ปลูกผักต้นทุนต่ำ
ปัจจัย 4 ถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ได้แก่ อาหาร ยา เครื่องนุ่งห่ม และที่อยู่อาศัย แต่ในยุคปัจจุบันนอกจากปัจจัย 4 แล้ว ความมั่นคงทางการเงิน กลายเป็นปัจจัย 5 เพราะเป็นสิ่งจำเป็นในการช่วยพยุงให้เราปลอดภัยและอยู่รอดได้ ด้วยสถานการณ์การเกิดโรคระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความมั่นคงทางการเงินสำคัญอย่างไร และทำให้กระจ่างว่าการมีรายได้จากช่องทางเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาหลายคนเริ่มตื่นตัวและต่อยอดสร้างรายได้เสริมกันเป็นจำนวนมาก หากใครกำลังมองหาช่องทางเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน ฉบับนี้เทคโนโลยีชาวบ้านขอแนะนำการปลูกผักสลัดในกล่องโฟมสร้างอาชีพเสริม ที่ไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่มาก หรือใช้เงินลงทุนที่สูง ก็สามารถทำได้ แถมสร้างรายได้ดีมากๆ อีกด้วย คุณวิพักตร์ อุดทา หรือ คุณก้อย เจ้าของฟาร์มฮัก ผักไฮโดร ตั้งอยู่ที่บ้านอีเลี่ยน ตำบลหนองขอนกว้าง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี สาวแบงก์ปลูกผักสลัดในกล่องโฟมเป็นอาชีพเสริม ต้นทุนต่ำ ใช้พื้นที่ไม่มาก มีงานประจำก็ทำได้ ผลตอบแทนดี ยิ่งขยันยิ่งมีรายได้เพิ่ม คุณก้อย เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันตนเองทำงานเป็นพนักงานธนา
“ไทบ้านฟาร์มเมอร์” ถือเป็นฉายาที่เกษตรกรคนเก่งท่านนี้ตั้งให้ตัวเอง ที่มาของคำแทนตัวเองว่าเป็นไทบ้านฟาร์มเมอร์ มาจากที่ตนเองเป็นคนต่างจังหวัด และมีวิถีชีวิตและหลักคิดในการทำเกษตรแบบบ้านๆ การสื่อสารกับผู้คนก็เป็นหลักคิดง่ายๆ เป็นกันเอง ชาวบ้านคนธรรมดาฟังแล้วรู้เรื่อง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆ คุณวุฒิพงษ์ พลอยวิเลิศ (พี่กระต่าย) เกษตรกรผู้มากความสามารถ อยู่บ้านเลขที่ 751 หมู่ที่ 14 ตำบลบัวขาว อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี ด้วยความสามารถที่ล้นเหลือ เขาเรียนจบปริญญาตรีภายในเวลา 3 ปีครึ่ง และมีบริษัทเข้ามาจองตัวไปทำงานทันที ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์คุณภาพ โรงงานน้ำตาลกาฬสินธุ์ แต่ชีวิตก็ไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะเป้าหมายในชีวิตคือการเป็นเกษตรกร แต่ด้วยเงินทุนที่มีจำกัด จึงจำเป็นต้องตั้งใจเรียนและวางแผนการศึกษาให้ดี จบให้เร็วและมีคุณภาพเพื่อให้ได้เข้าทำงานบริษัทที่มั่นคง พอที่จะหาเงินทุนมาทำตามความฝันได้ คุณวุฒิพงษ์ พลอยวิเลิศ (พี่กระต่าย) เส้นทางชีวิตเกษตรกรไทบ้าน ไม่ง่ายอย่างที่คิด ต้องทนแรงกดดัน และมีความมุ่งมั่นสูง พี่กระต่าย
นางสาวพิชามญชุ์ แซ่จึง หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติได้ตระหนักและห่วงกังวลถึงปัญหาแรงงานภาคการเกษตรและผู้สืบทอดอาชีพทางการเกษตรที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นอย่างมาก จึงเป็นที่มาของโครงการเสริมสร้างยุวเกษตรกรและเกษตรกรรุ่นใหม่ เพื่อให้นักเรียนในสถานศึกษาได้มีความรู้ด้านการเกษตรสามารถช่วยงานในครอบครัวหรือยึดถือเป็นอาชีพต่อไปได้ในอนาคต ด้วยโครงการดังกล่าวสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ ได้ประสานโรงเรียนบัวเจริญวิทยา ต.ตองปิด อ.น้ำเกลี้ยง ซึ่งเป็นโรงเรียนเป้าหมาย มีนักเรียน 270 คน เพื่อให้นักเรียนได้รับความรู้และประสบการณ์ด้านการผลิตพืช ปัจจุบัน คนไทยจำนวนมากกำลังเผชิญกับปัญหาโรคภัยไข้เจ็บ บางโรคอาจเกิดจากการรับประทานอาหาร บางโรคอาจเกิดจากสภาวะแวดล้อม บางโรคอาจเกิดจากหลายปัจจัยต่างๆ รวมกัน ซึ่งการบริโภค “ผัก” เป็นวิธีการหนึ่งที่จะลดความเสี่ยงโรคภัยได้ ซึ่งทางโรงเรียนให้ความสนใจในการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ด้วยกระบอกไม้ไผ่ สภาเกษตรฯ จึงได้ประสานศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษให้เข้ามาให้ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ด้วยเห็นว่าการส่งเสริมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ทำการเ
