บึงบอระเพด
หลังจากที่ทั่วโลกต้องประสบวิกฤติ COVID-19 จนได้มีการรณรงค์ให้คนไทยทุกคนฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้ออยู่ในอัตราที่ควบคุมได้ เริ่มมีการใช้ “ชีวิตวิถีใหม่” และเดินทางภายในประเทศกันมากขึ้น จนมาถึงวันที่ทั่วโลกต้องประสบกับวิกฤติอาหารและพลังงานเช่นปัจจุบัน แม้การท่องเที่ยวไทยจะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน แต่ “จังหวัดนครสวรรค์” ซึ่งเปรียบเหมือน “ประตูสู่ภาคเหนือ” พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศให้ได้รับความอบอุ่นและประทับใจกลับไปเสมอ อาจารย์ ดร.พรพิรัตน์ คันธธาศิริ ประธานหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาการประกอบการเชิงนิเวศวัฒนธรรมโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดลกล่าวว่า ตามโครงสร้างการท่องเที่ยวของประเทศไทย ได้กำหนดให้ “เมืองหลัก” ของการท่องเที่ยวไทย มีจำนวนทั้งสิ้น 22 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานีสมุทรปราการ สมุทรสาคร พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรีเพชรบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง สระบุรี นครราชสีมาขอนแก่น เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี กระบี่พังงา สงขลา และ ภูเก็ต แม้จังหวัดนครสวรร
พื้นที่ขนาดใหญ่กว่าแสนไร่ของบึงบอระเพ็ด ทำให้ได้รับการจัดอันดับเป็น “บึงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย” โดยในสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.7) ได้มีการริเริ่มพัฒนาเป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อการอนุรักษ์ชีวิตธรรมชาติให้ยังคงความอุดมสมบูรณ์สู่ลูกหลานชาวปากน้ำโพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาในบึงบอระเพ็ดที่มีอยู่ถึงประมาณเกือบ 80 สายพันธุ์ในปัจจุบัน อาจารย์ แพทย์หญิงมนทกานติ์ โอประเสริฐสวัสดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ร่วมสืบสานมรดกอันล้ำค่าเคียงบ่าเคียงไหล่ชาวชุมชนนครสวรรค์ ทำให้โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดตั้ง “ศูนย์ข้อมูลบึงบอระเพ็ด” ขึ้นเพื่อรวบรวมงานวิจัย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันจำนวนรวมกว่า 200 ชิ้น เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลในการพัฒนาพื้นที่บนฐานข้อมูลทางวิชาการ และได้ร่วมกับแกนนำชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ เสนอ “แผนพัฒนาบึงบอระเพ็ด” ต่อ “สภาปฏิรูปแห่งชาติ” ในช่วงปีพ.ศ.2558 ทำให้สามารถผลักดันสู่การได้มาของแผน 10 ปี เพื่อการพัฒนาและฟื้นฟูบึ
บึงบอระเพ็ด ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอชุมแสง และท่าตะโก ในอาณาเขตจังหวัดนครสวรรค์ มีเนื้อที่ 132,737 ไร่ หรือ 212.37 ตารางกิโลเมตร นับเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีทิวทัศน์สวยงามและมีความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งด้านพืชพันธุ์ไม้น้ำ ปลา นกน้ำ ประจำถิ่นและนกอพยพ พื้นที่บริเวณบึงบอระเพ็ดมีลักษณะเป็นที่ลุ่มต่ำ ลาดเอียงขนานไปกับลำน้ำน่าน ช่วงก่อนที่จะไหลไปบรรจบกับแม่น้ำปิง โดยมีความลาดเทจากทิศตะวันออกเฉียงใต้ไปทางตะวันตกค่อนไปทางเหนือ เนื่องด้วยเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำจึงมีสายน้ำจากลำคลองสายเล็กๆ ที่ไหลจากหลายทิศทางมารวมกัน เป็นต้นว่า มาจากคลองบางปลากด คลองหนองบัว ซึ่งไหลมาทางตะวันออก ผ่านบ้านหนองบัว หัวปริก วังรอ และคลองบอน ในเขตพื้นที่อำเภอชุมแสงและอีกด้านมาจากคลองตะโก คลองน้ำตาม คลองใยไหม คลองวังมหากร คลองขุด เป็นต้น ไหลผ่านท่าสุ่มและช่องแกะ เมื่อน้ำในคลองไหลมาลงบึงรวมกับน้ำเหนือหลากจากแม่น้ำน่าน บ่าเข้ามาเติมพื้นที่ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ จึงเกิดเป็นทะเลสาบกว้างใหญ่สุดสายตา ชาวบ้านเรียกว่า จอมบึง หรือคนแถบท่าตะโก พยุหะคีรี ที่อยู่ด้านใต้จะเรียก
เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสภาพทั่วไปในช่วงนี้อุณหภูมิเริ่มลดต่ำลงหลายพื้นที่ ส่งผลทำให้บรรยากาศช่วงเช้าบริเวณบึงบอระเพ็ด ตำบลแควใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ มีหมอกปกคลุมทั่วบริเวณ นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือส่องนกนานาชนิดได้ เช่น นกกาน้ำ นกอีโก้ง นกกวัก นกแซงแซวหางบ่วง นกกระยางนา นกกะทุง ฯลฯ ที่อพยพหนีหนาวจากไซบีเรียมาอาศัยในบึงบอระเพ็ดจำนวนมาก ซึ่งช่วงเช้าก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวล่องเรือส่องนก ดูบัวจำนวนมากแล้ว อย่างไรก็ตามช่วงนี้สภาพบึงบอระเพ็ดเริ่มฟื้นกลับมาอีกครั้ง หลังเจอปัญหาภัยแล้งมายาวนาน ซึ่งน้ำที่มีเต็มบึงส่งผลทำให้ดอกบัวหลวง บัวแดง และบัวบาร์ ออกดอกชูช่อล้อสายตานักท่องเที่ยวสวยงาม สีขาว สีแดงบานสุดลูกหูลูกตาไม่น้อยกว่า 2 พันไร่ ยิ่งยามเช้าตรู่ออกบัวจะบานดอกสีแดงสดรับแสงอาทิตย์ซึ่งไม่ค่อยปรากฏมาก่อนในรอบหลายปี และที่จะขาดไม่ได้จนเป็นคุ้นตานักท่องเที่ยวที่นิยมธรรมชาติมีชีวิต จะเห็นภาพชาวบ้านพายเรืออีโปงมาเก็บลอบ เกบตาข่าย ในบึงบอระเพ็ด ซึ่งเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนรอบบึงบอระเพ็ดที่ยังหลงเหลืออยู่ ดำเนินชีวิตแบบพอเพียงผูกพันกับสายน้ำ โดยนางสุภาพร แตงนารา ป
