บริหารจัดการน้ำ
“แผนปฏิบัติการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน” คือ 1 ใน 6 แผนพัฒนาพื้นที่อีอีซี หรือเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีสู่การเป็น “เขตเศรษฐกิจชั้นนำแห่งอาเซียน” ของประเทศไทย ซึ่ง “การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน” ที่แข็งแกร่ง จะต้องพัฒนาควบคู่ไปกับ “การขับเคลื่อนชุมชน” ให้เกิดความตระหนักต่อเป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของมหาวิทยาลัยมหิดล โดยสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน ที่ไม่ได้เป็นเพียง “ผู้นำการขับเคลื่อนสุขภาวะชุมชน” เช่นที่ผ่านมา แต่ยังครอบคลุมถึง “การส่งเสริมและสนับสนุนปัจจัยทางสภาวะแวดล้อม” อีกด้ว รองศาสตราจารย์ ดร.ธันวดี สุขสาโรจน์ ผู้อำนวยการ และอาจารย์ประจำกลุ่มสาขาวิชาพัฒนาสุขภาพ สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วยการประปาส่วนภูมิภาค และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากการลงพื้นที่อีอีซีสำรวจพฤติกรรมการใช้น้ำของประชาชนในเขตพื้นที่อีอีซี เพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบ “สมดุลน้ำ-สมดุลเศรษฐกิจ” โ
วันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ติดตามความก้าวหน้าวิจัยเข็มมุ่งด้านการจัดการน้ำ โดยคณะกรรมการกำกับงานวิจัย วช. กลุ่มงานที่ 3 เรื่อง “การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเสริมการเพิ่มน้ำต้นทุนของเขื่อนหลักเพื่อการพัฒนาลุ่มน้ำเจ้าพระยา” แผนงานยุทธศาสตร์เป้าหมายด้านสังคม แผนงานการบริหารจัดการน้ำ ระยะที่ 3 โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ประธานแผนงานยุทธศาสตร์เป้าหมายด้านสังคม แผนงานการบริหารจัดการน้ำ ระยะที่ 3 กล่าววัตถุประสงค์ของแผนงานวิจัยฯ พร้อมแนะนำคณะกรรมการกำกับงานวิจัย วช. หน่วยงานใช้ประโยชน์และคณะนักวิจัย ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน กล่าวต้อนรับ และมี รศ ดร เจษฏา แก้วกัลยา ดร.สมชาย ใบม่วง ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. คุณสมชาย หวังวัฒนาพาณิช ประธานสถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รศ.ดร. สุดสวาสดิ์ ดวงศรีไสย์ จาก สกสว คุณเพชรินทร อรุณรัตน์ จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ คุณอุมาพร โควงษ์ จากวช. เข้าร่วมรับฟังการนำเสนอและให้คำแนะนำ ณ ห้องประชุมธารท
วันนี้ (19 ต.ค.66) ณ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการและรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ พร้อมมอบนโนบายแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยมีนายชูชาติ รักจิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายสุริยพล นุชอนงค์ รองอธิบดีรักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน และผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ลุ่มน้ำป่าสัก มีพื้นที่ประมาณ 9.764 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 3.18 ของพื้นที่ประเทศ บริเวณตอนบนของลุ่มน้ำมีเทือกเขาเพชรบูรณ์ล้อมรอบทั้ง 3 ด้าน ซึ่งเป็นเทือกเขาที่ทอดมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวลาดสู่ภาคกลางของประเทศไทย ตั้งแต่จังหวัดเลย จนถึงจังหวัดลพบุรี ตอนล่างเป็นที่ราบลุ่มบริเวณจุดบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยามีแม่น้ำป่าสักไหลผ่าน มีลำน้ำสาขาแยกทางทิศตะวันออกและตะวันตกเป็นจำนวนมาก พื้นที่รับน้ำมีขนาดเล็ก ประกอบกับพื้นที่ราบเพื่อการพัฒนาเป็นโครงการชลประทานอยู่ในร
ด้าน สทนช. เตรียมระดมทุกภาคส่วน เสวนา “ผ่าทางรอดประเทศไทย จับมือฝ่าวิกฤติภัย “เอลนีโญ”” พฤศจิกายนนี้ รองนายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะเตรียมพร้อมบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง 66/67 สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ทบทวนมาตรการรับมือหน้าแล้งนี้ ทั้ง 9 มาตรการ รวม 3 ด้าน เพื่อรับมือผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ด้าน เลขาธิการ สนทช. เผยพฤศจิกายนนี้เตรียมจัดงานใหญ่ ระดมทุกภาคส่วน ร่วมเสวนา “ผ่าทางรอดประเทศไทย จับมือฝ่าวิกฤติภัย “เอลนีโญ”” นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในที่ประชุมเตรียมการในการบริหารจัดการน้ำปี 2566/2567 ณ ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ สทนช. บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทบทวน (ร่าง) มาตรการรองรับฤดูแล้งปี 2566/2567 ทั้ง 9 มาตรการ แบ่งเป็น 3 ด้าน ประกอบด้วย 1. ด้านน้ำต้นทุน คือ เฝ้าระวังและเตรียมจัดหาแหล่งน้ำสำรอง พร้อมวางแผนเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือในพื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงขาดแคลนน้ำ และปฏิบัติการเติมน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ 2. ด้านความต้องการใช้น้ำ คือ กำหนดแผนจัดสรรน้ำและพื้นที่เพาะปลูกพืชหน้าแล้ง ควบคุมการเพาะปลูกข้าวนาปรัง สร
