ปลาหมอสีคางดำ
ปลาหมอสีคางดำ (Blackchin Tilapia) เป็นชนิดพันธุ์ปลาต่างถิ่นรุกราน ที่สามารถปรับสภาพให้อาศัยอยู่ได้ใน 3 น้ำ ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม เป็นปลาที่มีความแข็งแรง สามารถอยู่ในสภาพน้ำที่ไม่สะอาดได้ ปัจจุบันพบการแพร่ระบาดใน 14 จังหวัดติดชายฝั่งทะเล จนเกิดกิจกรรม “ไล่ล่า” ปลาตัวร้ายแห่งสายน้ำให้สิ้นซาก ข้อมูลเว็บไซด์ของกรมประมง รายงานว่า ไทยมีการส่งออกปลาหมอสีคางดำ เป็นปลาสวยงามอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2556-2559 (ดังตารางแนบ) จำนวนรวมแล้วมากกว่า 320,000 ตัว มูลค่าส่งออกรวม 1,510,050 บาท ส่งออกไป 15 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา ซิมบับเว ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย รัสเซีย มาเลเซีย อาเซอร์ไบจาน เลบานอน ปากีสถาน อียิปต์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิสราเอล อิหร่าน โปแลนด์ และตุรกี โดยมีปริมาณการส่งออกรวมเฉลี่ยในแต่ละปี ตั้งแต่ 10,000-100,000 ตัว จึงเกิดการตั้งข้อสังเกตว่า กรมประมงมีการอนุญาตให้มีการนำปลาหมอสีคางดำเข้าในราชอาณาจักรเพียงรายเดียว เพื่อการวิจัยและปรับปรุงพันธุ์ตามเงื่อนไขของกฎหมาย แล้วพ่อแม่พันธุ์ที่ใช้เพาะเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม เพื่อการส่งออกมาจากที่ไหน? แล้วใครเป็นผู้นำเข้า? อธิบดีกรมประมง บัญชา สุขแก้ว ยอ
ณ วัดศรีสุทธาราม (วัดกำพร้า) ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน “เปิดปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในแหล่งน้ำธรรมชาติ” มอบธงสัญลักษณ์พร้อมปล่อยขบวนเรือชาวประมงออกปฏิบัติการ 23 ลำในแม่น้ำท่าจีน และปล่อยพันธุ์ปลากะพงขาว 60,000 ตัวพร้อมกันในพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ เพชรบุรี และกรุงเทพมหานคร เพื่อควบคุมและกำจัดประชากรปลาหมอสีคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยมี นายวรณัฎฐ์ หนูรอต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรม นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำที่สร้างความเสียหายต่อผลผลิตในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกรและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศ เนื่องจากเป็นปลาที่มีการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมและทนต่อการเปลี่ยนแปลงความเค็มของน้ำได้ดี ทำให้พบการแพร่ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วในแหล่งน้ำกว่า 13 จังหวั
ปลาหมอสีระบาดยังไร้รัฐเหลียวแล ล่าสุดเกษตรกรระทม 3 ปีปล่อยกุ้งหลายล้านตัวไม่เหลือ วิดล้างบ่อได้ปลาหมอสี 5 ตัน โชคดีโรงปลาร้าอีสานช่วยรับซื้อ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีปัญหาปลาหมอสีคางดำระบาดสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรหลายตำบลในจังหวัดสมุทรสงคราม แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ต่อมานายคันฉัตร ตันเสถียร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นำชิมเมนูปลาหมอสีคางดำ หวังสร้างวิกฤตให้เป็นโอกาสสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน พบว่ามีรสชาติอร่อยเหมือนกับปลาทั่วไป ล่าสุดผู้ประกอบการโรงปลาร้าจังหวัดสกลนครทราบข่าวจากสื่อมวลชนว่าปลาหมอสีมีรสชาติอร่อยเหมือนกับปลาทั่วไปจึงติดต่อผ่านนายปัญญา พ่วงสำราญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.แพรกหนามแดง อ.อัมพวา ต้องการปลาหมอสีคางดำ 10 ตัน ในราคากิโลกรัมละ 10 บาท เพื่อนำไปทำปลาร้า จึงประสานนายสุนทร รอดบุญช่วย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.แพรกหนามแดง มารับซื้อปลาหมอสีคางดำจากนางมยุรี มักมีสุข อายุ 53 ปี ในเนื้อที่ 50 ไร่ หมู่ 5 ต.ยี่สาร อ.อัมพวา ซึ่งตัดสินใจวิดน้ำล้างบ่อหลังจากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ปล่อยกุ้งกุลาดำและกุ้งขาวไป 6 ครั้ง รวมกว่า 5,000,000 ต
ในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา เกิดปัญหาปลาหมอสีคางดำระบาดใน จังหวัดสมุทรสงคราม และ จังหวัดเพชรบุรี สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้้นที่ ตำบลยี่สาร และ ตำบลแพรกหนามแดง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ขณะที่ นางสาวนภสร สุขพันธุ์ นักวิชาการประมงชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเพชรบุรี ระบุว่า ปลาหมอสีคางดำเป็นสายพันธุ์เดียวกับปลาหมอสี มีรูปร่างคล้ายปลาหมอทะเล และปลานิล แต่เป็นปลาหมอสีชนิดไม่มีราคา เป็นปลากินเนื้อ ปากกว้าง ดังนั้นเมื่อแพร่ระบาดก็จะกินสัตว์น้ำต่างๆ ชนิดอื่นที่ตัวเล็กๆ จนหมด จะคล้าย “เอเลี่ยนสปีชีส์” ที่มาทำลายสัตว์น้ำประจำถิ่นจนหมด ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน นายสมศักดิ์ ริ้วทอง เกษตรกร ตำบลแพรกหนามแดง เผยว่า เลี้ยงกุ้งมานานกว่า 30 ปี ขนาดบ่อ 80 ไร่ ก็ได้ดีมาตลอด เพิ่งมาได้รับความเสียหายในช่วง 2 ปีนี้ ปล่อยกุ้งเป็นล้านตัว บางครั้งก็หมดไม่เหลือ ทำให้เป็นหนี้จำนวนมาก จึงอยากให้ภาครัฐลงมาแก้ไขโดยเร็ว นายปัญญา โตกทอง เกษตรกร ตำบลแพรกหนามแดง บอกว่า มีบริษัทแห่งหนึ่งนำปลาหมอสีเข้ามาจากต่างประเทศ เมื่อปลายปี 2553 ซึ่งเกษตรกรเชื่อว่าเหตุการณ์สัมพันธ์กันท
