ปลาทอง
นอกจากตลาดปลาเนื้อที่ใช้บริโภคจะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยแล้ว อีกด้านของตลาดปลาสวยงามก็มีมูลค่าในการจำหน่ายไม่แพ้กัน ซึ่งปลาสวยงามได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในบ้านเรา เลี้ยงเป็นสิ่งสวยงามประดับตกแต่งบ้านเรือนหรือบางรายเลี้ยงเสริมฮวงจุ้ยตามความเชื่อ จึงทำให้เกษตรกรที่เพาะพันธุ์ปลาสวยงามมีการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นเรื่อยๆ เพื่อตอบโจทย์ต่อความต้องการของลูกค้าที่มีความชอบหลากหลาย คุณกำพล สร้อยแสง อยู่บ้านเลขที่ 25/9 หมู่ที่ 3 ตำบลปากแรต อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี หันมายึดอาชีพเพาะพันธุ์ปลาทอง โดยก่อนหน้านี้อาชีพเกี่ยวกับการประมงไม่ได้อยู่ในความคิดของเขาเลย แต่ด้วยสภาวะหลายๆ ด้าน จึงได้ตัดสินใจยึดเป็นอาชีพ เน้นเพาะลูกปลาทองส่งออกต่างประเทศ สามารถสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี จากอาชีพช่างกล สู่ชีวิตเกษตรกร คุณกำพล เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ยังเด็กก็เห็นครอบครัวยึดอาชีพเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์ปลาสวยงามมาตลอด แต่ช่วงนั้นเขาก็เพียงแต่ช่วยงาน และยังไม่ได้ยึดที่จะทำเป็นอาชีพ เมื่อจบการศึกษาได้ออกไปทำงานเกี่ยวกับด้านช่างกล เพราะเบื่อกับงานด้านเพาะพันธุ์ปลาสวยงาม มองว่าเห็นมาตั้งแต่เด็กจนโต จึงยังไม่อย
คุณศิริภูมิ มีศิริ หรือ คุณภูมิ วัย 17 ปี เจ้าของฟาร์ม “ภูมิภูมิฟาร์มปลาทอง” ในพื้นที่อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย เด็กหนุ่มที่ชื่นชอบการเลี้ยงปลาสวยงามเป็นชีวิตจิตใจ ก่อนที่จะผันตัวมาเลี้ยงปลาทอง เพราะมองว่าปลาทองเป็นปลาที่ทุกคนรู้จัก จึงศึกษาวิธีการเลี้ยงปลาทองอย่างจริงจังและเริ่มลงมือทำอย่างตั้งใจ จุดเริ่มต้นของการเลี้ยงปลาทองมาจากความชอบส่วนตัวในวัยเด็ก ทำให้เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ซื้อปลาทองมาเลี้ยงในตู้ก่อน และพยายามศึกษาหาข้อมูล ลองผิดลองถูก และเดินสายอบรมเกี่ยวกับปลาทองตามสถานที่ที่จัดขึ้น ด้วยความโชคดีมีพี่ๆ ที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงปลาทองคอยดูแลและให้คำแนะนำ ก่อนจะเปิดฟาร์มเลี้ยงปลาทองแบบครบวงจรและเต็มรูปแบบเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ภายในฟาร์มของคุณศิริภูมิ มีการเลี้ยงปลาทองหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกสรร เช่น สายพันธุ์ฮอลันดายักษ์ สายพันธุ์สิงห์ไฮบริด เป็นต้น ปลาทองทั้งหมดในฟาร์มจะถูกเลี้ยงในบ่อดินและบ่อปูน โดยมีบ่อดินจำนวน 6 บ่อ บ่อละประมาณ 1 งาน บริเวณรอบบ่อดินจะต้องล้อมพื้นที่ เพื่อป้องกันสัตว์เลื้อยคลาน นก กบ คางคก บุกเข้ามากินปลาทองในบ่อดิน และบ่อปูนจำนวน 40 บ
คุณกำพล สร้อยแสง อยู่บ้านเลขที่ 25/9 หมู่ที่ 3 ตำบลปากแรต อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี หันมายึดอาชีพเพาะพันธุ์ปลาทอง โดยก่อนหน้านี้อาชีพเกี่ยวกับการประมงไม่ได้อยู่ในความคิดของเขาเลย แต่ด้วยสภาวะหลายๆ ด้าน จึงได้ตัดสินใจยึดเป็นอาชีพ เน้นเพาะลูกปลาทองส่งออกต่างประเทศ สามารถสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี ปลาทองพันธุ์ริวกิ้น คุณกำพล เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ยังเด็กก็เห็นครอบครัวยึดอาชีพเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์ปลาสวยงามมาตลอด แต่ช่วงนั้นเขาก็เพียงแต่ช่วยงาน และยังไม่ได้ยึดที่จะทำเป็นอาชีพ เมื่อจบการศึกษาได้ออกไปทำงานเกี่ยวกับด้านช่างกล เพราะเบื่อกับงานด้านเพาะพันธุ์ปลาสวยงาม มองว่าเห็นมาตั้งแต่เด็กจนโต จึงยังไม่อยากทำอาชีพนี้ ลูกปลาทอง อนุบาลได้ 1 เดือน “ช่วงนั้นไม่มีความคิดเลย ในเรื่องของเพาะพันธุ์ปลาทอง เพราะช่วยงานที่บ้านมาตั้งแต่เด็ก เลยรู้สึกอิ่มตัว แต่พอได้ไปทำงานด้านอื่น ก็ได้ไปเรียนรู้พอแล้ว ทีนี้กลับมาบ้าน ประมาณ ปี 2553 ก็เริ่มไม่อยากไปไกลบ้าน เริ่มต้นมาทำอาชีพนี้แทน โดยสืบทอดจากที่บ้านและมีการพัฒนาสายพันธุ์ปลาทองขึ้นมาเรื่อยๆ เน้นเป็นสินค้ามาตรฐานส่งออก” คุณกำพล เล่าถึงที่มา พ่อแม่
ปลาทองหัวสิงห์ ได้ถูกนำเข้ามาเลี้ยงในประเทศไทย เมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว ในสนนราคา ตัวละ 2,000-3,000 บาท ในขณะที่ข้าวราดแกง จานละ 5 บาท ถือได้ว่าในสมัยนั้นใครที่เลี้ยงปลาทองหัวสิงห์จะต้องเป็นผู้มีฐานะมีอันจะกิน ปลาที่นำเข้าจะนำมาจากประเทศจีน หลังจากนั้นไม่นาน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล ได้ทรงนำเข้าปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่นมาเลี้ยงเล่นในวังละโว้ ต่อมาได้ทรงแจกจ่ายให้กับผู้สนใจเลี้ยงไปจำนวนมาก ปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่นจึงแพร่หลายในประเทศไทย ภายหลังจึงมีเอกชนผู้นำเข้าสั่งปลาชนิดนี้เข้ามาโดยตรงจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อจำหน่ายอีกทีหนึ่ง ปลาทองหัวสิงห์จีน (Chinese lionhead) มีลักษณะเด่นที่ตัวค่อนข้างกลมสั้น หัววุ้นฟูก้อนใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัว ส่วนด้อยคือ ตัวมีขนาดเล็ก สันหลังเล็ก ส่วนครีบหางบางและห้อย ส่วนปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่น (Ranchu) มีลักษณะเด่นคือ หัววุ้นจะยื่นออกมา นักเลี้ยงเรียกว่า เขี้ยว สันหลังหนาใหญ่ ครีบหางค่อนข้างหนาและกางออก มีจุดด้อยคือ ตัวมีขนาดยาวเกินไป ความจริงแล้วที่มาของปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่นนี้นำมาจากประเทศจีนและปรับปรุงพันธุ์จนมีความแตกต่างกัน แล้วเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น
