ปลาทูไทย
เมื่อพูดถึง “ปลาทู” หลายคนอาจนึกถึงภาพของปลาทูตัวอ้วนๆ นอนเรียงกันในเข่ง หน้าตาอาจดูธรรมดา แต่ปลาทูนั้นคือหนึ่งในปลาน้ำเค็มที่มีความสำคัญกับครัวไทยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าบ้านไหนๆ ต่างก็เคยลิ้มรสปลาทู ไม่ว่าจะเป็นการทอด ย่าง หรือทานกับน้ำพริก ปลาทูไม่เพียงแต่อร่อย แต่ยังเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญของคนไทยอีกด้วย ถิ่นกำเนิดของ “ปลาทูไทย” “ปลาทูอ่าวไทย” มีถิ่นกำเนิดบริเวณ หมู่เกาะอ่างทอง ที่อยู่กลางอ่าวไทย ไม่ได้ว่ายมาจาก ปลายแหลมญวน หรือ อ่าวตังเกี๋ย ถือเป็นที่มาของฤดูกาลปิดอ่าว เพื่อให้ปลาทูได้วางไข่และอนุบาล ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงกลางเดือนพฤษภาคมของทุกๆ ปี ปลาทูที่เราเห็นตามตลาดส่วนใหญ่นั้นมักจะเป็น “ปลาทูแม่กลอง” ซึ่งเป็นสายพันธุ์ปลาทูที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของอ่าวไทยและระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของปลาทูในบริเวณนั้น ปลาทูแม่กลองจะถูกจับในทะเลอ่าวไทยตั้งแต่ช่วงประจวบคีรีขันธ์จนถึงสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นแหล่งประมงที่ใหญ่ที่สุดของปลาทูไทย แหล่งอาศัยของปลาทู ที่เป็นแหล่งประมงสำคัญในประเทศไทยพบมากในอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามันแถบอ่า
เรื่องปลาทูมีอะไรให้เขียนมากกว่าที่คิด เพราะชีวิตคนไทยผูกพันกับปลาทูและเราก็ชอบกินน้ำพริก-ปลาทูกันทุกครัวเรือนจนกลายเป็นอาหารประจำชาติอย่างหนึ่งไปแล้ว โดยทั่วไปชาวประมงจะแบ่งปลาทูออกเป็น ๒ ชนิด คือ ปลาสั้น และ ปลายาว ปลาสั้น มักจะหมายถึงปลาทูแม่กลอง มีลักษณะหน้าเป็นสามเหลี่ยม ตัวสั้น แบน เนื้อนิ่มเวลากดลงไปที่ตัวปลาแล้วเนื้อปลาจะกลับคืนสภาพเดิมไม่บุ๋มลงไปตามลอยแรงกด ปลาสั้นจะมีลำตัวสีเงิน หรือ อมเขียว ตาดำ ปลายาว จะมีชื่อเรียกกันหลายชื่อ เช่น ปลาลัง ปลายาว ปลาอินโด ซึ่งก็เป็นปลาชนิดเดียวกันทั้งหมด ลักษณะของปลายาว ตัวจะใหญ่และยาวกว่าปลาทูแม่กลอง ปากแหลม นี่เป็นข้อสังเกตง่ายๆ ที่จะเลือกซื้อปลาทู แต่ในทางวิทยาศาสตร์แล้วสกุลปลาทูของไทยคือ Rastrelliger เป็นสกุลของปลาทะเลในวงศ์ Scombridae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับปลาโอ, ปลาอินทรี และปลาทูน่า ซึ่งปลาในสกุล Rastrelliger มีด้วยกัน ๓ สายพันธุ์ได้แก่ ปลาทู (ชื่อสามัญ Short-Bodied Mackerel) ปลาลัง หรือ ปลาทูโม่ง (ชื่อสามัญ Indian Mackerel) ปลาทูแขก หรือ ปลาทูปากจิ้งจก (ชื่อสามัญ Island mackerel) ปลาทู ลักษณะภายนอก ลำตัวจะมีกว้างหรือแป้น แบน ป้อม สั้น ม
