ปลาแดดเดียว
บ้านท่าข้าม หมู่ 15 ต.พรหมพิราม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมถนนสายพิษณุโลก-ดงประคำ กว่า 10 หลังคาเรือน รวมกลุ่มหาปลาในคลองน้ำบ้านท่าข้าม มาทำปลาเกลือตากแดดส่งขาย ในหลายจังหวัดภาคเหนือ สร้างได้ให้ครัวเรือนมานานกว่า 10 ปี นายสมากร เหมาะสิงห์ กล่าวว่า ครอบครัวตนและเพื่อนบ้านได้รวมกลุ่มหาปลา เพื่อนำมาแปรรูปตากแดดให้เป็นปลาเกลือ ส่งขายตามตลาดในจ.พิษณุโลก จ.ลำพูน จ.ลำปาง และอีกหลายจังหวัดทางภาคเหนือ มีรายได้เป็นอย่างดีให้กับครัวเรือน จากออเดอร์ในการสั่งจองขายตามต่างจังหวัดครั้งละ 300-500 กิโลกรัม ทำให้ต้องไปรับปลาจากจังหวัดใกล้เคียงโดยเฉพาะจ.กำแพงเพชร มาแปรรูปเป็นปลาเกลือตากแดดขายให้เพียงพอต่อความต้องการ จนเรียกว่าเป็นหมู่บ้านปลาเกลือตากแห้ง สำหรับปลาเกลือที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดนั้น ส่วนใหญ่เป็นปลาช่อน ปลาตะเพียน ปลาสลิด ปลาหลด ปลาซิว เนื่องจากเป็นปลาที่นำมาแปรรูปเป็นปลาเกลือตากแดดแล้วนำไปประกอบอาหาร โดยเฉพาะทอดจะอร่อย หอมกรอบ เป็นอย่างมาก โดยราคานั้นก็ไม่แพงมากนัก คือ ปลาช่อนตากแดด ราคากิโลกรัมละ 200 บาท ปลาตะเพียน กิโลกรัมละ 100 บาท ปลาสลิด กิโลกรัมละ 250 บาท
คุณบุญนำ กีรติวิทยากร อยู่บ้านเลขที่ 39/2 หมู่ที่ 1 ตำบลท่าช้าง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง มีอาชีพเลี้ยงตะพาบน้ำและปลา แต่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ จึงทำให้ตัวเขากับชาวบ้านร่วมอาชีพได้เข้าร่วมโครงการ 9101 ตามรอยพ่อ พร้อมไปกับได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง เพื่อพัฒนาการเกษตรให้ยั่งยืน ด้วยการแปรรูปปลาตามกระบวนการผลิตที่ถูกลักษณะ สะอาด และปลอดภัย สามารถสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกอย่างดี คุณบุญนำเลี้ยงตะพาบน้ำไว้ขายจำนวนกว่า 600 ตัว ขณะเดียวกัน เลี้ยงปลานิล ปลายี่สก และปลาจีนในพื้นที่ 4 ไร่ และในจำนวนนี้มีปลานิลกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่เลี้ยงปลาผสมในบ่อเดียวกันเนื่องจากเวลาจับขายรวมกันปลายี่สกจะมีน้ำหนักดีกว่าทำให้น้ำหนักรวมปลาได้มาก ช่วยเพิ่มราคาขาย ตลอดเวลากว่า 10 ปี อาชีพเลี้ยงปลาและตะพาบน้ำของคุณบุญนำล้มลุกคลุกคลานมาตลอดจากปัญหาเรื่องราคาขายตกต่ำ เมื่อเห็นว่าสัตว์ทั้งสองชนิดไม่ประสบผลสำเร็จ คุณบุญนำจึงเลิกเลี้ยงตะพาบน้ำ แล้วหันมาทุ่มเทการเลี้ยงปลาอย่างเดียวโดยไม่เน้นขายสดแต่จะเปลี่ยนไปใช้วิธีแปรรูปเป็นปลานิลแดดเดียวแทน ซึ่งเริ่มขายมาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว (2560) ถือว่าข
