ปะการังเทียม
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ รางวัลประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2566 รางวัลระดับดี สาขาปรัชญา ให้กับผลงานประดิษฐ์คิดค้น เรื่อง “นวัตปะการัง : ปะการังเทียมที่มีโครงสร้างเลียนแบบธรรมชาติ ด้วยกระบวนการออกแบบชีวจำลอง” ของ รองศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกา ชันซื่อ และคณะ แห่ง คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศนใต้ท้องทะเลให้อุดมสมบูรณ์ นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจึงถูกใจสิ่งนี้ รองศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกา ชันซื่อ เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นว่า สมัยก่อนเป็นครูสอนดำน้ำเมื่อดำน้ำจะมองเห็นปะการังที่มีความเปลี่ยนแปลงจากมนุษย์ที่พยายามทำปะการังเทียมมาช่วยชดเชยธรรมชาติ ซึ่งรูปแบบปะการังเทียมที่เห็นส่วนใหญ่เป็นรูปสี่เหลี่ยมทำจากปูนซีเมนต์ จึงมีความรู้สึกว่าขัดตาเวลาที่ต้องดำน้ำและมองเห็น ขณะเดียวกันการทำปะการังเทียมก็ไม่ได้นำหลักวิทยาศาสตร์มาใช้ ว่าทำอย่างไรให้มีการเกาะติดแบบเร็วที่สุด และดีที่สุด จึงมีความคิดที่จะทำปะการังที่วางแล้วสวยเลย เพราะปะการังเทียมส่วนใหญ่ต้
ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา ท้องทะเลต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามมากมาย ทั้งจากธรรมชาติและจากการกระทำของมนุษย์ โดยเฉพาะการทำประมงเชิงพาณิชย์ ที่ทำให้ทรัพยากรทางทะเลลดน้อยลงจนใกล้จะวิกฤต ในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา จึงมีความพยายามฟื้นฟูทรัพยากรทางท้องทะเลขึ้น ดร.อดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง เล่าว่า สถานการณ์ทรัพยากรทางทะเลในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา มีปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากมีการทำประมงเกิดขึ้นเยอะมากแต่ระบบการควบคุมก็ยังไม่ดี คือไม่มีกฎกติกา ใครจะจับสัตว์น้ำยังไงก็ทำได้หมด ทำให้หลายคนก็ร่ำรวยขึ้นมาจากการทำประมงพาณิชย์ พอคนอื่นเห็นว่าดีก็ลงไปทำบ้าง ในที่สุดคนทำประมงก็เยอะจนทำให้ปลาหรือสัตว์น้ำไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ ปริมาณก็ลดลง รวมถึงกฎหมายที่เก่าทำให้ควบคุมไม่ได้ แต่ตอนนี้ก็ได้มีการปรับปรุงแล้ว เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับท้องทะเลไทย ซึ่งทางออกนอกจากจะต้องมีกฎหมายและการควบคุมที่ดีแล้ว อีกแนวทางหนึ่งที่สำคัญ คือ “การอนุรักษ์ฟื้นฟู” ดังเช่นการสร้าง “แหล่งอาศัยทางทะเล” หรือ “ปะการังเทียม” ให้เป็นที่อยู่อาศัย ที่ป้องกันภัย เป็นแหล่งอาหารและแพร่พันธุ์ของสัตว์น้ำ ดร.อดิศรบอกว่า กา
โลกยุคปัจจุบัน การบริหารทรัพยากรธรรมชาติเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ แต่ต้องช่วยกันกอบกู้ในส่วนที่เสื่อมโทรม และเยียวยาให้กลับคืนมาด้วย ดังนั้น จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเพิ่มความตระหนักในด้านการฟื้นฟู ดูแล และแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ โดยไม่ผลักภาระเป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่จะต้องร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยผ่านการเห็นพ้องต้องกันอย่างรอบด้าน ยิ่งเฉพาะทรัพยากรทางทะเล ต้องมีความร่วมมือร่วมใจกันตั้งแต่ระดับชุมชน ไปจนถึงระดับนโยบาย เช่นเดียวกับเครือเจริญโภคภัณฑ์, กรมประมง, กองทัพเรือ และชาวบ้านในพื้นที่ ในการวางปะการังเทียมเพื่อเพิ่มแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำในพื้นที่ริมชายฝั่งอ่าวไทย “ศุภชัย เจียรวนนท์” ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์มีการวางแผนนโยบายความยั่งยืนเป็นระยะยาว 5-10 ปี ซึ่งเน้นด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ทั้งยังเน้นเรื่องการทำธุรกิจอย่างโปร่งใส โดยมีแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจ ที่พร้อมจะคำนึงถึงทุกฝ่ายที่มีส่วนได้ส่
วันที่ 7 เมษายน 2560 นายวิทยา ขุนสัน หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดกระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จังหวัดตรัง ภูเก็ต วางซั้ง เชือก และท่อซีเมนต์ ท่อคอนกรีต เป็นแนวปะการังเป็นที่อาศัยของปลาที่บริเวณอ่าวเขาทอง ตำบลเขาทอง อำเภอเมืองกระบี่ และบริเวณอ่าวแหลมสัก ตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก รวมจำนวน 20 ชุด ใช้ท่อคอนกรีตจำนวน 272 ท่อ เพื่อเป็นการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รื้อถอน ทำลายเครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมายประเภทโป๊ะน้ำตื้นที่บริเวณดังกล่าวกว่า 100 ปาก เนื่องจากผลการศึกษาพบว่าเครื่องดังกล่าวเป็นการทำลายสัตว์น้ำวัยเจริญพันธุ์ที่เข้ามาวางไข่แนวชายฝั่ง ป่าชายเลน ร้อยละ 92 ทำให้สัตว์ลดปริมาณลงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะปลาทู ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญ นายวิทยาเปิดเผยว่า ได้เตรียมดำเนินการวางซั้ง เชือก สร้างบ้านปลา ในพื้นที่ อ.เกาะลันตา 20 ชุด บ้านเกาะศรีบอยา อ.เหนือคลอง 20 ชุด บ้านท่าเลน อ.เมืองกระบี่ จำนวน 10 ชุด ซึ่งเป็นการกระจายพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งท
