บอร์
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ทำให้อาชีพทำการเกษตรต้องลดตัวลงเพื่อความอยู่รอดของเกษตรกร และวันนี้ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน แวะไปที่ PJ. Farm Coat ซึ่งเป็นฟาร์มที่มีการเลี้ยงแพะเนื้อสายพันธุ์บอร์ และด้วยเส้นทางในการลงทุนที่มีไม่มากแต่ค่อยๆ ไต่ขึ้นจนพลิกผันสู้ชีวิตมาเป็นเจ้าของฟาร์มเลี้ยงแพะมาถึงทุกวันนี้ คุณประจบ วรินทรเวช บ้านเลขที่ 84 หมู่ที่ 6 ตำบลร่อนพิบูลย์ อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าว่า เมื่อก่อนพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่มีการปลูกยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน วิถีชีวิตของคนในชุมชนหันมาทำเกษตรแบบผสมผสานโดยการเลี้ยงวัวเข้าไปด้วย สุดท้ายต้องเจอกับปัญหาพื้นที่ในการเลี้ยงที่ไม่เพียงพอ ทำให้ต้องหันมาศึกษาเรื่องแพะ ซึ่งใช้เวลาในการศึกษาพอสมควรก่อนที่จะซื้อแพะมาเลี้ยง ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 ก็ซื้อแพะมา 2 ตัว เป็นเพศเมีย ทั้ง 2 ตัว อายุแค่ 4 เดือน มาปล่อยไว้ในสวนยางพาราเพื่อให้แพะได้เข้ามากินหญ้าเป็นอาหาร หลังจากนั้นอยู่ไม่นาน ก็ได้ซื้อแพะเพศผู้มาอีก 1 ตัว ซึ่งการตัดสินใจซื้อในครั้งนั้นก็เพื่อที่จะนำมาผสมพันธุ์กับตัวเมียที่เคยซื้อก่อนหน้านี้ ต่อมาก็ได้ผสมพัน
การเลี้ยงแพะนับเป็นอาชีพที่ชาวบ้านทุกพื้นที่ให้ความสนใจกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ อาจเป็นผลมาจากวิธี และการดูแลที่ไม่ยุ่งยาก รวมถึงต้นทุนไม่สูง ประกอบกับยังสามารถเลือกเลี้ยงเพื่อเป็นรายได้หลักหรือรองก็ได้ เพราะมีตลาดรองรับอย่างชัดเจน หากอนาคตจำนวนแพะในตลาดเพิ่มมากขึ้น ขณะที่กำลังซื้อไม่เพิ่มตามหรือเพิ่มอย่างช้าๆ ก็อาจทำให้ราคาซื้อ-ขายไม่สูงอย่างในอดีต ฉะนั้น ผู้เลี้ยงแพะรายใหม่จึงอาจต้องทบทวนวิธีการเลี้ยงแพะให้รัดกุม หาตลาดหรือผู้รับซื้อที่ชัดเจนเสียก่อนการตัดสินใจ แต่สำหรับชาวบ้านอำเภอขามสะแกแสง อย่าง คุณจารุ จารุชัยสิริ หรือ ลุงจารุ วัย 72 ปี พักอยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ที่ 1 บ้านโนนเมือง ตำบลโนนเมือง อำเภอขามสะแกแสง จังหวัดนครราชสีมา ที่เพิ่งหันมาเลี้ยงแพะรายนี้ดูจะไม่ธรรมดา เพราะไม่ตั้งใจเลี้ยงแพะขายเพียงอย่างเดียว เนื่องจากอาจประสบปัญหาราคาในอนาคต แต่ยังนำมูลแพะมาใส่ถุงขาย แถมยังนำไม้กระถินที่แพะกินมาเผาเป็นถ่านขาย มีรายได้เพิ่มขึ้นแบบคู่ขนานอีกด้วย เดิมลุงจารุมีอาชีพเกษตรด้วยการทำนากับพืชอื่นๆ แต่ประสบปัญหาฟ้าฝนไม่ตกตามฤดูสร้างความเสียหายแล้วยังมีผลกระทบต่อรายได้ตามมา ด้วยเหตุนี้จึ
