหล่งอาหารวัตถุดิบอาหารทะเลที่มีต้นทุนทรัพยากรสูง เช่น แหล่งปลาทะเลต่างๆ เช่น ปลากะตัก ปลาทู ปลาหมึก กุ้ง หอย นานาชนิด ทรัพยากรและผลผลิตที่ไ
น้ำบูดู คือน้ำปลาที่ได้จากการหมัก ผ่านกรรมวิธีการคิดจากบรรพบุรุษของคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาเป็นเวลาเนิ่นนานแล้ว มีคุณลักษณะพิเศษ ไม่เหมือนที่ใดและนิยมรับประทานกันมากๆ สำหรับคนมลายูใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัจจุบัน มีวิวัฒนาการของการเป็นบูดูพัฒนาเพิ่มขึ้นตามลำดับ ในยุคปัจจุบันได้มีการแปรรูป เพื่อให้มีความหลากหลาย ตรงตามความต้องการ และสนองให้เป็นที่นิยมของภูมิภาคอื่นๆ ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น จึงมีการผลิตน้ำบูดูออกมาเป็นรูปแบบหลายๆ อย่าง เกิดเป็นนวัตกรรมน้ำบูดูใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น เช่น บูดูน้ำข้น บูดูน้ำใส บูดูข้าวยำ น้ำพริกบูดูแห้ง บูดูอัดแท่ง และน้ำพริกบูดูรสสำเร็จในรูปแบบที่หลากหลาย เป็นการตอบสนองคนยุคใหม่ในรุ่นปัจจุบัน เป็นการผลิตต่อยอดออกไปได้อย่างน่าสนใจ น้ำบูดู เป็นอาหารที่ถือว่าเป็นสินค้าเศรษฐกิจของคนใน 3 จังหวัดด้วย ผลิตจนเป็นอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันถูกส่งออกไปยังต่างประเทศมากมายหลายประเทศ สร้างรายได้มหาศาลให้กลับคืนสู่ในพื้นที่ มีผลิตอยู่ในชุมชน ในอำเภอต่างๆ ที่อาศัยอยู่ริมทะเล ตั้งแต่ จังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี นราธิวาส น้ำบูดูยังแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่และสูตรการคิดค้น
