ปลูกพืชผสมผสาน
“ดิน” เป็นอีกสิ่งสำคัญในการผลิตสินค้าทางการเกษตร ถ้ามีการจัดการและบำรุงดินอยู่เสมอ นอกจากจะช่วยให้การปลูกพืชได้ผลผลิตที่ดี เมื่อมองไประยะยาวยังช่วยส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตรให้เกษตรกรได้อย่างต่อเนื่อง เพราะอย่างน้อยในเรื่องของการลดต้นทุนการผลิตที่ไม่ต้องใส่ปุ๋ยเคมีอยู่ตลอด ก็ช่วยทำให้มีผลกำไรเพิ่มขึ้นเมื่อมีการใช้ปุ๋ยเคมีลดลง คุณดีน หะยีมะแซ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรต้นแบบ ที่ได้ยึดมั่นในเรื่องของการปรับปรุงบำรุงดินเป็นอย่างมาก สิ่งที่กำลังทำเขาได้มาถูกทาง และจะเดินในเส้นทางนี้ต่อไป คือการทำเกษตรในแบบที่เขารัก พร้อมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเพื่อนเกษตรกรรายอื่นๆ จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้รู้จักการทำเกษตร คุณดีน เล่าให้ฟังว่า พื้นเพเดิมครอบครัวทำอาชีพเกี่ยวกับเกษตรกรรมอยู่แล้ว มีพื้นที่ในการผลิตสินค้าทางการเกษตรออกจำหน่าย ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาเองได้ไปทำงานประจำอยู่ เป็นงานที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการทำเกษตรเลยก็ว่าได้ แต่เมื่อมีการระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้เขามีเหตุจำเป็นต้องการกลับมาอยู่บ้านในระยะยาว อาชีพทางการเกษตรคือสิ่งเดียวที่เขาต้องทำหลังจากนี้จึงได้มองปัญหาที่สะสมม
ยะลา เป็นจังหวัดทางทิศใต้ของประเทศไทย ตั้งอยู่ในเขตมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้ภูมิภาคนี้มีสภาพอากาศแบบร้อนชื้น มีด้วยกัน 2 ฤดูกาล คือ ฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม และช่วงฤดูฝนในช่วงเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ การทำเกษตรกรรมของเกษตรกรในพื้นที่มีการปลูกพืชหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะการทำสวนมะพร้าว สวนยางพารา การปลูกทุเรียนก็ได้ผลผลิตที่ดีด้วยเช่นกัน หรือแม้แต่การเลี้ยงสัตว์เองก็ถือว่าสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี สำหรับการทำเกษตรผสมผสานเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เกษตรในพื้นที่กำลังให้ความสนใจ เพราะนอกจากจะทดแทนในเรื่องของราคาผลผลิตทางการเกษตรจำพวกพืชเชิงเดี่ยวราคาตก ยังสามารถช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ตลอดทั้งปีจากการทำเกษตรผสมผสาน ซึ่ง คุณอิสมาแอล ลาเต๊ะ อยู่บ้านเลขที่ 27/2 หมู่ที่ 5 ตำบลลำใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ จึงได้ตัดสินใจหันมาทำเกษตรแบบผสมผสาน โดยการปลูกพืชผักสวนครัวและ ไม้ผลยืนต้น เพื่อให้เกิดรายได้เป็นเงินหมุนเวียน เพื่อที่จะได้นำผลกำไรไปลงทุนในการทำเกษตรด้านอื่นๆ ต่อไป จากอดีตครู ผันชีวิตมา
