ปทุมธานี
“ผ้าเส้นใยกล้วย” เป็นหนึ่งในสินค้าประจำจังหวัดปทุมธานี ที่สร้างรายได้ให้กับกลุ่มผู้ผลิตหลายชุมชนในจังหวัดปทุมธานี หนึ่งในนั้นคือวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านแสงตะวัน ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลกระแชง อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี โดยผ้าใยกล้วยบัวหลวงที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านแสงตะวัน ผลิตขึ้นมาจากเส้นด้ายกาบกล้วยซึ่งมีจุดเด่นที่ความอ่อนนุ่มคล้ายผ้าขนสัตว์ จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า OTOP ของจังหวัด ทำให้ได้รับความสนใจจากลูกค้าทั้งในและนอกจังหวัด ส่งผลให้สมาชิกของวิสาหกิจชุมชนฯ ที่มีอยู่จำนวน 20 คน มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 19,200 บาทต่อคนต่อเดือน รองศาสตราจารย์ ดร.วารุณี อริยวิริยะนันท์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) หัวหน้าโครงการชุดประสานงานและบริหารจัดการสังเคราะห์และขับเคลื่อนแพลตฟอร์มสร้างรายได้ครัวเรือนด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับชุมชนสู่การยกระดับเศรษฐกิจฐานราก หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) หน่วยงานภายใต้กำกับของ รวพ. กล่าวว่า จากการทำงานของ มทร.ธัญบุรี ภายใต้โครงการท้าทายไทย โดยการสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและน
จังหวัดปทุมธานี ได้พิจารณาคัดเลือก “กล้วยหอมทองปทุม” ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรที่มีประสิทธิภาพสูง มาตรฐานสูง รายได้สูง มีคุณภาพและปริมาณโอกาสในการพัฒนาตลอด Value Chain และสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาขับเคลื่อน BCG Model ด้านการเกษตรของจังหวัด ปัจจุบันมีเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมทองทั้งจังหวัดที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร รวม 712 ราย พื้นที่ปลูกรวม 11,098 ไร่ (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร) กล้วยหอมทองของจังหวัดปทุมธานีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ ผลใหญ่ยาว เปลือกบาง ผิวนวล เนื้อเหนียวแน่น ผลดิบจะมีสีเขียวนวล เมื่อสุกจะมีสีทองนวล รสชาติหวานหอม จนได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2563 สินค้าเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ สร้างอาชีพ สร้างรายได้งามให้แก่เกษตรกร แปลงใหญ่กล้วยหอมทองตำบลนพรัตน์ แปลงใหญ่กล้วยหอมทองตำบลนพรัตน์ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี เป็นแหล่งปลูกกล้วยหอมที่สำคัญของจังหวัดปทุมธานี โดยกลุ่มเกษตรกรแห่งนี้ มีการวางแผนการผลิตและการตลาดอย่างเป็นระบบ ผลผลิตผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP และได้รับอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์ GI กล้วยหอมทองปทุม เป็นการผล
จังหวัดปทุมธานี นับเป็นหนึ่งในทำเลทองของการเพาะปลูกพืชในพื้นที่ภาคกลาง เพราะมีแหล่งน้ำชลประทานที่อุดมสมบูรณ์มากถึง 683,124 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 72 ของพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัด พื้นที่การเกษตรทั้งหมดของจังหวัดปทุมธานี มีเนื้อที่ประมาณ 343,601 ไร่ ซึ่งข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่สำคัญ มีเนื้อที่เพาะปลูกมากที่สุด 311,184 ไร่ รองลงมาเป็นการปลูกพืชอื่นๆ ผสมผสานกัน ได้แก่ หญ้าปูสนาม ตะไคร้ กล้วยหอม มะระจีน ถั่วฝักยาว ฯลฯ จากสภาพความอุดมสมบูรณ์ของดินและมีระบบชลประทานที่เพียงพอสำหรับเพาะปลูกพืช ทำให้มีผลผลิตเข้าสู่ตลาดตลอดทั้งปี แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังประสบปัญหาด้านการผลิต เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มสูงขึ้นและความผันผวนของราคาสินค้าเกษตร จังหวัดปทุมธานีจึงส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและเหมาะสม ลดต้นทุนการผลิตพืชได้แบบครบวงจร ให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานสู่ตลาดโลก วิสาหกิจชุมชนเพราะรักกสิกรรม “วิสาหกิจชุมชนเพราะรักกสิกรรม” เป็นหนึ่งในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้นแบบที่ประสบความสำเร็จด้านการผลิตและจำหน่ายข้าวแบบครบวงจร ปัจจุบัน วิสาหกิจชุมชนเพราะ
“สยามคูโบต้า” ห่วงใยผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม เดินหน้าลุยโครงการ “คูโบต้า พลังใจสู้ภัยน้ำท่วม” เร่งช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกร จึงได้ร่วมมือกับอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี นำเครื่องยนต์ดีเซลคูโบต้า รุ่น RT และ ZT ขนาด 10-15.5 แรงม้า พร้อมอุปกรณ์เครื่องสูบน้ำและท่อส่งน้ำ จำนวน 13 ชุด เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน หลังฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้น้ำในคลองและคลองระบายน้ำมีระดับสูงขึ้น จนเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตร ตลอดจนจัดทีมช่างบริการสยามคูโบต้าคอยให้คำแนะนำ ตั้งแต่เริ่มติดตั้งและระหว่างปฏิบัติการสูบน้ำในพื้นที่ พร้อมช่วยดูแลบำรุงรักษาตลอดการใช้งาน โดยมี นายอำนวย อภิชัยนันท์ ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลและบริหาร บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด นำทีมผู้บริหารและช่างบริการสยามคูโบต้าที่มีจิตอาสา ร่วมส่งมอบให้กับ นายนิติชัย วิริยานนท์ นายอำเภอคลองหลวง เพื่อแจกจ่ายให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ณ ที่ทำการอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2565 พร้อมกันนี้ สยามคูโบต้าขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกคนผ่านพ้น
จังหวัดปทุมธานี โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดตัวผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามต้นแบบจังหวัดปทุมธานี ใช้พืชทางการเกษตรที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัด สกัดสารออกฤทธิ์จากใบบัวหลวง ปลีกล้วยหอมทอง ใบฝรั่งแป้นสีทอง พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในรูปแบบต่างๆ รวม 20 ผลิตภัณฑ์ สร้างเพิ่มมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรเพื่อสุขภาพและความงาม พร้อมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs ต่อยอดผลิตจำหน่ายเชิงพาณิชย์ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน นางชไมพร ขวัญทอง พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า จังหวัดปทุมธานีมีแผนพัฒนาจังหวัดในการเสริมสร้างความเข้มแข็งกระบวนการผลิตและการแปรรูปสินค้าเกษตรและอาหารให้มีความปลอดภัยอย่างครบวงจร โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์การเพิ่มขีดความสามารถเชิงธุรกิจของผู้ประกอบการและสถาบันเกษตรกร ให้ผลิตภัณฑ์มีมาตรฐานและมีศักยภาพเชิงธุรกิจ สามารถแข่งขันตลาดในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการในจังหวัดปทุมธานีให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ประชาชน และนักท่อ
