“ ด้วงสาคู ” เป็นแมลงกินได้ที่มีราคาค่อนข้างแพง เป็นที่นิยมบริโภคของคนไทยและต่างประเทศ เพราะมีคุณค่าทางโปรตีนสูง ด้วงสาคู ที่ผ่านการทอดจะมีสีเหลืองอ่อน รสชาติหวาน หอม มัน ปัจจุบันเกษตรกรหลายรายหันมาเลี้ยงด้วงสาคู เป็นอาชีพเสริม เนื่องจากเลี้ยงง่าย โตเร็ว ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่มาก ใช้เวลาเพียง 35 – 40 วัน ก็จับขายได้แล้ว โดยส่งขายแม่ค้าตามตลาดนัดเพื่อนำไปทอดกรอบร่วมกับแมลงอื่น ๆ แล้ว ยังสามารถผลิตพ่อแม่พันธุ์ด้วงจำหน่ายให้แก่ผู้สนใจนำไปเลี้ยงได้อีก โดยราคาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ คู่ละ 6-8 บาท
รู้จักด้วงสาคู
ด้วงสาคู มีชื่อวิทยาศาสตร์ Rhynchophorus ferrugineus Oliver วงศ์ Curculionidae มีชื่อเรียกอื่นๆ ว่า ด้วงงวง ด้วงไฟ ด้วงมะพร้าว ทางภาคใต้เรียกว่า ด้วงสาคู หรือด้วงลาน

ลักษณะเด่น
ด้วงสาคูตัวเต็มวัย มีขนาดตัวยาวประมาณ 2.2-3.5 เซนติเมตร สีน้ำตาลอมส้ม หรือสีน้ำตาลปนดำ ปากยาวบอบบาง มีงวงโค้ง มีจุดแต้มสีน้ำตาลแต้มกระจายบริเวณด้านบนของอกปล้องแรก ซึ่งจุดแต้มนี้มีหลายรูปแบบ ปีกคู่หน้ามีริ้วรอยเป็นเส้นๆ ตามความยาวของปีก ปีกคลุมไม่มิดส่วนปลายท้อง ตัวผู้และตัวเมียมีความแตกต่างกัน โดยที่ตัวผู้จะมีขนมองเห็นได้ชัดเจน และมีลักษณะเป็นแนวบริเวณส่วนกลางตามความยาวของงวง
เทคนิคการเลี้ยงด้วงสาคูของ
วิทยาลัยเกษตร นครศรีธรรมราช
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครศรีธรรมราช ส่งเสริมการเลี้ยงด้วงสาคูในกะละมัง อย่างถูกหลักมาตรฐาน เพื่อให้ได้อาหารที่ปลอดภัย คุณภาพดีและมีมูลค่าสูง สำหรับการเลี้ยงด้วงสาคู 1 กะละมัง ต้องใช้วัสดุอุปกรณ์การเลี้ยง ได้แก่ สาคู 2 ขัน อาหารโค 3 กรัม น้ำ 1 ขัน เปลือกมะพร้าว และ พ่อแม่พันธุ์ด้วงสาคูจำนวน 3 คู่


วิธีการเลี้ยงด้วงสาคู
นำเอาสาคู อาหารโคและน้ำ มาผสมให้เข้ากัน หลังจากนั้นปล่อยพ่อแม่พันธุ์ลงในกะละมัง แล้วใส่เปลือกมะพร้าววางด้านบน แล้วปิดฝา ครบ15วัน จึงทำการเปลี่ยนอาหาร โดยใช้วัสดุและอัตราส่วนเท่าเดิม โดยใส่ทับอาหารเก่าได้เลย แล้วปิดฝาไว้อีก15วัน พอครบ15วัน จึงทำการเก็บ ด้วงสาคู ออกขายในราคากิโลกรัมละ 180 บาท
แจกสูตร “ น้ำพริกด้วงกรอบ” อร่อยติดใจ
นอกจากขายตัวด้วงสาคูแล้ว วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครศรีธรรมราชได้เสนอแนวคิดต่อยอด เพิ่มมูลค่า โดยการนำด้วงสาคูมาแปรรูปเป็น “ น้ำพริกด้วงกรอบ ” ซึ่งมีขั้นตอนการทำแสนง่าย โดยมีส่วนผสมดังนี้ คือ หมูสับ ด้วงทอดกรอบ ตะไคร้ หอมแดง กระเทียม น้ำมะขามเปียก เกลือ และน้ำตาลทราย

