บีโอไอ
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เดินหน้าให้การสนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดย่อย SMEs วิสาหกิจชุมชน สถาบันเกษตรกร/เกษตรกรชาวสวนยาง ผลักดันสินค้ายางพาราสู่ภาคอุตสาหกรรม ดึงสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมเป็นพี่เลี้ยง เชื่อมั่น เทรนด์การใช้ยางธรรมชาติปรับตัวในทิศทางที่ดี นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า กยท. มุ่งหาแนวทางการส่งเสริมการลงทุนในกิจการยางพารา เพื่อให้เกิดพัฒนาอุตสาหกรรมยาง จึงได้ร่วมประสานความร่วมมือกับ บีโอไอ เพื่อหาแนวทางสนับสนุนผู้ประกอบกิจการยาง สถาบันเกษตรกร หรือผู้ประกอบกิจการของ กยท. เนื่องจาก บีโอไอ เป็นหน่วยงานที่ส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย ทั้งด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อำนวยความสะดวกด้านการลงทุน และด้านการบริการสนับสนุนธุรกิจ ซึ่ง กยท. มองว่าสามารถช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกร สถาบันเกษตรชาวสวนยาง รวมถึงผู้ประกอบกิจการยางพารารายย่อยได้ โดยผ่านมาตรการต่างๆ ได้แก่ มาตรการเรื่องของการลดหย่อนภาษี มาตรการลดหย่อนภาษีนำเข้า กิจกรรมส่งเสริมการลงทุน การยกเว้นอากรวัตถุดิบเพื่อการวิจัยพัฒนา และการพัฒนามาตรฐานการผลิตต่างๆ เช่น การลดผลกระ
นายสุทธิ สุโกศล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) เปิดเผยว่า ใน 4-5 ปีข้างหน้า จะมีนักลงทุนเข้าไปลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี เพิ่มมากขึ้น ซึ่งล่าสุด บอร์ดบีโอไอได้พิจารณาส่งเสริมการลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ กพร.ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี สถาบันไทย-เยอรมัน และกลุ่มบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน) และสถานประกอบกิจการในเขตนิคมอุตสาหกรรม 500 แห่ง ในเขต จังหวัดระยอง จัดตั้งศูนย์ความร่วมมือฝึกอบรมทักษะอุตสาหกรรมเหมราช (ระยอง) เพื่อให้เป็นศูนย์ฝึกอบรมให้แก่แรงงานในสาขายานยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ พัฒนาทักษะและความรู้ด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ ให้กับบุคลากรในสถานประกอบกิจการ ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรม อีกทั้งแรงงานได้รับการพัฒนาทักษะฝีมือที่ได้มาตรฐาน “กพร.ได้วางแผนการดำเนินงานใน 5 ปี ผลิตแรงงานฝีมือป้อนอีอีซีถึง 2,330,000 คน ทั้งส่วนที่ดำเนินการเองและส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการดำเนินการด้วย” อธิบดี กพร.กล่าว ขอบคุณข้อมูลจากมติชนรายวัน
คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เผยผลศึกษาโอกาสลงทุนไทยในต่างประเทศ ชี้ 5 ประเทศอนาคตทำเงิน “เอมิเรตส์-เอธิโอเปีย-อินเดีย-แอฟริกาใต้-แทนซาเนีย” อุดมทั้งทรัพยากร ต้นทุนต่ำ และเศรษฐกิจเติบโตรวดเร็ว และลดความเสี่ยงลงทุนภายในประเทศอีกทาง นายโชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายในงานสัมมนา “โอกาสการลงทุนไทยในประเทศตลาดใหม่ : สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เอธิโอเปีย อินเดีย แอฟริกาใต้ และแทนซาเนีย” ว่า ทั้ง 5 ประเทศอยู่ในกลุ่มประเทศตลาดใหม่ที่น่าสนใจ และบีโอไอ เห็นว่ามีศักยภาพทางการตลาดที่นักลงทุนไทย ควรขยายการลงทุนไปยังกลุ่มประเทศตลาดใหม่ นอกเหนือจากการลงทุนในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม และประเทศในอาเซียน โดยไม่ควรมองข้ามศักยภาพการลงทุนของทั้ง 5 ประเทศ ขณะเดียวกันการลงทุนในต่างประเทศจะช่วยลดต้นทุนการผลิต ลดความเสี่ยงจากการลงทุนภายในประเทศ แต่เพียงอย่างเดียว นางสาวอรสา ไพบูลย์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ บีโอไอ กล่าวว่า บีโอไอได้ศึกษาโอกาสและลู่ทางการลงทุนที่เป็นข้อมูลเชิงลึกสำหรับนักลงทุนไทย เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ โดยความน่
