ปปส
3 เดือนเต็ม กับการแถลงปลดล็อกให้พืชกระท่อมไม่เป็นยาเสพติดให้โทษ ให้มีผลบังคับใช้พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 8 พ.ศ. 2564 โดย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผลจากการปลดล็อก ให้ถือว่าประชาชนสามารถปลูกพืชกระท่อมได้อย่างเสรี หรือจะบริโภคก็สามารถทำได้ ส่วนกรณีการเทียบสัดส่วน 4×100 ยังเป็นการผิดกฎหมายอยู่ โดยสาระสำคัญของข้อกฎหมายฉบับนี้คือ ให้ผู้ปลูกกระท่อม ครอบครองกระท่อม สามารถซื้อ ขาย หรือนำมาบดเคี้ยวได้ และยังปลูกกระท่อมเพิ่มเติมได้ด้วย แล้วในส่วนของภาคเกษตรกรรมอย่างผู้อ่านเรา นายสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง ไม่ได้เน้นเรื่องของข้อกฎหมายตามกระทรวงที่ดูแล แต่ให้ข้อมูลที่เห็นเด่นชัดถึงตัวเลขรายได้ที่เกษตรกรจะได้รับ “กระท่อม ที่ขึ้นทะเบียนไว้ก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้ มีจำนวน 135 หมู่บ้าน เฉลี่ยประชากรหมู่บ้านละ 300 คน ตามธรรมนูญการปลูกกระท่อม ปลูกได้ 3 ต้นต่อคน เท่ากับมีจำนวนกระท่อมที่ขึ้นทะเบียนไว้ จำนวน 124,500 ต้นทั่วประเทศ หรือราว 5,000 ไร่ หากเทียบกับจำนวนต้นกระท่อมที่ปลูกได้ 25 ต้นต่อไร่ และผมเชื่อว่า มีประชากรที่ปลูกไว้และไม่ได้ขึ้นทะเบียนอี
ปปส. นำทีมตรวจสอบการปลูกกัญชาทางการแพทย์ วิสาหกิจชุมชนฯ บ้านทุ่งแพม แม่สะเรียง ชี้ชัดปลูกได้มาตรฐานที่สูงแห่งหนึ่งของไทย ทีมงานจากสถาบันสำรวจและติดตามการปลูกพืชเสพติด สำนักงาน ปปส. นำโดย นายปรัชญา ทวีกุล และทีมงาน ได้เข้าตรวจสอบและเยี่ยมชมการปลูกกัญชาทางการแพทย์ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกและแปรรูปบุกเกษตรอินทรีย์บ้านทุ่งแพม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ในการเข้าตรวจสอบและเยี่ยมชมครั้งนี้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติ ของสำนักงาน ปปส. เพื่อตรวจสอบความถูกต้องตามที่ได้รับอนุญาตจาก กองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือไม่ ซึ่งผลในการตรวจสอบและเยี่ยมชมครั้งนี้นายณัฐวรรธน์ วรพนิตกุล ประธานวิสาหกิจชุมชนฯ ได้พาคณะเข้าเยี่ยมชมในส่วนต่างๆ ของสถานที่ทั้งอาคารปฏิบัติการ โรงเรือน โดยผลการตรวจสอบเป็นไปด้วยความถูกต้องเรียบร้อย เป็นไปตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ปปส. ได้กล่าวชื่นชมวิสาหกิจชุมชนฯ ว่า มีการบริหารจัดการที่ดีทั้งเรื่องการปลูก การรักษาความปลอดภัย อาคารปฏิบัติการที่มีมาตรฐานที่สูงแห่งหนึ่งของเมืองไทย