(15 ตุลาคม 2566) ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาระโนด – กระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา โดยมี นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายชูชาติ รักจิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิทยา แก้วมี รองอธิบดีกรมชลประทาน นายการุณ แปลงรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 16 และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมบรรยายสรุปการบริหารจัดการน้ำฯ สำหรับพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ มีพื้นที่ครอบคลุม 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้แก่ ระโนด กระแสสินธุ์ สทิงพระ และสิงหนคร และบางส่วนของอำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ในความรับผิดชอบของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาระโนด-กระแสสินธุ์ ซึ่งได้บริหารจัดการน้ำและส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่การเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากพื้นที่อำเภอระโนด มีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ทำให้มีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้างในช่วงฤดูฝน เกิดความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรมโดยรอบ ราษฎรได้รับความเดือดร้อนในด้านอุปโภคบริโภค อีกทั้งยังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง กรมชลประทา
ชุมชนต้นแบบบ้านแม่วาก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีการบริหารจัดการดีเลิศ ที่การันตีด้วยรางวัลเลิศรัฐ ประเภทสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม (Effective Change) ถือเป็นชุมชนต้นแบบ ซึ่งตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีประชากรทั้งหมด 327 คน 102 ครัวเรือน เกษตรกรโดยส่วนใหญ่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวในช่วงฤดูฝนเป็นหลัก มีพื้นที่ในการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 1,506.54 ไร่ แต่ประสบปัญหาขาดแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรอย่างรุนแรง จนกระทั่ง ปี 2557 สวพส. โดยโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงแม่มะลอ ร่วมกับชุมชนบ้านแม่วาก และองค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาจร ได้จัดทำแผนชุมชนเพื่อรับฟังความคิดเห็นของชุมชน ทบทวนปัญหาความต้องการของชุมชน วิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุ และกำหนดทิศทางการพัฒนาร่วมกัน พบว่า ชุมชนไม่มีแหล่งต้นน้ำของตนเอง ไม่สามารถปลูกพืชทางเลือกอื่นนอกจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จึงต้องการพัฒนาแหล่งน้ำบนพื้นที่ “สันดอยยาว” ในเนื้อที่กว่า 600 ไร่ ซึ่งชุมชนไม่สามารถจัดการและแก้ไขปัญหาได้เพียงลำพัง นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) กล่าวว่า ก่อนที่จะเข้าดำเนินการตาม
นักวิจัยโครงการการพัฒนากลุ่มผู้ใช้น้ำอย่างมีส่วนร่วมฯ จัดเวทีอบรมเชิงปฏิบัติฯ ให้กลุ่มเจ้าหน้าที่ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่อทองแดง เกษตรกร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ 20 ตำบล ของ จ.กำแพงเพชร สร้างความเข้าใจทิศทางการขับเคลื่อนโครงการฯ การพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนสู่อาชีพและรายได้บนฐานทรัพยากรน้ำต้นทุนที่มี พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงในทุกสถานการณ์โลก จากการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 26 (COP26) ได้มีความพยายามจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศโลก เพื่อยับยั้งการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส เทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม 200 กว่าปี โดยชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ จนเกิดวิกฤติน้ำท่วม น้ำแล้ง และฝนตกแบบผิดฤดูกาล ขณะเดียวกัน ในประเทศไทยการประกาศแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วม-น้ำแล้ง บ่อยครั้งยังขาดความเข้าใจในสถานการณ์ ทำให้เกิดเป็นสงครามแย่งชิงน้ำระหว่างเกษตรกรผู้ใช้น้ำ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ซึ่งแหล่งน้ำหลัก ณ ปัจจุบันมีที่มาจากน้ำฟ้าเพียงอย่างเดียว การวางแผนบริหารจัดการน้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญ คุณธีติ
