ปลูกข้าวโพดหลังนา
สำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ ชูกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ ต.ศาลเจ้าไก่ต่อ อ.ลาดยาว เป็นต้นแบบการรวมกลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวโพดหลังนาที่โดดเด่นด้านการผลิตที่ทันสมัย และผลิตด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่บุกรุกตัดไม้ทำลายป่า ใช้วิธีไถกลบหลังเก็บเกี่ยวแทนการเผา ตอบโจทย์ตลาดที่ต้องการผลผลิตที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ช่วยให้เกษตรกรมั่นใจมีตลาดรับซื้อแน่นอน ได้ราคารับซื้อดีขึ้น หนุนสิ่งแวดล้อมยั่งยืนไปด้วยกัน นายสมควร ไชยมหา เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า ตามที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกับสหกรณ์การเกษตรศาลเจ้าไก่ต่อ และภาคเอกชน ส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ ต.ศาลเจ้าไก่ต่อซึ่งมีสมาชิกประมาณ 200 ครัวเรือนปลูกข้าวโพดหลังนาบนพื้นที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง ได้เข้าถึงปัจจัยการผลิตคุณภาพสูง ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดค่าใช้จ่ายและใช้วิธีไถกลบแทนการเผา ส่งผลให้การเก็บเกี่ยวรอบแรกในเดือนมีนาคม 2566 มีผลผลิตเป็นไปตามเป้าหมาย และเป็นที่ต้องการของตลาดรับซื้อผลผลิตจากผู้รับซื้อที่มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ ได้ราคารับซื้อสูงขึ้น ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม ไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิ
พื้นที่บ้านทุ่งโป่ง อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ตั้งอยู่ใต้เขื่อนอุบลรัตน์ แต่ในพื้นที่กลับไม่มีน้ำใช้ เพราะพื้นที่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำ และไม่มีระบบส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่การเกษตร ซึ่งภายหลังได้แก้ไขโดยการทำสถานีส่งน้ำ ฝาย และวางระบบท่อเพื่อให้สามารถส่งน้ำเข้าสู่แปลงเกษตรได้ เมื่อในพื้นที่มีน้ำแล้ว จึงเริ่มส่งเสริมการปลูกพืชหลังนา อาทิ ฟักทอง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดหวาน โดยเอาตลาดนำ ดึงผู้มีความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วย มีมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบทมาให้ความรู้ และบริษัทเอกชนเข้ามารับซื้อ ข้าวโพดหวานจึงเป็นพืชที่เกษตรกรให้ความสนใจ ข้าวโพดหวาน ใช้ระยะเวลาในการปลูก 70-90 วัน การดูแลรักษาไม่ยาก ให้น้ำอย่างพอเหมาะ เมื่อได้ผลผลิตข้าวโพดสามารถขายได้ทุกส่วน ส่วนแรก ขายฝักส่งบริษัทรับซื้อจากจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งจะต้องมีขนาด ฝักละ 3 ขีด ขึ้นไป ในราคากิโลกรัมละ 4 บาท ส่วนที่สอง ฝักตกเกรดต้มขายในชุมชน และ ส่วนที่สาม สับลำต้นขาย ในราคากิโลกรัมละ 2 บาท เพื่อเป็นอาหารสัตว์ ปัจจุบันมีสหกรณ์โคนมขอนแก่น มารับซื้อ เพื่อนำไปเลี้ยงโค เพราะต้นข้าวโพดสับเมื่อให้โคนมกินจะมีโปรตีนสูง น้ำนมโคจะดี ปัจจุบัน เป็นปีที่ 4 แล้
ข้าวโพด เป็นพืชที่เกษตรกรนิยมปลูกเพื่อนำเมล็ดมาเป็นส่วนผสมการทำอาหารสัตว์ ตามมติคณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติหลักการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดหลังการทำนาหรือในช่วงฤดูนาปรัง เพื่อปรับปริมาณการผลิตการตลาดข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้มีความสมดุล เพื่อให้อุตสาหกรรมของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีเสถียรภาพในการผลิตสินค้าและลดการพึ่งพาจากภายนอกประเทศ ที่สำคัญคือส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพ มีรายได้ 6,000 บาท ต่อไร่ มั่นคง และวิถียั่งยืน คุณสว่าง กาลพัฒน์ เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ เล่าให้ฟังว่า จังหวัดศรีสะเกษ มีพื้นที่ทำการเกษตร ประมาณ 3.8 ล้านไร่ มีเกษตรกร ประมาณ 2.2 แสนครัวเรือน พืชเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ข้าว ทุเรียน มันสำปะหลัง พริก ยางพารา หอมแดง อ้อยโรงงานหรือข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีสินค้าเกษตรที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางพันธุศาสตร์ GI (Geographical Indications) ได้แก่ ข้าวหอมมะลิเขตทุ่งกุลาร้องไห้ และทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ จากสาเหตุที่เกษตรกรทำนาแบบต่อเนื่อง ทำให้มีปริมาณผลผลิตข้าวมาก ได้ส่งผลกระทบต่อรายได้และการยังชีพ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติและอนุมัต
