ปราชญ์เกษตรดีเด่น
ลุงเฉลิม พีรี ปราชญ์เกษตรดีเด่น จังหวัดกำแพงเพชร นับเป็นต้นแบบของการปรับเปลี่ยนวิถีเกษตร จากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว เป็นเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ทำสวนส้มโออินทรีย์ โดยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ จากจุลินทรีย์เบญจคุณ มีการเลี้ยงไก่ เป็ด หมูหลุม การผลิตน้ำส้มควันไม้ และการผลิตน้ำหมักจากพืชสมุนไพรที่หาได้ในท้องถิ่น มาใช้ทดแทนการใช้สารเคมี นอกจากนั้น ยังได้ปรับสวนส้มโอ เป็นการปลูกไม้ยืนต้นแบบผสมผสาน มีความร่มเย็นเป็นธรรมชาติ เป็นผู้ค้นพบเทคนิคการขยายพันธุ์พืชแบบควบแน่น ซึ่งมีอัตราการรอดตายสูง ทำได้ง่าย ไม่ต้องดูแลรักษามาก ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) จังหวัดปทุมธานี ได้ขยายผลศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครอบคลุมในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ด้านการเกษตร และเผยแพร่องค์ความรู้เกษตรเศรษฐกิจพอเพียงให้เข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้คนไทยได้ร่วมเรียนรู้ศาสตร์พระร
จังหวัดอำนาจเจริญ มีพื้นที่ทำการเกษตร 937,692 ไร่ เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกข้าวหอมมะลิ 105 และข้าวพื้นเมืองเป็นหลัก แต่จุดอ่อนของจังหวัดอำนาจเจริญก็คือ มีพื้นที่ระบบชลประทานน้อยมาก เพียงแค่ 3-5% ของพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด การทำเกษตรส่วนใหญ่จึงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก บางปีฝนฟ้าอากาศไม่เป็นใจเกิดภาวะฝนแล้งซ้ำซาก เกษตรกรขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตรให้ผลผลิตตกต่ำ ไม่เพียงพอต่อการบริโภคและการตลาด ตั้งแต่ ปี 2551 เป็นต้นมา เกษตรกรจังหวัดอำนาจเจริญได้รวมตัวกันขับเคลื่อนการทำการเกษตรแบบยั่งยืน ภายใต้ชื่อเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์จังหวัดอำนาจเจริญ ควบคู่กับดำเนินโครงการ “เกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง” ตามแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พวกเขาพยายามพึ่งพาตนเอง ตามวิถีความพอเพียง เช่น ขุดสระตามไร่นา เพื่อลดปัญหาฝนทิ้งช่วง ขุดลอกห้วย หนอง คลอง บึง พร้อมจัดทำเป็นทำนบกั้นน้ำเป็นช่วงๆ เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรแล้ว พวกเขายังดำเนินโครงการเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียงจังหวัดอำนาจเจริญ โดยช่วยกันผลิตปุ๋ยชีวภาพ ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ปลูกผักสวนครัว การทำเกษตรอิ
กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมผลักดันเกษตรกร สู่ปราชญ์เกษตรดีเด่น ปี 2562 ดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ต้นแบบการทำสวนสละครบวงจร –เน้นแปรรูปสละสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร มีนักส่งเสริมการเกษตรครอบคลุมในทุกตำบล ทำหน้าที่ให้ความรู้ คำแนะนำ เป็นพี่เลี้ยงให้แก่เกษตรกร พร้อมช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่เกษตรในด้านต่างๆ เพื่อผลักดันให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นเกษตรกรที่มีความเข้มแข็ง ทำการเกษตรได้อย่างยั่งยืน รวมถึงสามารถผลักดันเกษตรกรในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียงให้เกิดความเข้มแข็งไปด้วยกัน หนึ่งในเกษตรกรรายนั้นคือ นายอาทิตย์ มติธรรม ชาวอำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกษตรกรที่ดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นเกษตรกรต้นแบบการทำสวนสละครบวงจร เน้นการแปรรูปผลผลิตสร้างมูลค่าเพิ่ม ผู้ได้รับรางวัลปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น ประจำปี 2562 ซึ่งได้เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลปราชญ์เกษตรดีเด่น ในงานพระราช พิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี พ.ศ.2562 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9
เกษตรกรชาวสวนลำไยโดยทั่วไปมักจะปล่อยให้ผลผลิตลำไยออกตามธรรมชาติ ถ้าปีไหนมีอุณหภูมิต่ำและหนาวเย็นนาน ลำไยจะออกดอกติดผลมาก ในขณะที่บางปีอากาศไม่หนาวเย็นพอ ลำไยจะติดผลน้อย และในช่วงที่ผลผลิตลำไยออกสู่ตลาดมากช่วงกลางเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม เกษตรกรก็เดือดร้อน เนื่องจากถูกกดราคา ดังนั้น การผลิตลำไยนอกฤดูจึงเป็นทางเลือกของเกษตรกรชาวสวนลำไยที่จะต้องให้ความสำคัญ ถึงแม้จะใช้ต้นทุนสูงขึ้น แต่ได้ราคาดี คุ้มค่าต่อการลงทุน คุณวินัย หวันชัยศรี เกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพทำสวนของภาคเหนือ ปี 2553 เล่าว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 มีผู้ค้นพบคุณสมบัติของสารโพแทสเซียมคลอเรต สามารถชักนำการออกดอกของลำไยได้ ไม่ต้องพึ่งพาภูมิอากาศที่หนาวเย็น ทำให้เกษตรกรสามารถควบคุมและวางแผนการผลิตลำไยได้ว่าจะให้ผลผลิตออกช่วงเวลาใด เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ทำให้ขายได้ราคาดี แต่เกษตรกรต้องมีการศึกษาธรรมชาติของลำไยว่ามีความต้องการสารเพิ่มประสิทธิภาพ ฮอร์โมนประเภทใด มีการวางแผนขั้นตอน จังหวะและเวลาที่เหมาะสม ให้ลำไยออกดอกติดผล ทำเป็นลำไยคุณภาพ ลูกโต ผิวสวย ปลอดสารปนเปื้อน จะได้ราคาดีเป็นที่ต้องการของตลาด แนวทางการผลิตลำไยนอกฤดู ห
