ปากคลองตลาด
“มะลิ” เป็นต้นไม้ที่ดอกมีเสน่ห์จากสีขาวบริสุทธิ์ อีกทั้งยังมีกลิ่นหอม และจากสี กลิ่น ที่มีความเหมาะสมดังนั้นชาวพุทธจึงใช้ดอกมะลิเพื่อบูชาพระ การปลูกมะลิไม่ใช่เรื่องยาก และเป็นไม้ดอกที่สามารถปลูกได้ทุกแห่งไม่จำกัดขนาดพื้นที่และทำเล เหตุนี้จึงทำให้มีผู้ปลูกมะลิแบบจำพวกสมัครเล่นด้วยการปลูกในกระถางขนาดไม่ใหญ่ไว้ในบริเวณบ้าน ที่อยู่อาศัย เพื่อเชยชม และคลายเหงา หรืออีกจำพวกที่ปลูกเพื่อหารายได้ทำเป็นอาชีพ ซึ่งการปลูกมะลิเป็นอาชีพนั้น มีพื้นที่ปลูกหลายแห่ง ทั้งรายย่อยและรายใหญ่ แต่เนื่องจากการทำอาชีพนี้เงื่อนไขอย่างหนึ่งของการกำหนดราคาตัวสินค้าคือดอกมะลิจะต้องมีความสดและสมบูรณ์ ดังนั้นปัจจัยหนึ่งที่ต้องพิจารณาเป็นสำคัญคือการขนส่ง ฉะนั้น พื้นที่ปลูกมะลิที่สำคัญจึงมักอยู่ใกล้เมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯซึ่งมีตลาดรองรับมาก การขนส่งไม่ไกลและลดความเสี่ยงในเรื่องความเสียหาย แต่ก็มิใช่เหตุผลเช่นนั้นเสมอไปเพราะมะลิเป็นดอกไม้มงคลที่ต้องใช้กันทั่วประเทศจึงมีหลายจังหวัดทั่วประเทศสามารถปลูกได้ และหลายแห่งสามารถบริหารจัดการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนจังหวัดที่มีการปลูกมะลิกันเป็นหลักได้แก่ จังหวัดนครปฐม นครส
กุหลาบเป็นไม้ตัดดอกชนิดหนึ่งที่มีการปลูกเป็นการค้าในหลายพื้นที่ กระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ในปัจุบันมีแหล่งปลูกที่สำคัญที่มีศักยภาพในการผลิตคุณภาพสูงมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย ตาก นครปฐม สมุทรสาคร ราชบุรี และกาญจนบุรี เป็นต้น การปลูกกุหลาบตัดดอกสามารถรผลิตในรูปแบบเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยการผลิตสองรูปแบบนี้จะต้องคำนึงเลือกพื้นที่ผลิตที่ที่เหมาะสม ทั้งสภาพอากาศ ดิน และน้ำ ซึ่งปัจจุบันมีหลายพื้นที่ของภาคกลาง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่จังหวัดนครปฐมที่มีความพร้อม สามารถปลูกกุหลาบตัดดอกรูปแบบเชิงปริมาณที่ใหญ่แห่งหนึ่ง กุหลาบถือได้ว่าเป็นไม้ดอกที่สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้เพาะปลูกได้ทุกวัน อีกทั้งมีการดูแลที่ไม่ยุ่งยาก สามารถนำมาปลูกเป็นพืชเสริมสลับกับพืชหลักได้ ที่สำคัญตลาดยังให้การตอบรับอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีเกษตรกรหลายคนหันมาปลูกกุหลาบตัดดอกกันมากขึ้นในหลายพื้นที่ แต่จะมีวิธีการปลูก ดูแลกุหลาบให้มีดอกที่ใหญ่ สีสด กลีบหนา กานยาว ตรงตามความต้องการของตลาดได้อย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับการดูแล ซึ่งพี่สุรีย์ เจ๊กพัน เกษตรกรผู้ปลูกกกุหลาบตัดดอก ตำบลบ้านยาง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม
เหนือสุดแดนสยาม ที่นึกได้ก็อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ที่มีด่านพรมแดนแม่สายเชื่อมต่อกับด่านพรมแดนท่าขี้เหล็ก แขวงท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน ประเทศเมียนมา และมีจุดเด่นที่ใครๆ หลายคนเมื่อขึ้นไปเที่ยวถึงจังหวัดเชียงราย ต้องแวะคือ ตลาดแม่สาย ภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสม ทำให้เกิดพืชชนิดหนึ่ง ซึ่งเกษตรกรในท้องถิ่นเชื่อว่า หากลงปลูกในดินแล้ว จะเจริญงอกงามได้ดีที่สุดคือ ที่บ้านสันทรายมูล หมู่ที่ 6 ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพียงแห่งเดียว