ปัจจุบันกระแสรักสุขภาพยังมาแรงต่อเนื่อง ส่งผลดีกับหลายกิจการ รวมถึงในภาคการเกษตร โดยเฉพาะการทำเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดภัย (GAP) จะช่วยการันตีคุณภาพ ทำให้เกษตรกรมีช่องทางการขาย และการสร้างมูลค่ามากขึ้น จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคผักผลไม้ที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ คุณประภัทรษร นิลศิริ หรือ คุณแป๊ก อยู่ที่บ้านวังม่วง หมู่ที่ 2 ตำบลวังม่วง อำเภอเปือยน้อย จังหวัดขอนแก่น ผ่านประสบการณ์การทำงานมาหลายอาชีพ เริ่มตั้งแต่ไปทำงานที่ต่างประเทศเพื่อเก็บเงิน หลังจากนั้นกลับมาหางานทำที่บ้านและตั้งใจทำงานจนได้บรรจุเป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แต่อย่างไรก็ตาม เธอคนนี้ก็ยังไม่หยุดที่จะแสวงหาทำในสิ่งที่รักนั่นก็คือการทำเกษตรกรรม ที่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทำเป็นงานหลัก แต่ขอให้ได้ทำเป็นอาชีพเสริมก็สุขใจ แถมมีรายได้เข้ามาต่อเดือนไม่น้อย คุณแป๊ก เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ตนเองได้เดินทางไปทำงานโรงงานทอผ้าที่ต่างประเทศเพื่อเก็บเงิน เมื่อเก็บเงินได้จำนวนหนึ่งจึงตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อมาเริ่มต้นทำในสิ่งที่รักที่บ้านเกิด โดยสิ่งแรกที่ทำคือการกลับมาพัฒนาพื้นที่การทำเกษตรของพ่อกับแม่จากเดิมที่ปลูกพืชไร่อย่างเ
เวลานี้หากจะเอ่ยถึงชื่อไม้ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก เชื่อว่าท่านทั้งหลายคงจะนึกถึง ไม้พะยูง รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน ทั้งนี้เนื่องจาก ไม้พะยูง เป็นไม้เนื้อแข็ง เนื้อไม้มีสีสันและลวดลายที่สวยงาม เป็นที่ต้องการของตลาดโลก โดยเฉพาะจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน นำไปสู่ปัญหาการลักลอบตัดไม้ภายในประเทศ ประกอบกับไม้พะยูงหายาก และเป็นไม้หวงห้าม “ปลูกได้แต่ตัดยาก” มีการประเมินกันว่า การลักลอบซื้อขายไม้พะยูงขณะนี้ ลูกบาศก์เมตรละ 200,000-600,000 บาท เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ถึงแม้การตัดใช้สอยหรือตัดจำหน่ายจะยุ่งยากก็ตาม แต่มีเกษตรกรจำนวนหนึ่ง ได้ปลูกต้นพะยูงเพื่อเป็นการปลูกป่า สร้างความสมดุลทางธรรมชาติและเป็นเงินออมแก่ตนเองหรือลูกหลาน อย่างเช่น คุณทรงเดช บุญอุ้ม อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 153 หมู่ที่ 7 บ้านศิลามงคล ตำบลหนองสวรรค์ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู โทร. (087) 061-6891 ซึ่งเป็นประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก) ด้วย คุณทรงเดช เล่าให้ฟังว่า มีพื้นที่การเกษตรหลายแปลง รวมกันประมาณ 89 ไร่ มีอาชีพหลักคือ ทำการเกษตร โดยทำในรูปแบบไร่นาสวนผสม ได้แก่ ทำนา 30 ไร่ ปลูก
ผมได้ไปฟัง พี่ชัย – คุณศักดิ์ชัย ชาตาดี เครือข่ายวนเกษตรสนามชัยเขต ฉะเชิงเทรา มาร่วมพูดคุยเรื่องผักยืนต้นในงานอบรม “โรงเรียนอธิปไตยทางอาหารปี 2 ผักยืนต้นกับความมั่นคงทางอาหาร” ซึ่งมูลนิธิชีววิถี (Biothai) จัดขึ้นที่สวนชีววิถี ตำบลไทรม้า เมืองนนทบุรี พี่ชัย ในฐานะผู้ปฏิบัติจริงเกี่ยวกับเรื่องวนเกษตรและการใช้ทรัพยากรใน ‘ป่าครอบครัว’ มานานนับสิบปี ได้พูดเรื่องที่ผมคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อคนที่เริ่มคิดปลูกไม้ยืนต้นในพื้นที่ เพื่อใช้ประโยชน์ระยะยาวด้านต่างๆ เลยจะขอสรุปสั้นๆ มาเล่าสู่กันฟังตามความเข้าใจของผมนะครับ ที่จริงผมก็เพิ่งรู้ว่า