น้ำ คือ ชีวิต ดิน คือ ชีวิต และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ก็เป็นสิ่งที่ต้องบรรเทาไว้ ให้เกิดความสูญเสียให้น้อยที่สุด ประโยคเหล่านี้ เป็นโจทย์ตั้งต้นของการแก้ปัญหา การพัฒนา การบูรณาการของทุกกรมกองที่มีกลไก และเครื่องมือในการบริหารจัดการในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ กระทรวงมหาดไทย โดย คุณนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กระทรวงที่ดูแลปากท้องของประชาชนระดับรากหญ้า จำต้องคิด วิเคราะห์ให้มากและละเอียดยิ่ง เมื่อได้พูดคุยเป็นการส่วนตัวถึงแนวนโยบายการทำงานในมุมของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรมที่ดิน โดยตรง ทั้งยังเป็นกรมที่มีความสำคัญต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน ตามภารกิจของกระทรวงมหาดไทย คือ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” แล้ว ทำให้ทราบว่า คุณนิพนธ์พยายามบริหารจัดการอย่างเต็มที่เพื่อแก้ปัญหาให้งานลุล่วง บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด ในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องมากมาย แต่ที่พบเป็นประจำทุกปี คือปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง “ปภ. เดินไปใต้คอนเซ็ปต์ สร้างที่ให้น้ำอยู่ ทำทางให้น้ำไหล คอน
นายจานุวัตร เลิศศิลป์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 เปิดเผยว่า สำนักงานชลประทานที่ 1 สรุปสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำปิงตอนบน ในเขต สชป.1 (ชม.และ ลพ.) (4 มี.ค.62) ซึ่งพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำปิงตอนบนครอบคลุม 11 อำเภอ ใน จ.เชียงใหม่ และ 4 อำเภอ ใน จ.ลำพูน โดยเปรียบเทียบกับปี 2561 ซึ่งไม่มีปัญหาเรื่องภัยแล้ง สภาพน้ำท่าใกล้เคียงปี 2561 ทั้งนี้ความต้องการ (DEMAND) ในช่วงฤดูแล้ง-ปลายเดือนพฤษภาคม พื้นที่การเกษตร 161,901 ไร่ มีความต้องการใช้น้ำ 180 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) การอุปโภค-บริโภค (ประปา) มีความต้องการน้ำ 21 ล้าน ลบ.ม. และประเพณี-การท่องเที่ยว (สงกรานต์) มีความต้องการใช้น้ำ 1 ล้าน ลบ.ม. รวมปริมาณความต้องการใช้น้ำทั้งสิ้น 202 ล้าน ลบ.ม. โดยจะใช้น้ำจากเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล 110 ล้าน ลบ.ม. และ Base Flow 92 ล้าน ลบ.ม. สำหรับน้ำต้นทุน (SUPPLY) ในปัจจุบันพบว่า เขื่อนแม่งัดฯ มีปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ที่ 230.15 ล้าน ลบ.ม. (86.85%) น้อยกว่าปี 2561 อยู่ที่ 0.34% ซึ่งการจัดสรรน้ำลงลำน้ำปิงในปี 2561 จัดสรรลง 95 ล้าน ลบ.ม. (แบบรอบเวรแบ่งเป็น 19 งวด) (ไม่มีปัญหาภัยแล้ง) ขณะที่แผนปี 2562 จะจัดสรรลงลำน้ำแม่ปิ
ผู้นำป่าชุมชน น้อมนำศาสตร์พระราชา บริหารจัดการน้ำแก้ปัญหาอุทกภัย ราชบุรีโฮลดิ้ง– กรมป่าไม้ ร่วมขับเคลื่อนเครือข่ายคนรักษ์ป่าปีที่ 10 ผู้นำป่าชุมชนกล้ายิ้ม ผสานพลังน้อมนำ “ศาสตร์พระราชา” เรื่องการบริหารจัดการน้ำด้วยหลักการแก้มลิง และฝายมีชีวิต ในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าชุมชนให้เป็นแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร และแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่สมบูรณ์และยั่งยืนเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่น องค์ความรู้ดังกล่าวจะนำมาถ่ายทอดแก่ผู้นำป่าชุมชนจากภาคใต้ 80 คน ที่เข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาเครือข่ายผู้นำป่าชุมชน ภายใต้โครงการ “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กับกรมป่าไม้ เพื่อจะได้นำไปปรับประยุกต์ใช้เป็นกลไกป้องกันปัญหาน้ำไม่เพียงพอและลดผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ซึ่งเป็นปัญหาที่นับวันจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้น นางบุญทิวา ด่านศมสถิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า “การสัมมนาเครือข่ายผู้นำป่าชุมชนครั้งนี้ ได้หยิบยกประเด็นการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเป็นความต้องการของผู้นำป่าชุมชนที่ได้จากการสำรวจค
