น้ำเมือกกระเจี๊ยบเขียว
ก่อนที่กระแสจะโด่งดังในโซเชียล กระเจี๊ยบเขียวเป็นพืชที่คุ้นเคยในครัวไทยมาช้านาน มักนำมาลวก ต้ม หรือรับประทานสดคู่กับน้ำพริก หรือเป็นส่วนประกอบในแกงบางชนิด แต่สิ่งที่ทำให้กระเจี๊ยบเขียวเป็นที่สนใจอย่างมากในระดับโลก คือ “น้ำเมือก” หรือ Mucilage ที่อยู่ในฝักนั่นเอง กระเจี๊ยบเขียว มีถิ่นกำเนิดในแถบแอฟริกาตะวันตก ในประเทศซูดาน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Abelmoschus esculentus (L.) Moench อยู่ในวงศ์ MALVACEAE มีชื่อเรียกท้องถิ่นที่หลากหลาย อาทิ กระเจี๊ยบมอญ กระต๊าด มะเขือทะวาย มะเขือมอญ ถั่วเละ เป็นต้น เจริญได้ดีในเขตร้อนและเขตอบอุ่น จึงสามารถปลูกได้ในทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคกลาง และปลูกได้ตลอดทั้งปี ผลหรือฝักกระเจี๊ยบเขียว เป็นส่วนที่นิยมนำมารับประทาน มีลักษณะคล้ายนิ้วมือ มีสีเขียวทรงเรียวยาว ปลายฝักแหลมเป็นจีบ ผิวฝักมีเหลี่ยมเป็นสัน โดยฝักมีสันเป็นเหลี่ยมตามยาวห้าเหลี่ยม ตามฝักจะมีขนอ่อน ๆ อยู่ทั่วฝัก และมีเมล็ดลักษณะกลมอยู่มาก ในฝักมีน้ำเมือกเหนียว เมื่อโดนความร้อนจะมีน้ำเมือกมากขึ้น ฝักอ่อนมีสีเขียว รสหวานกรอบอร่อย เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล มีเนื้อเหนียว จึงไม่นิยมรับปร