ขั้นตอนการทำ
เริ่มจากทอดตะไคร้ หอมแดง กระเทียม ให้กรอบ จากนั้นนำหมูลงไปผัด ใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงไป แล้วปรุงรสตามชอบใจ สามารถจำหน่ายน้ำพริกด้วงกรอบ ขนาด 100 กรัม ในราคา 79 บาท ข้อแนะคำ ควรเก็บน้ำพริกด้วงกรอบ ไว้ในที่แห้งและเย็น หลังจากเปิดแล้ว ต้องเก็บไว้ในตู้เย็น ควรบริโภคให้หมดภายใน 30 วัน หากใครมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลี้ยงหรือการแปรรูปด้วงสาคู สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : แผนกวิชาสัตวศาสตร์ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครศรีธรรมราช หรือเบอร์โทร 099-3934988 ครูพัทธนันท์ มากปลั่ง
ด้านตลาด
ปัจจุบันด้วงสาคู มีช่องทางตลาดค่อนข้างกว้าง เป็นที่ต้องการของตลาดส่งออก เช่น จีน มาเลเซีย ยุโรป ฯลฯ เพื่อนำไปแปรรูปเป็นอาหาร สำหรับตลาดในประเทศ นิยมบริโภค หนอนด้วงวัยสุดท้ายก่อนเข้าดักแด้ โดยน้ำหนัก 1 กิโลกรัม เฉลี่ย 200 ตัว ขายได้กิโลกรัมละ 200-250 บาท ส่วนดักแด้ราคากิโลกรัมละ 250-300 บาท เมื่อนำทอดใส่ในกระทะจะมีลักษณะสีเหลืองอ่อน ลูกค้าหรือผู้ที่ชื่นชอบแมลงทอดกรอบก็บอกได้เป็นเสียงเดียวกันกันว่ารสชาติมันดี ไม่แพ้กับแมลงทั่วไปที่เคยทอดขาย

ก่อนนำด้วงสาคูมาปรุงอาหารบริโภค ทางศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดชุมพร (ผึ้ง) แนะนำว่า ให้คำแนะนำว่า ควรเลี้ยงหนอนด้วงสาคู ในอาหาร กากมะพร้าวขูด 1-2 วัน แล้วนำตัวหนอนมาล้างน้ำและแช่เกลือทิ้งไว้ 10-30 นาที เพื่อล้างสิ่งสกปรกทั้งภายในและภายนอกตัวหนอนออก และล้างด้วยน้ำปูนใสอีกครั้ง จากนั้นจึงนำมาลวกน้ำร้อนก่อนนำไปผัด โดยไม่ต้องใส่น้ำมัน ให้น้ำมันสีดำๆ ในตัวหนอนด้วงออกให้หมด จนกว่าน้ำมันจากตัวหนอนด้วงเป็นสีใส แล้วนำไปล้างน้ำอีกครั้ง จึงค่อยนำไปปรุงอาหารได้ตามใจชอบ เช่น คั่วเกลือ ทอดน้ำมัน ผัดขี้เมา เป็นต้น และถ้าปรุงอาหารเสร็จแล้วเก็บไว้ในตู้เย็น จะได้ตัวหนอนด้วงที่มีรสชาติดีขึ้น
อีกหนึ่งเคล็ดลับความอร่อย ที่ขอแนะนำคือ ช่วงเตรียมจับขายให้นำด้วงมาล้างท้องด้วยเกลือ ใบเตย ผลไม้ทุกชนิดที่ด้วงสาคูกินได้ ทิ้งไว้ 5 – 6 ชม.แล้วจึงนำมาทอดได้ ด้วงสาคู สามารถปรุงได้หลากหลายเมนู อาทิ ลาบด้วงสาคู ด้วงผัดฉ่า ด้วงคั่วเกลือ และ ยำด้วงสาคู วิธีการทำแสนง่าย เพียงนำด้วงมาคลุกเคล้าด้วยเครื่องปรุง มะม่วง หอมแดง พริกสด กุ้งแห้งน้ำปลา น้ำตาล จนเข้ากัน ปรุงให้ได้รสชาติตามที่ต้องการ ก็พร้อมเสริฟ์ขึ้นโต๊ะ

อีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจ คือ อาหารสัตว์เลี้ยง เนื่องจาก ด้วงสาคูสด เป็นแหล่งโปรตีนชั้นยอด ให้พลังงานสูง อุดมไปด้วยแคลเซียมและไขมันที่จำเป็นต้องการเจริญเติบโตและสุขภาพของสัตว์เลี้ยง เช่น กระรอก ชูการ์ไกรเดอร์ ที่นิยมทานด้วงสดใหม่ สะอาด ปลอดภัย โดย 100 ตัว ราคาจำหน่ายประมาณ 200 บาท เป็นต้น
