ปลูกยางพารา
สะสมที่ดินทำสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน ในนาม “สวนประชาราษฎร์” ร้องรัฐบาลแก้ไขปัญหาราคาตกต่ำมานานแล้ว ทางรอดต้องรวมกลุ่มแปรรูปเท่านั้น!! มีโอกาสได้สนทนาแลกเปลี่ยนกับนายหัวภาคใต้ที่มีชื่อเสียงด้านการทำสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน เจ้าของสวนประชาราษฎร์ บ้านตะปาน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขาชื่อ คุณนิคม เมฆฉาย ปัจจุบันเปลี่ยนนามสกุล เมฆรัตนะ หลายคนเรียกชื่อ นายหัว เพราะความสนิทสนมและมีอัธยาศัยดี ที่สำคัญประกอบอาชีพหลายอย่างที่ผ่านมาจนมีฐานะดีคนหนึ่งในถิ่นภาคใต้ คุณนิคม หรือนายหัว ของบรรดาพี่ๆ น้องๆ ที่ชอบคบค้าสมาคมกันมาช้านาน ถ้าไม่สนิทกันจริงก็ไม่เคยเล่าชีวประวัติให้ฟัง ไม่อยากเอ่ยถึงสถานะราคายางพารากับราคาปาล์มน้ำมัน สุดจะขมขื่นของคนใต้ที่ประสบมาทุกครัวเรือน แม้กระทั่งสวนประชาราษฎร์ที่มีพื้นที่ปลูกหลายร้อยไร่ก็ถูกหางเลขไปกับเขาด้วย เพราะฉะนั้น คนเราจะประกอบอาชีพอะไรมันเหมือนแทงหวย จะออกตรงกับเราแทงหรือเปล่า สินค้าเกษตรเอาแน่นอนไม่ได้ เพราะอย่างช่วงราคาดีเมื่อเกือบ 20 ปี คนใต้ร่ำรวยจากยางกันเยอะ ถึงกับลงทุนไปขยายสวนทางภาคอีสานกันหลายจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดเลยและบุรีรัมย์ เดี๋ยวนี้คงทน
คุณพัฒนะ มีพรหม นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ (หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ) สำนักงานเกษตรจังหวัดบึงกาฬ ให้ข้อมูลว่า ภายในจังหวัดบึงกาฬมีเกษตรกรที่ทำสวนยางพาราขึ้นทะเบียนอยู่จำนวน 8 แสนกว่าไร่ ซึ่งการทำสวนยางพาราเป็นอาชีพหลักของประชากร รองลงมาคือการทำนา 4 แสนกว่าไร่ เน้นปลูกเพื่อบริโภคเองภายในครัวเรือนเท่านั้น ดังนั้น ในเรื่องของราคาจำหน่ายผลผลิตข้าวจึงไม่มีปัญหาเท่ากับยางพารา โดยการจำหน่ายยางพาราส่วนใหญ่ของเกษตรกรเป็นการจำหน่ายยางแบบยางก้อนถ้วย ราคารับซื้อปัจจุบันอยู่ที่ 15-17 บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งอนาคตในจังหวัดบึงกาฬจะมีการสร้างโรงงานรับซื้อน้ำยางจากเกษตรกรมากขึ้นด้วยการสร้างโรงงานเพิ่ม ก็จะทำให้เกษตรกรมีทางเลือกในการจำหน่ายยางพารา จากเดิมที่เป็นยางก้อนถ้วยก็พัฒนาจำหน่ายเป็นแบบน้ำยางที่มีราคามากกว่า 30 บาท ต่อกิโลกรัม “ส่วนใหญ่แล้วเกษตรกรภายในพื้นที่บึงกาฬ ยังใช้แรงงานภายในครอบครัวช่วยกันทำงานอยู่ จึงทำให้ต้นทุนการผลิตไม่สูง เพราะปริมาณการทำสวน ยังอยู่ในเกณฑ์ที่เกษตรกรสามารถทำกันเองได้ภายในครัวเรือน ส่วนพื้นที่เหลือจากนั้น ก็จะมีการปลูกพืชแซมเข้ามาเสริม โดยเฉพาะในเรื่อง