ก่อนที่จะมาทำงานอยู่ที่วนเกษตร บ้านนาอีสาน ตำบลท่ากระดาน อำเภอสนามชัยเขต นั้น พี่ชัยเป็นคนพื้นเพบ้านกง อำเภอกงไกรลาศ สุโขทัย ซึ่ง “มีชีวิตอยู่กับน้ำเลยนะ สี่เดือนต่อปีนี่ น้ำจะท่วมพื้นที่หมดเลย ตอนนั้นที่บ้านก็ทำนา หาของป่า การไปตลาดของเรานี่ไม่ได้ไปซื้อของนะ แต่คือเก็บผักตามป่าไปขาย เรียกว่าธรรมชาติมีของให้เราเก็บกินเยอะมาก ทีนี้เมื่อบางแห่งมันถูกทำลายจนเริ่มจะหมดไป เราก็ต้องพยายามสร้างระบบขึ้นใหม่ ให้มันมีความยั่งยืนจนเราพึ่งพิงได้เหมือนเดิม ฐานคิดเราก็อยู่
“วันๆ หมกมุ่นอยู่แต่ในบ้านไม่ได้นาน ใจมันอยู่ที่สวน ต้องใช้ชีวิตอยู่กับสวน มันเงียบดี อากาศก็บริสุทธิ์ สดชื่น เดินดูโน่น…นั่น…นี่ เห็นใบไม้สีเขียวเป็นมัน เห็นดอกไม้ผลสวยงาม มีกลิ่นหอม รอดูผล แม้ได้เวลาเก็บผลก็ยังเสียดาย อยากให้ติดผลอยู่บนต้นนานๆ มันเป็นชีวิตที่มีความสุข” คำปรารภของ ร.ต. ประเสริฐ ชอบธรรม อดีตทหารผ่านศึก ทำเกษตรไม้ผล ที่แพร่ ร.ต.ประเสริฐ ชอบธรรม ภรรยา คุณไฉน ชอบธรรม มีบุตร 2 คน คนหนึ่งทำงานประจำ อีกคนกำลังศึกษาระดับปริญญาโท ครอบครัวนี้อยู่บ้านเลขที่ 106/1 หมู่ที่ 9 ตำบลห้วยอ้อ อำเภอลอง จังหวัดแพร่ 54150 โทรศัพท์ 081-299-4674 ร.ต. ประเสริฐ เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวคือ พ่อ-แม่ ทำอาชีพเกษตรกรรมอยู่ก่อนแล้ว เมื่อปี พ.ศ. 2527 ตนเองต้องไปเข้ารับการคัดเลือกเป็นทหารเกณฑ์ สังกัด ม.พัน 12 ค่ายพระยาไชยบูรณ์ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ได้ออกสนามรบที่อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ปะทะกับผู้ก่อการร้ายทหารลาวได้รับบาดเจ็บ อวัยวะบางส่วนพิการ จึงเป็นอดีตทหารผ่านศึกได้รับพระราชทานยศ ร้อยตรี อยู่ในการดูแลขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินเลี้ยงชีพ เงินผดุงเกี
ในการจัดงาน วันยางพารา 2563 : BUENGKAN MODEL 2020 ที่สนามที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ ได้จัดให้มีการเสวนา เรื่อง “ปลูกและแปรรูปข้าวอินทรีย์” โดย คุณอร่าม ทรงสวยรูป เกษตรกรอำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา อดีตช่างภาพรางวัลพูลิตเซอร์ ปัจจุบันประสบความสำเร็จในการทำเกษตรอินทรีย์ โดยเฉพาะการทำนาอินทรีย์ และการปลูกพืชผสมผสาน โดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านมาประยุกต์ใช้ในการทำการเกษตร คุณอร่าม พูดคุยบนเวทีปราชญ์ชาวบ้าน ถึงแนวคิดในการปลูกข้าวอินทรีย์ ว่า พ่อแม่เป็นชาวนา ส่งให้ลูกเรียนหนังสือจนจบปริญญาตรี แต่ไม่ยอมให้กลับมาทำนา เมื่อเดินหน้าทำงานบริษัทในกรุงเทพฯ ระยะหนึ่ง มองเห็นว่า ความสุขที่ได้จากการทำงาน กับความสุขที่ได้อยู่กับธรรมชาติ มีวิถีชีวิตที่กำหนดเอง มีอิสระในอาชีพ มีความแตกต่างกัน ความสุขประการหลังมีมากกว่า จึงตัดสินใจกู้เงินธนาคารเพื่อนำไปซื้อที่ดิน 10 ไร่ ที่อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา ตั้งใจทำการเกษตร ซึ่งยังคงทำงานประจำอยู่ และใช้เวลาในวันหยุดไปพัฒนาที่ดินที่ซื้อไว้ คุณอร่าม เรียกที่ดินทำกินผืนนี้ว่า “ออฟฟิศชาวนา” เพราะพื้นที่ทั้งหมดเป็นแปลงนา ขุดบ่อน้ำไว้ใช้ ประมาณ 4 ไร่ พื้นที่ที่เ
