ปลดล็อกกัญชา
9 มิถุนายน 2565 วันแรกของการปลดล็อกกัญชาพ้นจากการเป็นยาเสพติด ถือเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ทั้งด้านการแพทย์ และเศรษฐกิจ เนื่องจากกัญชา-กัญชง เป็นพืชมากคุณประโยชน์ ที่สามารถนำส่วนต่างๆ มาพัฒนา และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอาง และสมุนไพรได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ จัดงาน ‘มหกรรม 360 องศา ปลดล็อคกัญชา ประชาชนได้อะไร’ ในวันที่ 10-12 มิถุนายนนี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ. บุรีรัมย์ เพื่อตอกย้ำความสำเร็จ และพร้อมเป็นจังหวัดต้นแบบกัญชา-กัญชง อย่างแท้จริง ก่อนถึงวันงาน นายธัชกร หัตถาธยากุล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ให้สัมภาษณ์ว่า จ. บุรีรัมย์ ในฐานะเจ้าบ้าน มีความพร้อมรองรับผู้ร่วมงานครั้งนี้อย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องการจัดเตรียมสถานที่ ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จากสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เป็นอย่างดี พร้อมอำนวยความสะดวกให้ทุกคนที่มาร่วมงานได้อย่างแน่นอน “การจัดงานครั้งนี้ จังหวัดบุรีรัมย์พยายามผลักดันการใช้กัญชาให้เป็นพืชสมุนไพร พืชเศรษฐกิจ และผลักดันให้เกิดการท่องเที่ยวภายใ
วันที่ 9 มิถุนายน 2565 หรืออีกเพียงไม่กี่วันข้างหน้า ก็จะมีการปลดล็อก ‘กัญชา’ พ้นจากการเป็นยาเสพติด เหตุการณ์นี้นับเป็นก้าวประวัติศาสตร์ทั้งในด้านการแพทย์ และเศรษฐกิจ เพราะกัญชาถือเป็นพืชมากคุณประโยชน์ ที่สามารถนำมาทำเป็นยาบรรเทารักษาอาการเจ็บป่วย ทั้งยังนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ สร้างมูลค่าเพิ่มได้มหาศาล ซึ่งหนึ่งในผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้นำกัญชามาใช้ประโยชน์ก็คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นั่นเอง เรื่องนี้ นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า นโยบายของกระทรวงสาธารณสุขได้ย้ำถึงการใช้กัญชา-กัญชง เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี แม้ทุกส่วนของพืชทั้ง 2 ชนิด จะไม่เป็นยาเสพติด ประชาชนนำไปใช้ประโยชน์ได้ แต่การนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ยังต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์นั้นๆ เช่น หากผลิตเป็นอาหารต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 ผลิตเป็นยาต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510 และผลิตเครื่องสำอางต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 เป็นต้น “เราขับเคลื่อนกัญชามาอยู่ในจุดที่พลิกประวัติศาสตร์อีกหน
หลังจากเฝ้ารอกันมานาน ในที่สุด กระทรวงสาธารณสุข ก็ไฟเขียว ปลดล็อกให้กัญชา กัญชง ไม่เป็นสารเสพติดอีกต่อไป ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 เพื่อให้นำไปใช้ในทางการแพทย์ เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรม รวมถึงให้ประชาชนได้มีทางเลือกสำหรับดูแลสุขภาพ แต่การนำมาใช้นั้นก็ต้องควบคุมปริมาณให้อยู่ภายใต้กฎหมายกำหนด การปลูกกัญชาให้ถูกกฎหมายทำอย่างไร เราสามารถปลูกพืชกัญชา กัญชง ในครัวเรือน เพื่อประโยชน์ในการรักษาและดูแลสุขภาพ โดยจะปลูกกี่ต้นก็ได้ แต่ต้องจดแจ้งการปลูกกัญชาเสียก่อน ส่วนการปลูกในเชิงพาณิชย์ หรือนำไปทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ยังต้องขออนุญาตตามกฎหมายอยู่เช่นเดิม เพราะยุคนี้คือยุคดิจิทัล ที่ทุกอย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้ว สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐ ที่มีบทบาทสำคัญในการให้ความรู้ความเข้าใจกับสังคมอย่างต่อเนื่อง ถึงประโยชน์ของกัญชาทางการแพทย์ จึงเปิดตัวแอปพลิเคชัน ‘ปลูกกัญ’ (Plookganja) และเว็บไซต์ http://plookganja.fda.moph.go.th ไปเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการจดแจ้งการปลูกกัญชาและกัญชง ผ่านช่องทางออนไลน์ทั้ง 2 ช่องทาง ตามนโยบาย
อย. ผนึกกำลังจ.บุรีรัมย์ เดินหน้าสร้างองค์ความรู้เรื่องกัญชาแก่ประชาชนทั่วไทยต่อเนื่อง ล่าสุดจัด “มหกรรม 360 องศา ปลดล็อคกัญชา ประชาชนได้อะไร” วันที่ 10-12 มิถุนายน 2565 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อัดแน่นสาระประโยชน์ครอบคลุมทุกมิติกัญชาน่ารู้ ผลงานวิจัยและนวัตกรรมกัญชา ผลิตภัณฑ์กัญชาน่าซื้อ เปิดบริการฟรี! คลินิกกัญชาทางการแพทย์ คาดคนร่วมงานนับหมื่น ตอบรับกระแสปลดล็อคกัญชา กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศไทย เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 พฤษภาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข จัดงานแถลงข่าว “มหกรรม 360 องศา ปลดล็อคกัญชา ประชาชนได้อะไร” โดยมี นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกต์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 9 นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และ นพ.พิเชษฐ พืดขุนทด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมแถลงข่าว งาน ‘มหกรรม 360 องศา ปลดล็อคกัญชา ประชาชนได้อะไร’ ตอกย้ำความสำเร็จ ‘มหกรรมกัญชากัญชง 360 องศา เพื่อประชาชน’ ซึ่งมีผู้เข
