น้ำเข้า
สนค.วิเคราะห์ผลสงครามการค้าสหรัฐฯ กับคู่ค้าในส่วนของการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเกษตร พบไทยมีโอกาสส่งออกเพิ่มขึ้นหลายรายการ เพื่อไปทดแทนสินค้าจากสหรัฐฯ ทั้งข้าว ผลไม้ กากเหลือจากการผลิตสตาร์ช ในตลาดจีน และข้าวโพดหวานในตลาด อียู แต่ก็ต้องระวังสินค้าจากสหรัฐฯ ที่จะไหลเข้าไทย ทั้งถั่วเหลือง ข้าวสาลี น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการศึกษากระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้า ในกลุ่มสินค้าเกษตรว่า ไทยมีโอกาสส่งออกสินค้าเกษตรไปจีนได้เพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนสินค้าของสหรัฐฯ เช่น กากเหลือจากการผลิตสตาร์ช ข้าว ผลไม้สดและแห้ง โดยเฉพาะพวกส้ม และพบว่า สินค้ากากเหลือจากการผลิตสตาร์ช เศษที่ได้จากการต้มกลั่น เป็นสินค้าที่มีโอกาสทำตลาดมากที่สุดในกลุ่มนี้ เนื่องจากเป็นสินค้าที่จีนนำเข้าจากสหรัฐฯ เกือบทั้งหมด โดยในปีที่ผ่านมา จีนนำเข้าเป็นมูลค่า 66 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ไทยมีการส่งออกประมาณ 3 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยส่งออกไป สปป.ลาว เกือบทั้งหมด จึงน่าจะสามารถกระจายสินค้าไปตลาดจีนมากขึ้นได้ ทั้งนี้ ผลจากการที่จีนขึ้นภาษีผลไม้ที่นำเข้าจาก
ผู้นำเข้า169 บริษัท จาก 24 ปท. แห่ร่วมงานเจรจาจับคู่ซื้อข้าวไทย 30 ต.ค.นี้ ‘พาณิชย์’ เดินหน้ายุทธศาสตร์’ไตรภาคี’เชื่อมโยงผลผลิตถึงมือผู้ซื้อ ลุยหาตลาดรองรับผลผลิตสินค้าเกษตร สร้างเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรสำคัญข้าว-มันสำปะหลัง-ข้าวโพด นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมจัดกิจกรรมการหาตลาดรองรับผลผลิตข้าวนาปี 2560/2561 ที่จะออกในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเชิญนักธุรกิจจากทั่วโลก มาเจรจาซื้อขายข้าวระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายนนี้ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์แอทเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งขณะนี้มีผู้ซื้อจำนวน 169 บริษัท จาก 24 ประเทศได้แจ้งตอบรับมาแล้ว อาทิ จีน ฮ่องกง แคนาดา สหรัฐอเมริกา ยุโรป แอฟริกา ซาอุดิอาระเบีย และอาเซียน นอกจากนั้น กระทรวงพาณิชย์ยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมขยายการเชื่อมโยงตลาดข้าวสีภายใต้แนวทางการตลาดนำการผลิต (Demand Driven) เพื่อเพิ่มปริมาณและขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศในระยะยาว ข้าวสีที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน อาทิ ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวหอมมะลิดำ (หอมนิล) และข้าวไรซ์เบอรี่ ล้วนมีศัก
