ประปา
จากปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอ ประกอบกับสถานการณ์ราคาค่าไฟที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นและจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ชุมชนเล็กๆ ที่ห้อมล้อมไปด้วยสวนผลไม้ ชุมชนบ้านเปร็ดใน หมู่ที่ 2 ตำบลห้วงน้ำขาว อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งเป็นที่ตั้งของพื้นป่าชายเลนที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 12,000 ไร่ ทางภาคตะวันออกของไทย เกิดแนวคิดต้องการที่จะมองหาแหล่งพลังงานทางเลือกใหม่โดยใช้เศษไม้วัตถุดิบที่หาง่ายในชุมชนมาผลิตกระแสไฟฟ้าใช้เพื่อลดต้นทุนค่าไฟในอนาคต คุณอำพร แพทย์ศาสตร์ ที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลนป่าบ้านเปร็ดใน และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วงน้ำขาว กล่าวว่า สาเหตุที่ให้ความสนใจเรื่องของพลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือกก็เพราะเกิดจากไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนในชุมชน โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง เพราะคนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนผลไม้ มีเงาะโรงเรียน ลำไย ลองกอง มังคุดและทุเรียน ต้องปั๊มน้ำไปใช้รดสวนผลไม้ในปริมาณมาก ทำให้ต้นทุนค่าไฟสูง ในฐานะเป็นหมู่บ้านรักษ์สิ่งแวดล้อม จึงมีแนวคิดที่จะนำพลังงานชีวมวลหรือพลังงานทดแทนที่เหมาะสมเข้ามาใช้ เพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวันนี้มาจากภาวะโลกร้อนจึงคิดว
นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวถึงสถานการณ์น้ำในลำน้ำมูลที่ไหลผ่าน อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ลดระดับลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นปี โดยเฉพาะบริเวณบ้านท่าม่วง อำเภอสตึก อย่างน่าตกใจจนมองเห็นสันดอนทรายโผล่กลางลำน้ำ ซึ่งชาวบ้านเกรงว่าปริมาณน้ำจะมีไม่เพียงพอสำหรับการผลิตน้ำประปาเพื่อการอุปโภค-บริโภค ในเรื่องการดำเนินการผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาค สาขาอำเภอสตึก มีจุดสูบน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปาอยู่ 2 แห่ง ได้แก่ บริเวณลำน้ำมูล บ้านท่าม่วงและที่อ่างเก็บน้ำลำตะโคง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของโครงการชลประทานบุรีรัมย์ ปกติทุกปี หากปริมาณน้ำในลำน้ำมูลลดลงหรือมีปริมาณน้ำน้อย การประปาส่วนภูมิภาคจะเปลี่ยนมาสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำตะโคงแทน ทั้งนี้ ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำดังกล่าวมีเพียงพอสำหรับในการทำน้ำประปาในเขต อำเภอสตึก ตลอดช่วงฤดูแล้งปี 2561 ส่วนของการแก้ไขปัญหาระดับน้ำในลำน้ำมูลลดต่ำลงในช่วงฤดูแล้งทุกปี นั้น กรมชลประทานมีแผนก่อสร้างประตูระบายน้ำในแม่น้ำมูลบริเวณบ้านท่าม่วง โดยในปี 2561 จะดำเนินการสำรวจออกแบบ และคาดว่าจะดำเนินการจัดเข้าแผนก่อสร้างได้ในปี 2563  
