น้ำหมักจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง
จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง มีความสำคัญในกระบวนการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปใช้ และการตรึงไนโตรเจน นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อาหาร ซึ่งสัตว์ขนาดเล็ก ปลา กุ้ง หอย และปู สามารถนำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมาใช้เป็นอาหารได้อีกด้วย จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง เป็นแบคทีเรียพบกระจายทั่วไปในธรรมชาติ ตามแหล่งน้ำจืด น้ำเค็ม ทะเลสาบน้ำเค็ม นอกจากนี้ ยังพบตามแหล่งน้ำเสีย บ่อบำบัดน้ำเสีย โดยจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจะเข้าไปทำลายและย่อยสลายกลุ่มก๊าซมีเทนที่มีอยู่ในดิน ทำให้โครงสร้างของก๊าซมีเทนเสียไป ให้เหลือแต่ธาตุคาร์บอนซึ่งสามารถย่อยสลายได้โดยธรรมชาติ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะมาแจกสูตรการทำ “จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง” ที่ใครๆ ก็สามารถทำตามกันได้ง่าย ด้วยวัตถุดิบก้นครัว ทำใช้เองก็ช่วยประหยัดต้นทุนได้เยอะ เชื่อว่าต้องมีติดสวนกันแน่ๆ มาดูกันเลยว่าวิธีการทำเริ่มยังไง และนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง ส่วนผสม – ไข่ไก่ 3 ฟอง – กะปิ 3 ช้อนโต๊ะ – ผงชูรส 3 ช้อนโต๊ะ – น้ำปลา 6 ช้อนโต๊ะ – น้ำจากแหล่งธรรมชาติ ขั้นตอนการทำ 1. นำส่วนผสมทั้งหมดคนให้เข้ากัน 2. โขลกเปลือกไข่ให้ละเอียดใส่ลงไปในส่วน
สมัยเมื่อครั้งวัยเยาว์ เด็กๆ ไปเฝ้าทุเรียนกัน เพราะทุเรียนสมัยก่อนนั้นต้องรอให้หล่นลงมาเท่านั้น พอเสียงทุเรียนหล่นก็ต้องวิ่งไปเก็บมา ทุเรียนต้นสูง ขึ้นไปเอาลงมาไม่ได้หรอก นอกจากรอให้มันสุกหล่นลงมา ลูกเล็ก และเนื้อน้อย เนื้อบาง เม็ดใหญ่ มีความหวานมากกว่ามัน เรียกว่าอร่อยหอมหวาน จำไม่ได้ว่าทุเรียนต้นเตี้ยๆ เนื้อหนาๆ มันเกิดขึ้นเมื่อไร แรกเราเรียกว่า ทุเรียนพันธุ์ หรือ เรียนพันธุ์ ยังไม่ระบุว่าพันธุ์อะไร เรียกรวมๆ ว่าเรียนพันธุ์ ต้นเตี้ย ลูกใหญ่ เนื้อหนา มีความมันมากกว่าความหวาน ปลูกต้องใช้ปุ๋ย ต่อมาปลูกต้องใช้ยา หลังจากนั้นเรียนบ้านก็ค่อยๆ ลดลงและหายไป มีแต่ความหลังให้คิดถึงพร้อมกับเรื่องราววัยเยาว์ เมื่อวานไปเที่ยวสวนทุเรียนพี่สาว เธอทำสวนทุเรียนจริงจัง น่าจะประมาณสิบปี ในช่วงห้าปีแรกนั้นทำแบบใช้ปุ๋ย ใช้สารเคมีครบสูตร ฉันไม่กินทุเรียนที่สวนของเธอหรือสวนไหนๆ และพยายามพูดถึงผลเสียของยาแต่ไม่ได้ผล เธอก็ทำของเธอไป ฉันไม่รู้ว่าจุดเปลี่ยนอยู่ตรงไหน แต่ได้ยินมาว่าคนงานในไร่ของเธอป่วย และกลับบ้าน เขาป่วยไม่ใช่เพราะรับจ้างฉีดยาในสวนทุเรียนเท่านั้น แต่ป่วยจากการดื่มหนักด้วย เมื่อเขากลับบ้านเจ้าขอ
