ปลาเอเลี่ยน
จากข่าวในสื่อโซเชียลตั้งคำถามปลารูปทรงแปลกตาที่พบในแหล่งน้ำใกล้หมู่บ้าน จน รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ เข้าให้คำตอบว่าเป็นปลาจรเข้ หรือปลาอัลลิเกเตอร์คาร์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปลาเอเลี่ยน หรือปลาต่างถิ่นที่ถูกนำเข้ามาในประเทศไทยเพื่อนำมาเลี้ยงในตู้ปลา และหลุดรอด หรือถูกปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ กรณีปลาหมอคางดำ ได้รับการบันทึกในหลายภูมิภาคของโลกก่อนการพบในประเทศไทยอย่างชัดเจนทั้งทวีปอเมริกา แอฟริกา และเอเชีย หลักฐานในสาขาชีววิทยา การรุกราน ชี้ว่าเป็นชนิดพันธุ์ที่มีรูปแบบการแพร่กระจายคล้ายกันในหลายประเทศ ไม่ว่าจะผ่านการนำเข้าเพื่อเพาะเลี้ยง การค้าปลาสวยงาม หรือการหลุดรอดจากระบบผลิตสู่ธรรมชาติ ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีรูปแบบใกล้เคียงกันทั่วโลก ได้แก่ การลดลงของชนิดพันธุ์พื้นถิ่น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระบบนิเวศ และความขัดแย้งกับชุมชนประมงพื้นบ้านในหลายประเทศ จึงมีการพัฒนามาตรการจัดการที่แตกต่างกันตามบริบท ตั้งแต่การควบคุมทางกฎหมายอย่างเข้มงวด การกำจัดเชิงรุกในพื้นที่ระบาด ไปจนถึงการใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจากทรัพยากรชีวภาพเหล่านี้ ประสบการณ์เหล่านี้สะท้อนชัดว่า การจัดการชนิดพันธุ์รุกรานไม่สามารถใช้
จากกรณีที่มีผู้พบการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอสีคางคำ” (หรือ ปลาหมอคางดำ) ในหลายพื้นที่ของจังหวัดชุมพร เช่น ในพื้นที่อำเภอละแม และอำเภอสวี ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาและสัตว์ชนิดอื่นๆ เนื่องจากปลาหมอสีคางคำเปรียบเหมือนกับ “ปลาเอเลี่ยน” ที่จะกัดกินปลาและสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ จนส่งผลเสียต่อระบบนิเวศเป็นอย่างมากนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ที่ทำการชมรมอนุรักษ์กุ้งก้ามกรามแม่น้ำสวี หมู่ที่ 5 ตำบลปากแพรก อำเภอสวี จังหวัดชุมพร คุณอรุณชัย พุทธเจริญ รองอธิบดีกรมประมง พร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “ชาวชุมพรร่วมใจขจัดภัยหมอสีคางดำ รักษ์ลุ่มน้ำสวี” เพื่อช่วยกันกำจัดปลาหมอสีคางดำ หลังจากพบเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาด ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่าง กรมประมง และเกษตรกร โดยชมรมอนุรักษ์กุ้งก้ามกรามแม่น้ำสวี ได้ร่วมกำจัดพ่อแม่พันธุ์ปลาหมอสีคางดำ พร้อมกับปล่อยปลาพื้นเมือง เช่น ปลากะพงขาว และปลาอีกง ซึ่งเป็นปลานักล่า ลงแหล่งน้ำเพื่อกำจัดปลาหมอสีคางดำเหล่านี้ นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันรณรงค์ให้ช่วยกันกำจัดปลาหมอสีคางดำ โดยกรมประมงได้ให้การสนับสนุนทั้งอุปกรณ์ในการกำจัด และพันธุ์ปลาพ
