ปลาช่อนอเมซอน
“เอเลียนสปีชีส์” ในแหล่งน้ำไทย ไม่ได้มีแค่ปลาหมอคางดำที่สังคมกำลังจับตา แต่ยังมีปลาต่างถิ่นอีกหลายชนิดที่แพร่กระจายเงียบๆ มานาน บางชนิดถูกจับขายทุกวัน เป็นเมนูดังตามตลาดและแหล่งท่องเที่ยว โดยผู้บริโภคแทบไม่รู้ว่าเบื้องหลังความอร่อยนั้นคือแรงสั่นสะเทือนต่อระบบนิเวศ คำถามสำคัญคือ เราตระหนักหรือไม่ว่าปลาหลายชนิดที่อยู่ในจานอาหาร ไม่ใช่ปลาพื้นเมือง และบางชนิดกำลังกระทบสมดุลแหล่งน้ำไทยโดยไม่รู้ตัว กรณีล่าสุดในโซเชียลมีเดีย มีผู้โพสต์สอบถามชนิดปลาที่ทอดแหได้ในลำตะคอง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ลักษณะมีหนวด หางสีส้มอ่อน หนักราว 1 กิโลกรัม ผู้รู้ให้ข้อมูลว่าเป็นปลาดุกหางแดง (Red-tailed catfish) เอเลียนสปีชีส์จากแอฟริกา ที่นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม โตได้ยาวมากกว่า 1 เมตร เป็นปลากินเนื้อ ล่าปลาและสัตว์น้ำอื่น กินเก่ง และมีศักยภาพล่าปลาพื้นถิ่นสูง อีกตัวอย่างชัดเจนคือ ปลาซัคเกอร์หรือปลากดเกราะ จากอเมริกาใต้ เข้ามาผ่านตลาดปลาสวยงามและฟาร์ม ก่อนหลุดสู่ธรรมชาติจากการปล่อยหรืออุบัติเหตุ ปัจจุบันพบทั่วไปตามคลอง แม่น้ำ อ่างเก็บน้ำ และระบบชลประทานทั่วประเทศ ภาคตะวันออกบางพื้นที่มีความหนาแน่นสูง และการส
แม้ไม่ใช่ข่าวใหญ่ที่ครึกโครมในหน้าสื่อกระแสหลัก แต่กรณี “ปลาหมอคางดำ” ได้กลายเป็นประเด็นที่สะท้อนความอ่อนแอของระบบการกำกับดูแลการนำเข้าสัตว์น้ำของไทยอย่างชัดเจน จนต้องพึ่งพากระบวนการยุติธรรมให้ศาลตรวจสอบหลักฐานและพยาน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ในขณะที่สังคมกำลังจับตามองคดีนี้ด้วยความรู้สึกหลากหลาย สิ่งที่ควรเกิดขึ้นควบคู่กันคือการตั้งคำถามอย่างมีเหตุผล ไม่ผลีผลามตัดสิน หรือปล่อยให้กระแสชี้นำโดยปราศจากข้อมูลที่รอบด้าน เพราะท้ายที่สุด ความเสียหายที่เกิดขึ้นต้องมีผู้รับผิดชอบ และรัฐต้องเรียนรู้จากบทเรียนนี้เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย สิ่งที่ยังไม่ถูกพูดถึงอย่างจริงจัง คือ มาตรฐานการห้ามนำเข้าสัตว์น้ำบางชนิด โดยเฉพาะปลาสวยงามที่จัดอยู่ในกลุ่ม “ปลาต้องห้าม” หรือ “ปลาต่างถิ่น” (Alien species) อาทิ ปลาหมอมายัน ปลาหมอบัตเตอร์ ปลาซัคเกอร์ หรือปลาช่อนอเมซอน ซึ่งพบการระบาดในแหล่งน้ำธรรมชาติและบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วประเทศ แม้ปัญหานี้จะเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2548 แต่กลับไม่มีระบบติดตามต้นตอการนำเข้าอย่างเป็นระบบ และไม่มีการจัดการที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ ทั้งที่ปลากล
ปลาอะราไพม่า หรือที่นิยมเรียกกันในภาษาไทยว่า ปลาช่อนยักษ์อะเมซอน (อังกฤษ : Arapaima ; ชื่อวิทยาศาสตร์ : Arapaima gigas) เป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ ในวงศ์ปลาอะราไพม่า (Arapaimidae) เป็นปลาที่มีขนาดใหญ่มาก เกล็ดมีขนาดใหญ่ สีดำเงาเป็นมัน มีแถบสีแดง–ส้ม ตัดกับพื้นสีดำ พบได้ในแม่น้ำอะเมซอนและลุ่มน้ำสาขาในทวีปอเมริกาใต้ โดยชาวพื้นเมืองจะเรียกว่า พิรารูคู (Pirarucu) ขณะที่ชาวพื้นเมืองที่ประเทศเปรูจะเรียกว่า ไพชี่ (Phiche) โดยปลาชนิดนี้เป็นปลาที่ชาวพื้นเมืองใช้บริโภคกันในท้องถิ่น ในบางท้องที่มีการเพาะเลี้ยงกันเป็นปลาเศรษฐกิจ ปลาอะราไพม่า เป็นปลาที่ได้รับความนิยมในแง่ของการเป็นปลาสวยงาม ซึ่งมีจุดเด่นคือ ความใหญ่โตในรูปร่าง และสีสันของเกล็ดมีแถบแดงจัด จัดได้ว่าเป็นปลาน้ำจืดที่มีขนาดความยาวที่สุดในโลก ในประเทศไทยปลาชนิดนี้ถูกนำเข้ามาครั้งแรกราวปี พ.ศ. 2529 และได้รับความนิยมสูงสุดในปี พ.ศ. 2530 จนปัจจุบัน หลายท่านคงคิดว่าปลาอะราไพม่าเป็นปลาที่มีพฤติกรรมการกินอาหารที่ดุร้าย แต่คุณศิริวรรณ เจ้าของฟาร์มกลับบอกว่า เมื่อนำมาเลี้ยงในสถานที่เลี้ยงแล้ว แม้จะเป็นปลาขนาดใหญ่กลับไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าวกับผู้เลี้ยงเ
