ปลายี่สก
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “ปลายี่สก” (Probarbus jullieni) เป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่พบในแม่น้ำสายสำคัญของประเทศไทย อาทิ แม่น้ำโขง เจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลอง และน่าน ถือเป็นปลาที่มีรสชาติดี เป็นที่นิยมของผู้บริโภค ราคาจำหน่ายสูงถึงกิโลกรัมละ 200–250 บาท นอกจากนี้ ยังเป็นที่ต้องการของตลาดปลาสวยงามทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยปลาขนาด 30 เซนติเมตร สามารถจำหน่ายเป็นปลาสวยงาม ที่มีมูลค่าตัวละหลายร้อยบาท ด้วยความต้องการของตลาดรวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในแหล่งน้ำ จึงส่งผลให้ประชากรปลายี่สกในธรรมชาติลดลงอย่างต่อเนื่องจนอยู่ในภาวะเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์ ตามบัญชีแนบท้ายอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธ์ (CITES) อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อสั่งการของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้กรมประมงเร่งปล่อยปลายี่สกลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติในจังหวัดราชบุรี หลังได้รับรายงานว่า ปลายี่สกเป็นปลาประจำถิ่นที่มีความเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์ และยังเป็นสัตว์น้ำประจำจังหวัดราชบุรีด้วย จึงทำให้มีความห่วง
กรมประมง…เร่งฟื้นฟูทรัพยากรปลายี่สกในแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขา หลังได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้แหล่งที่อยู่อาศัย วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อนเสื่อมโทรมลง โดยได้จัดทีมตั้งแคมป์ริมฝั่งแม่น้ำโขงเพื่อรวบรวมพ่อแม่พันธุ์จากธรรมชาติ และสร้างธนาคารน้ำเชื้อเพื่อการผสมเทียม พร้อมทั้งปรับเทคนิคการปล่อยช่วยเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรม หวังเร่งเพิ่มผลผลิตทรัพยากรปลายี่สกในแหล่งน้ำธรรมชาติกว่า 1 แสนตัวต่อปี นายประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “ปลายี่สก” หรือ “ปลาเอิน” (Probarbus jullieni Sauvage, 1880) เป็นปลาน้ำจืดมีเกล็ดขนาดใหญ่พบประจำถิ่นในแม่น้ำโขง จัดเป็นปลาที่มีรสชาติดี เป็นที่นิยมของผู้บริโภค ทำให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ราคาจำหน่ายสูงถึงกิโลกรัมละ 200-250 บาท แต่ปัจจุบันพบว่า ปลายี่สกในแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขามีปริมาณลดลงจนเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เนื่องจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศในแม่น้ำโขง ส่งผลให้แหล่งที่อยู่อาศัย วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อนเสื่อมโทรมลง กรมประมงจึงได้ดำเนินการเพาะขยายพันธุ์เพื่อเป็นการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรปล
ข้อดีของการเลี้ยงปลาในนาทางอ้อมพบว่า ปลาจะช่วยกำจัดวัชพืชและแมลง ช่วยให้อินทรียสารต่างๆ สลายตัวได้ง่าย สร้างระบบนิเวศช่วยให้ดินมีความสมบูรณ์ เป็นการเพิ่มปุ๋ยในดิน จึงส่งผลในทางตรงทำให้ข้าวมีคุณภาพเพิ่มขึ้น ช่วยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอีกด้วย นับเป็นการช่วยทุ่นแรงและลดต้นทุนได้อย่างดี ไม่ใช่ทุกพื้นที่ที่ทำนาจะสามารถเลี้ยงปลาได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องความสมบูรณ์ของน้ำ และพื้นที่ที่เหมาะสมควรมีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ มีระบบชลประทาน และควรมีน้ำตลอดปี ไม่ต่ำกว่า 3-6 เดือน สำหรับในพื้นที่ตำบลไร่ขี อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ ไม่ได้มีแหล่งน้ำที่สมบูรณ์ และการทำนาต้องอาศัยน้ำฝนเพียงอย่างเดียว แต่เหตุใดชาวบ้านกลับประสบความสำเร็จจากการเลี้ยงปลาในนาได้อย่างไม่ยาก? แล้วในบางคราวยังมีจำนวนปลามากพอสำหรับการแปรรูปสร้างรายได้เสริมอีกด้วย คุณบวร สาริเพ็ง อยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ที่ 6 บ้านฟ้าห่วน ตำบลไร่ขี อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นคนแรกในชุมชนที่ริเริ่มเลี้ยงปลาในนา เพราะเห็นว่าการปลูกข้าวเพียงอย่างเดียวไม่อาจช่วยเรื่องค่าครองชีพของครอบครัวได้พอ เลยหันมาหาการเลี้ยงปลาในนาข้าวเพื่อสร้างรายได้อ
