ปลูกไผ่ซางหม่น
คุณสิทธิชัย บังเมฆ แห่งน่านหนานราชฟาร์ม ศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดน่าน ตั้งอยู่ที่ 26 หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ประธานเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดน่าน มีความคิดว่าเนื่องจากพื้นที่จังหวัดน่านมีไผ่ซางหม่นและไผ่ป่าเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งต้นทุนที่มีในพื้นที่ เขาจึงคิดที่จะเพิ่มมูลค่าของไผ่ในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การขยายพันธุ์ไผ่ การทำเฟอร์นิเจอร์ การทำชาจากใบไผ่ การทำถ่านไบโอชาร์ เป็นต้น และยังเพิ่มพื้นที่ป่าในพื้นที่แทนการปลูกข้าวโพด ซึ่งเป็นปัญหาหลักในพื้นที่จังหวัดน่าน ปัญหาหมอกควัน PM 2.5 ปัญหาไฟป่า จึงรวมกลุ่มในอำเภอบ้านหลวงในการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากไผ่ขึ้นมา ไผ่ซางหม่น มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dendrocalamus sericeus ลักษณะทั่วไป ไผ่ซางหม่นจัดเป็นไผ่ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เส้นรอบวงประมาณ 30-50 เซนติเมตร สีของลำสีเขียว ไม่มีหนามและไม่ค่อยมีแขนง มีคราบของแป้งสีขาวหรือวงขาวต่างๆ หรือสีขาวหม่น ชาวบ้านจึงเรียกว่า “ไผ่ซางหม่น” ตามลักษณะที่เกิดขึ้น ลำใหญ่ตรงสูงประมาณ 15-20 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำ เฉลี่ย 6-10 เซนติเมตร ปล้องยาว 30-40 เซนติเมตร เนื้อหนา ใบคล้าย
ผู้เขียนและทีมงานได้มีโอกาสขึ้นเหนือไปที่อำเภองาว จังหวัดลำปาง อำเภองาว อยู่ห่างจากตัวจังหวัดลำปาง ประมาณ 80 กิโลเมตร หมายถึงในเขตของตัวอำเภองาว แต่สำหรับสวนไผ่ซางหม่น และไผ่หวาน ของ น้องเปา จะอยู่กึ่งกลาง ระหว่างตัวจังหวัดลำปางและอำเภอ คืออยู่ห่างจากอำเภองาว ประมาณ 25 กิโลเมตร คือตำบลบ้านหวด หมู่ที่ 5 สมัยแต่ก่อนนั้นในละแวกนี้เรียกว่าเป็นป่าดงดิบเลยก็ว่าได้ เพราะอยู่ห่างไกลจากตัวจังหวัดลำปาง เกือบ 100 กิโลเมตร อยู่ห่างจากจังหวัดพะเยา ประมาณ 50 กิโลเมตร น้องเปา หรือชื่อจริงว่า คุณสุสาณี นันท์ตา เธอเล่าให้ฟังว่า พ่อแม่ของเธอเป็นคนจังหวัดแพร่ อยู่ที่อำเภอร้องกวาง เธอได้เรียนหนังสือที่โรงเรียนร้องกวางอนุสรณ์ ชั้น ม.3 แล้วต้องออกจากการเรียน ตามพ่อแม่มาทำไร่ข้าวโพดและค้าขายที่อำเภองาว อยู่ห่างจากจังหวัดแพร่ ประมาณ 140 กิโลเมตร น้องเปา เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ (อายุ 34 ปี) เธอเล่าว่า ตอนอพยพมาทำไร่ข้าวโพด พ่อได้เช่าที่ดินเขา 10 ไร่ ทำพืชไร่ คือ ข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ ซึ่งค่าเช่าสมัยนั้นราคาไม่กี่บาท เป็นที่ดินติดถนนใหญ่ สมัยนี้เป็นถนนลาดยาง แต่ก่อนนั้น (20 กว่าปี) เป็นถนนลูกร