แม้จะขยับไปปลูกหมู่บ้านถัดไป ผลผลิตและการเจริญงอกงามที่ได้ ก็ไม่สวยงามเท่าบ้านสันทรายมูลแห่งนี้ ภาษาพื้นถิ่น เรียกกันว่า ว่านเศรษฐี หรือ ว่านกวนอิม แต่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปในชื่อของ ไผ่กวนอิม ในพื้นที่บ้านสันทราย หมู่ที่ 6 ปลูกกันเป็นไม้ประดับเกือบทุกบ้าน บ้านละ 1-3 กอมานาน เสมือนเป็นไม้ในบ้านไปเสียแล้ว กระทั่งมีเกษตรกรหมู่บ้านใกล้เคียงมองเห็นความสวยของไผ่กวนอิม ตัดเอาไปส่งขายให้กับญาติที่ปากคลองตลาด ตลาดขายไม้ดอกไม้ประดับใหญ่ในกรุงเทพฯ ไผ่กวนอิมที่นี่ จึงเริ่มติดตลาด และเริ่มเป็นพืชที่สร้างเม็ดเงินให้กับชาวบ้านในพื้นที่ คุณณัชพล ตาวงค์ ประธานกลุ่ม
หลังจากที่กรุงเทพมหานครเริ่มจัดระเบียบทวงคืนพื้นที่ทางเท้า ทำให้ผู้ค้าบริเวณพื้นที่บริเวณปากคลองตลาดต้องเร่งหาพื้นที่ขายแห่งใหม่ที่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับตลาดเดิม จึงเกิดการรวมตัวของของเหล่าพ่อค้าแม่ค้า กรุงเทพมหานคร และภาคเอกชนร่วมกันหาโมเดลทางออกเพื่อแก้ไขผลกระทบ และเกิดการสร้างรายได้กระจายไปทุกภาคส่วน จนทำให้เกิด “ศูนย์กลางตลาดดอกไม้ปากคลองตลาดใหม่” หรือ “Flower Market Thailand” แห่งนี้ขึ้น เพื่อรองรับผู้ค้าจากปากคลองตลาดเดิม และเปิดรับเกษตรกรชาวสวนให้มีพื้นที่สร้างรายได้ คุณใหม่ ติโลกะวิชัย กรรมการผู้จัดการศูนย์กลางตลาดดอกไม้ปากคลองตลาดใหม่ ผู้บริหารรุ่นใหม่ทายาทของตลาดศรีนคร ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนครสวรรค์และภาคเหนือตอนล่างที่สั่งสมประสบการณ์กว่า 6 ปี เปิดเผยว่า มูลค่าตลาดดอกไม้ในประเทศไทยสูงถึง 1 หมื่นล้านบาทต่อปี การเปิดศูนย์กลางตลาดดอกไม้แห่งใหม่นี้นอกจากจะรองรับผู้ค้าเดิมจากปากคลองตลาดเดิมแล้ว ยังเปิดรับผู้ค้ารายใหม่ รวมถึงเกษตรกรชาวสวนเองด้วย ซึ่งตนต้องการผลักดันให้ตลาดนี้เป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าประเภทดอกไม้ที่ใหญ่สุดของอาเซียน และเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ย
น.ส.ใหม่ ติโลกะวิชัย กรรมการผู้จัดการ ศูนย์กลางตลาดดอกไม้ปากคลองตลาดใหม่ เปิดเผยว่า ศูนย์กลางตลาดดอกไม้ฯ เตรียมงบประมาณ 300 ล้านบาทพัฒนา ศูนย์กลางตลาดดอกไม้ปากคลองตลาดใหม่ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงบนพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุด 50 ไร่ มีพื้นที่ให้เช่าจำนวนมากถึง 3,000 แผงค้า ปัจจุบันเปิดให้เช่าแล้วจำนวน 1,500 แผงค้าในระยะแรก และกำลังขยายเฟส 2-3 ในเร็วๆ นี้ โดยเฟส 2 กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ไม่เพียงเท่านั้น ทางศูนย์ยังมีพื้นที่บริการจอดรถฟรีที่สามารถรองรับรถได้มากถึง 2,000 คัน มีห้องน้ำสะอาดจำนวนมาก และมีศูนย์อาหารราคาย่อมเยาสำหรับผู้เข้ามาใช้บริการ โดยมีทีมงานบริหารจัดการตลาดอย่างมืออาชีพ “ตลาดแห่งนี้เป็นการผสมผสานความทันสมัยความสะดวกสบาย กับมนต์เสน่ห์ของปากคลองตลาด ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นตลาดแห่งวัฒนธรรมอันดับ 4 ของโลกเข้าด้วยกัน มีการจัดแบ่งพื้นที่สำหรับการจำหน่ายดอกไม้ชนิดต่างๆ อย่างเป็นหมวดหมู่ เพื่อให้เป็นระเบียบ และง่ายต่อการเลือกซื้อ นอกจากนี้ยังมีโซนพื้นที่ติดแอร์หรือห้องเย็นสำหรับดอกไม้เมืองเหนือและดอกไม้จากต่างประเทศด้ว น.สใหม่ กล่าวว่า ศูนย์กลางตลาดดอกไม้ปากคลองตลาดใหม่ ยัง
